2007/Jun/12

Part 4

หลังจากที่ซาสึเกะวิ่งไปตามครูโจนินของเขา

คาคาชิเลยรีบมาที่บ้านของนารุโตะทันที
เวลานั้นประมาณสองทุ่มกว่า


ร่างสูงเดินมานั่งลงที่ข้างเตียง มีเด็กหนุ่มอุจิวะเดินตามมา

ทั้งคู่มองหน้าของ นารุโตะที่ไม่แสดงอารมณ์ใด



คาคาชิทำสีหน้าอย่างไรซาสึเกะไม่อาจเดา

แต่หลังจากที่ครูของเขาพูดก็รู้ทันที
ว่าอาการของร่างที่นอนนิ่งเป็นตุ๊กตาอยู่นี้หนักเกินกว่าที่คาคาชิจะช่วยได้

เกินกำลังของครูจริงๆซาสึเกะ

สรุปอาการได้แค่คร่าวๆแต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง นารุโตะถึงจะหาย

คาคาชิเอ่ยเสียงเครียด


นารุโตะ เป็นอะไร

เด็กหนุ่มถามบังคับเสียงให้เป็นปกติ



จิตใจได้รับการกระทบกระเทือนจน...........

ร่างสูงพูดหลังจากแหวกหนังตา

เพื่อดูการตอบสนองของรูม่านตาของร่างที่นอนนิ่งอยู่


เพราะนังผู้หญิงคนนั้นน่ะสิ!!!

ซาสึเกะพูดเสียงโกรธเคืองขึ้นมาทันที
จนคาคาชิต้องหันไปมอง


สายตาที่เด็กหนุ่มแสดงและสีหน้าที่เครียดขึ้งนั้น

บอกถึงความจงเกลียดจงชังที่ก่อตัวขึ้นในใจ


ครูเองก็เหมือนกันดูไม่ออกเหรอไง ว่าหมอนั่นน่ะ...... ร้องไห้......


ซาสึเกะเริ่มพาลไร้เหตุผลอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ใบหน้าเอี้ยวกลับไปมองร่างที่นอนอยู่

ดวงตาไร้ที่แววตาก็หมายถึง.

ไร้จิตวิญญาณ......ไร้จิตใจ

ถ้าคืนนั้น ฉันไม่พูดออกไปแบบนั้น ถ้าฉันพูดปลอบนายมันก็คง......


ซาสึเกะเอ่ยน้ำเสียงเจ็บปวด เด็กหนุ่มพูดจบก็ทุบกำปั้นที่ผนังอย่างแรง


แล้วนั่งลงมองใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกของร่างบอบบาง

ซาสึเกะ ไม่ใช่ว่าครูไม่รู้หรอกนะเรื่องนารุโตะน่ะ

เด็กหนุ่มเจ้าของเนตรวงแหวนเงยหน้าขึ้น

มองครูของเขาที่ลุกขึ้นทำท่าจะเดินออกไป


ครูอยากให้เขาเข้มแข็งด้วยตัวเอง.....แต่ครูคาดผิด

มันหนักเกินไปสำหรับ นารุโตะที่จะแบกรับเพียงลำพัง


ผมอยากช่วยนารุโตะ ซาสึเกะเอ่ยอย่างเด็ดเดี่ยว


ครูรู้ อยู่เปลี่ยนเสื้อให้นารุโตะไปก่อนเถอะ ก่อนที่จะอาการแย่ยิ่งกว่านี้

ตากฝนมาตั้งแต่บ่าย เดี๋ยวครูจะไปตามท่านซึนาเดะมาดูอาการ

ว่าจบก็เดินออกไปอย่างรีบเร่ง

เหลือแค่ซาสึเกะที่ประคองนารุโตะขึ้นเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า

เนื้อผ้าที่เปียกชื้นค่อยๆโดนถอดออกอย่างระมัดระวัง

จนเผยให้เห็นผิวขาวที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าหลายชิ้นตามปกติ
แต่ยังมีที่แปลกไป สิ่งที่เด็กหนุ่มผมดำต้องตกใจ

รอยเลือดแห้งๆบนอกนี่มันอะไรกัน

ซาสึเกะเอ่ย พลางแตะเบาๆบนอกที่มี่


รอยมีดกรีดด้านซ้ายบริเวณหัวใจของนารุโตะ

เด็กหนุ่มรีบคว้ากระเป๋าที่ใช้เก็บ
อาวุธนินจาของร่างเล็กทันที

ว่าแล้วเชียว ทำร้ายตัวเอง

ซาสึเกะพูดขึ้นเมื่อเห็นมีดเล่มหนึ่งมีรอยเลือดใหม่เปื้อนอยู่

สีหน้าของเด็กหนุ่มอุจิวะถมึงทึงยิ่งกว่าเดิม


นารุโตะยังคงนอนนิ่งดวงตาขณะนี้ปิดลงแล้ว

ซาสึเกะเอื้อมมือสัมผัสร่างที่หลับอยู่เบาๆ

รู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบเพราะตากฝนมานานนับชั่วโมง

ที่ว่าไปกินราเม็งก็คงโกหก ความจริงแล้วนั่งตากฝนที่ชิงช้าอยู่ใช่ไหมล่ะ นารุโตะ


เด็กหนุ่มเจ้าของเนตรวงแหวนรวบร่างที่ปวกเปียกคล้ายตุ๊กตาเข้ามากอดไว้


ความรู้สึกที่ว่า กลัวถาโถมใจ

กลัวว่าร่างที่ตนกอดอยู่นี้จะเป็นเช่นนี้ไปตลอดกาล...............

กลัวว่าจะไม่มีเสียงหัวเราะที่ร่าเริงอีกต่อไป............

โธ่ นารุโตะ ได้โปรด อย่าทำแบบนี้ได้ไหม ซาสึเกะเอ่ยเสียงเศร้า

ถ้าเพียงฉันไขว่คว้านายเข้ามากอดให้แน่นๆตั้งแต่ตอนนั้น..

ถ้าเพียงฉันไม่ขลาดเกินกว่าจะเอ่ยว่าเป็นห่วงมากมาย..

ถ้าเพียงฉันไม่ทำตามทิฐิที่ไร้ค่านั่น............

ถ้าเพียงฉันกล้าพอที่จะยื่นมือออกไปให้นายได้จับ................

เราสองคนคงนั่งหัวเราะด้วยความสุขอยู่ที่ร้านราเม็งที่นายชอบทาน


แต่มันก็สายเกินไป

น้ำใสๆคลออยู่ในดวงตาเด็กหนุ่มผมดำ
ซาสึเกะเช็ดคราบเลือดที่แผ่นอกให้ร่างที่อยู่ในอ้อมแขนเบามือ
น้ำตาของเด็กหนุ่มหยดลงบนแก้มขาวของร่างบาง

คิก คิก คิก

ซาสึเกะหันมามองทางเสียงหัวเราะทันที นารุโตะกำลังหัวเราะอยู่
ร่างเปลือยเปล่าดันเขาออก

มือเล็กเย็นเฉียบเคลื่อนแตะที่ข้างแก้มของเด็กหนุ่มเจ้าของเนตรวงแหวน

นิ้วเรียวปาดน้ำตาเขาทิ้ง
ใบหน้าอ่อนเยาว์นั้นยังคงยิ้มเย็น


ร้องไห้ทำไม

ความดีใจเกิดขึ้นมาวูบหนึ่งด้วยคิดว่านารุโตะหายแล้ว....


แต่ความจริงมันตรงข้าม พอร่างบางเริ่มร้องเพลง

เพลงที่สะท้อนจิตใจที่ปวดร้าวอยู่เบื้องลึก

ซาสึเกะไม่อยากได้ยินเพลงนี้เลยจริงๆ

ฉันคือ ตุ๊กตา... ลัล ...ลา.... ไม่ว่าเธอจะทิ้ง... หรือทำอะไร

ฉันไม่รู้สึก ลา.. ล้า.... ไม่เจ็บปวด
ลัล ล้า ฉันคือ ตู๊ก ตา นารุโตะ ฉันเข้มแข็ง และยิ้มเสมอ ลา....ล้า

เธอเห็นมั้ย ตอนนี้ฉันก็ยังยิ้ม......


เพราะฉันไร้ความเจ็บปวด เพราะฉันไร้หัวใจ........


ร่างที่เปลือยเปล่านั้นหันมาเผชิญหน้ากับเขา
มือจับที่หน้าอกบริเวณรอยกรีด แล้วเอ่ยแผ่วเบาคล้ายออกคำสั่ง



ดูสิ

นิ้วเรียวเริ่มกดลึกลงไปที่แผลนั้นเลือดที่ซาสึเกะเช็ดไปแล้วครั้งหนึ่ง

ค่อยๆไหลซึมออกมาอีกหน


ไม่รู้สึกเจ็บเลย

นารุโตะยังคงยิ้มต่อไป นิ้วนั้นยังเพิ่มน้ำหนักลงไปเรื่อยๆ

เลือดสีแดงสดยิ่งไหลมากขึ้น

ฉัน.......เป็นตุ๊กตา

พอเถอะ นารุโตะ พอ พอได้แล้ว อย่าทำแบบนี้อีกเลย


เด็กหนุ่มตะโกนลั่น กระชากมือของนารุโตะออกแล้วคว้าร่างบางมากอดไว้อีกครั้ง

ความเจ็บที่มีอยู่นี้

ซาสึเกะรู้ดีมันไม่อาจเทียบได้กับสิ่งที่นารุโตะต้องแบกรับ
ต้องเผชิญมาตั้งแต่เด็ก

ไม่นานคาคาชิก็เดินเข้ามาอย่างรีบร้อนพร้อมหญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นโฮคาเงะ


ซาสึเกะวางนารุโตะให้นอนราบไปกับเตียง

ร่างที่นอนลงตอนนี้กลับไปเหม่อลอยเหมือนเดิม ไม่พูดไม่จา

แต่ยังฮัมเพลงนั้นในลำคอ

ซึนาเดะเดินเข้ามาตรวจดูอาการนารุโตะอย่างละเอียด

พร้อมรักษาแผลที่อกซ้ายจนหายสนิท

คาคาชิพอเห็นแผลดูตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร


ไม่นานนักคุโนะอิจิหญิงก็เงยหน้าขึ้นหลังจากง่วนอยู่กับการตรวจ

นารุโตะเป็นไงบ้างครับ คาคาชิเอ่ยถาม สีหน้าเป็นกังวล


อย่างที่เธอบอกนั่นแหละ

ซึนาเดะกล่าวพร้อมส่ายหัว ซาสึเกะปราดเข้าไป ดูนารุโตะทันที

คาคาชิกับซึนาเดะเดินเลี่ยงออกไป เพื่อไม่ให้ซาสึเกะได้ยิน
เรื่องที่จะคุยกัน

จักระที่ไหลเวียนอยู่รวนหมดเลย สภาพจิตใจแบบนั้น

ซึนาเดะเอ่ยเสียงเครียด


เพราะผมไม่ดูแลเขาให้ดี ชายหนุ่มพูดคล้ายคล้ายก่นว่าตนเอง


ไม่ใช่เธอหรอกที่ผิด ที่คิดว่าจะให้เจ้าหนูยืนด้วยตัวเอง

แต่เพราะเด็กอุจิวะนั่นด้วยใช่ไหม

เธอเลยไม่กล้าทำอะไรมากเกินไปกว่าเฝ้าดูอยู่ห่างๆ

ใช่ครับ..

เด็กสองคนนั่นมีอะไรนัยๆกันอยู่อย่างที่จิไรยะพูดจริงๆซะด้วย


ผมคิดว่าซาสึเกะจะเข้าใจนารุโตะได้ดีกว่าใคร เพราะมีชีวิตที่คล้ายกัน

ความอบอุ่นที่ขาดหาย...................

ซึนาเดะเงียบไปอึดใจ ก่อนพูดขึ้น


เด็กอุจิวะนั่นต้องช่วยนารุโตะได้แน่ เชื่อเถอะ

ผมต้องทำไง

ทั้งสองหันควับไปดูเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหลังอย่างไม่รู้ตัว

หมอนั่นเอาแต่ร้องเพลงบ้าๆ คุณก็ได้ยิน


ตุ๊กตา.........

คาคาชิเอ่ย ซึนาเดะเดินเข้าไปจับไหล่ซาสึเกะเพื่อให้เขารู้สึกดีขึ้นบ้าง

หลังจากเห็นว่าเด็กหนุ่มเริ่มน้ำตาคลออยู่ในดวงตาสีดำสนิท

เธอต้องเข้มแข็ง ซาสึเกะ นารุโตะต้องพึ่งเธอ


ยังไงล่ะ เด็กหนุ่มเค้นเสียง


ทำให้เขารู้ตัวว่าเป็นมนุษย์ ไม่ใช่ตุ๊กตา


......................................................

ทั้งสามเดินเข้ามาดูนารุโตะอีกครั้ง

ตอนนี้ดวงตาของร่างที่นอนอยู่ปิดสนิท
ซาสึเกะแตะที่แขนนารุโตะเบาๆ

ขณะที่ซึนาเดะใช้วิชาแพทย์จัดการไหลเวียนของจักระให้คงที่เป็นระเบียบ

เนื้อตัวที่เด็กหนุ่มเจ้าของเนตรวงแหวนสัมผัสก็ค่อยๆอุ่นขึ้น

ความเจ็บปวดบางคนเลือกที่จะระเบิดมันออกมาภายนอก

เช่น พวกพฤติกรรมทำลายข้าวของอะไรทำนองนั้นแต่นารุโตะไม่ใช่............

ซึนาเดะเอ่ย ดวงตาหรุบต่ำลง ก่อนมองไปที่เด็กหนุ่มอุจิวะ

กว่าจะหายใช้เวลานานแค่ไหน ซาสึเกะถาม


ฉันบอกไม่ได้ มันอยู่ที่เวลากับตัวของนารุโตะเอง


อะไรนะ คุณเป็นโฮคาเงะ แล้วก็รู้วิชาแพทย์ไม่ใช่รึไงกัน!!!!!

ซาสึเกะขึ้นเสียงโดยไม่สนว่าคนที่ยืนอยู่คือโฮคาเงะ จนคาคาชิต้องปราม


หญิงสาวถอนใจก่อนเอ่ยน้ำเสียงดุดัน

นารุโตะ น่ะเขาไม่ได้บาดเจ็บสาหัสที่ร่างกายนะ เขาบาดเจ็บที่นี่ต่างหาก

ซึนาเดะกระแทกฝ่ามืออย่างแรงไปที่อกซ้ายบริเวณหัวใจ


สิ่งที่เก็บกดอยู่ในใจมันระเบิดไงล่ะ

ระเบิดอยู่ข้างในแทนที่จะออกมาข้างนอก

หญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นโฮคาเงะ พูดแล้วกำมือแน่น

จิตใจมันก็เลยแหลกอยู่ข้างใน

จนเจ้าหนูปฏิเสธที่รับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างจนเป็นแบบนั้นไง

โธ่ โว้ย!!!!! ซาสึเกะสบถ

ล้มตัวนั่งลงข้างที่เก้าอี้ข้างเตียงที่ร่างบอบบางนอนอยู่

หญิงสาวเดินมาลูบหัวซาสึเกะเบาๆคล้ายให้กำลังใจ


นารุโตะต้องหายแน่ แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับเธอด้วย ซาสึเกะคุง

แต่ ฉันเชื่อเธอทำได้

.........................................................................


......................................................
.........................................................................
........................................................................................

1 อาทิตย์หลังจากซึนาเดะมาดูอาการ

ซาสึเกะยังคงนั่งเฝ้าอยู่ข้างๆเด็กหนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าหม่น

เขาแทบไม่ได้กลับไปบ้านตัวเองเลย

เพราะเป็นห่วงร่างที่นอนหลับอยู่นี้


นารุโตะใช้เวลาส่วนมากกับการนอน

ถ้าตื่นก็จะนั่งยิ้มให้เขาแล้วก็ร้องเพลงเดิมซ้ำไปมา

บางทีก็พูดแต่มันก็ช่างไร้ซึ่งชีวิต

นับวันซาสึเกะก็ยิ่งเห็นนารุโตะอ่อนแอลงเรื่อยๆอย่างบอกไม่ถูก

ข้อมือก็ดูจะบอบบางลง อาหารที่กิน 3 มื้อ

กลับเหลือแค่ 2 คือเช้ากับเย็น
และกว่าจะทานเขาก็ต้องปลุกทุกครั้ง

แล้วพอตื่นขึ้นมากินก็กินแค่เล็กน้อยเท่านั้น

ซาสึเกะเองหน้าตาก็ดูหม่นหมองเช่นกัน คนอื่นๆก็แวะมาเยี่ยมบ่อย


พอประมาณ ต่างก็ต้องเห็นว่านารุโตะคล้ายตุ๊กตาไปตามๆกัน

และวันนี้หลังจากที่ซากุระกลับไป

หลังจากคิบะและชิโนะออกไปก่อนสักครู่


นารุโตะก็ตื่นขึ้น

นารุโตะเมื่อกี้ ซากุระมาเยี่ยม คิบะกับชิโนะก็มานะ

ซาสึเกะเอ่ยเสียงอ่อนโยน

เด็กหนุ่มที่เพิ่งลืมตาไม่พูดอะไร ใบยังคงนิ่งเฉย

ซาสึเกะชินแล้วกับการที่พูดออกไปแล้วร่างบางไร้ปฏิกิริยาใดๆ

แต่เขาก็พยายามพูดเผื่อว่า


นารุโตะจะรับรู้ได้บ้างว่ามีใครที่เป็นห่วงเขาอยู่..............

ฉันอยากไปข้างนอก

ร่างที่นอนอยู่เอ่ยอย่างเหม่อลอย


ซาสึเกะรีบเดินไปหาหลังจากเอาของเยี่ยมที่คิบะกับชิโนะนำมาไปเก็บ

เอาสิ เดี๋ยวฉันพาไป

เด็กหนุ่มเจ้าของเนตรวงแหวนกุลีกุจอไปหยิบเสื้อคลุม


มาให้นารุโตะสวมแล้วประคองให้ลุกขึ้น

ก่อนจะเดินออกไปจากบ้าน
ระหว่างที่เดินไปในหมู่บ้าน

ซาสึเกะต้องชะงักเมื่อร่างที่เขาโอบประคองบางครั้ง
ไม่ได้ย่างเท้าไปกับเขาเพราะหยุดยืนมอง

พ่อ แม่ ลูกที่เดินอุ้มไม่ก็จูงมือกันมา

แม้ใบหน้าจะไม่สะท้อนความรู้สึกใดแต่ภายในมันจะเป็นเช่นไร

ซาสึเกะไม่อยากคิด ได้แต่ดึงรางบอบบางเข้ามาชิดตัวมากขึ้น

แล้วเดินเลี่ยงออกมาจากที่ที่คนพลุกพล่านนั้น

แต่นารุโตะก็ไม่ได้พูดอะไรสักคำ...........................

เด็กหนุ่มอุจิวะพานารุโตะมาแถวชายป่าที่มีทุ่งทานตะวันขึ้นอยู่เต็ม
คิดว่าน่าจะสดชื่นขึ้นบ้าง

ซาสึเกะปล่อยให้นารุโตะนั่งดูทุ่งทานตะวันไกลสุดตา
ไปเรื่อยๆ ร่างบางยิ้มเย็นหันมามองเขาที่นั่งอยู่ข้างๆ



สวย

เด็กหนุ่มจิ้งจอกเก้าหางเอ่ยแล้วเอนตัวพิงซาสึเกะเบาๆ

เด็กหนุ่มยกแขนขึ้นโอบร่างบอบบางไว้หลวมๆ

ได้ยินเสียงลมหายใจช้าและลึกสม่ำเสมอ

นารุโตะหลับไปแล้ว......................

ซาสึเกะจุมพิตหน้าผากและริมฝีปากร่างบางแผ่วเบา

เมื่อไหร่กันที่เขาเริ่มไม่หวาดกลัวที่จะแสดงออกว่ารักมากเพียงใด

แต่ว่ามันจะมีประโยชน์อันใด
เมื่อร่างที่หลับใหลอยู่นี้ไม่รู้สึกถึง

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นเขาก็จะไม่ปิดบังอีกแล้ว
ว่าเขารู้สึกยังไงกับนารุโตะ

เมื่อไหร่กันที่นายจะหายแล้วกลับมาเข้มแข็งอย่างเดิม

สายลมอันเงียบสงบนี้หรือคือคำตอบ


ฉันเองก็เชื่อว่านายต้องหายในสักวัน แต่.....นานแค่ไหนล่ะ



1 วัน


1 เดือน


1 ปี หรือ 10 ปี

หรือทั้งชีวิต !!!!!!

ไม่ว่ายังไงก็อยู่เคียงข้างแม้ว่านายจะเป็นตุ๊กตาแบบนี้ไปทั้งชีวิต

ฉันไม่กลัว อีกต่อไปแล้ว นารุโตะ

ไม่ว่าใครจะพูดยังไง ฉันจะไม่ทิ้งนายไว้ให้ร้องไห้คนเดียวอีกแล้ว

ซาสึเกะรู้สึกว่าร่างบางขยับตัวตื่นเขาเลยคลายวงแขนออก


ให้นารุโตะนั่งได้ถนัดขึ้น

ดวงตาสีฟ้ายังเหม่อลอยมองท้องฟ้าที่เริ่มเป็นสีเทา


หมู่ปักษาโบยบินสู่รัง .................

ซาสึเกะลุกขึ้นเมื่อเห็นว่านารุโตะควรจะกลับไปพักผ่อนได้แล้ว


กลับกันเถอะ เด็กหนุ่มร่างสูงเอ่ย

ขณะหันกลับไปมองร่างที่ยังนั่งนิ่งอยู่

ฉันเป็นตุ๊กตา ทำไมไม่ทิ้งฉันไว้ล่ะ

อยู่ๆนารุโตะก็เอ่ยขึ้น

เด็กหนุ่มรู้คำถามนี้แฝงความเจ็บปวดไว้เบื้องหลัง


ซาสึเกะยื่นมือออกไป

เพื่อที่ร่างบอบบางจะได้เกาะลุกขึ้นพร้อมตอบคำถามที่อีกฝ่ายถาม



นายไม่ใช่ตุ๊กตา ทำไมต้องทิ้งไว้ด้วยล่ะ..

ร่างที่นั่งอยู่เงยหน้ามองเด็กหนุ่มนัยน์ตาสีดำนิ่ง

ซาสึเกะเห็นเงาตัวเองสะท้อนอยู่ในดวงตาสีฟ้านั้น



ไม่ใช่ตุ๊กตา.........

นารุโตะทวนคำ ดวงตากลมโตยังจ้องซาสึเกะไม่ลดละคล้ายทบทวนบางอย่าง

สิ่งที่ต้องการเพียงแค่ความรัก..........

ด้วยหวังที่ว่าสักวันจะมีมืออุ่นที่ยื่นมาให้ไขว่คว้าจับไว้...........

ลูบหลังยามหวาดกลัว...................






มือนั้นยื่นมาแล้ว..............

เจอแล้วมืออุ่นให้ไขว่คว้า..................



มือที่อยู่ตรงหน้านี่แหละ!!!!



ร่างที่นั่งอยู่ลุกขึ้นยืนช้าๆดวงตามองตรงมาที่เด็กหนุ่มร่างสูงกว่า

ฝีเท้าค่อยๆเขยื้อนออกแล้วกระโดดโผเข้ากอดซาสึเกะทันที



หมับ!! 



โฮ---------------------------


เสียงสะอื้นไห้แทบขาดใจดังออกมาพร้อมกันน้ำตาที่ไหลไม่ขาดสาย


ความเก็บกดที่ทับถมเนิ่นนานไหลหลั่งพร้อมน้ำใสๆจากดวงตา


มือสองข้างเกาะกุมเสื้อสีน้ำเงินเข้มของอีกฝ่ายแน่น

ซาสึเกะพอตั้งสติได้ก็ยิ้มทันที พร้อมกอดกระชับร่างบอบบางเข้ามาแนบตัว



ฮึก ฮึก ซาสึเกะ ฉันฝัน......ฮึก

นารุโตะพูดพร้อมสะอื้นจนร่างทั้งร่างสั่นสะท้านตามแรงสะอื้นนั้น

ฮึก ทั้งมืด ทั้งหนาว ฉันเจ็บ ฉันทรมานมาก..ฮึก

ทุกคนไม่มีใครหันกลับมา..ทิ้งฉันไว้..ที่นั่น..

ไม่เป็นไรแล้ว ไม่เป็นไร ฉันอยู่ตรงนี้ อยู่ตรงนี้ อยู่กับนายไง

ซาสึเกะพูดพลางลูบหลังร่างบางให้หายกลัว



ฉันตะโกนสุดเสียง...ฮึก แต่ว่า...ไม่มีใครเลย

ไม่มีใครหันกลับมา.....ฮึก..แล้วฉันก็ล้มลง..

เด็กหนุ่มเจ้าของเนตรวงแหวนรู้สึกดีใจมากเหลือเกิน

แม้ว่านารุโตะจะร้องไห้ก็ตาม

เพราะมันหมายถึงร่างที่สะอึกสะอื้นอยู่นี้หายแล้ว



...........พ้นจากสภาพตุ๊กตาที่ไร้ความรู้สึกใด...........



แต่ว่า....

ร่างบางเอ่ยต่อไปแม้เสียงจะขาดเป็นห้วงๆเพราะแรงสะอื้น


ฉันเห็น...ฮึก นายหันกลับมา......วิ่งมาที่ฉัน....ฮึก

แล้วยื่นมือมา...ให้ฉันจับแล้วพอรู้สึกตัว..นายก็อยู่ตรงนั้นจริงๆ

ตรงหน้าฉัน!!!!..ฮึก..



ฉันบอกแล้วไง ฉัน....จะอยู่กับนาย เคียงข้างนาย

มือของนารุโตะกระชับแน่นยิ่งขึ้น



ขอบคุณ ......ซาสึเกะ ร่างบางเงยหน้าส่งยิ้มมาให้ซาสึเกะ

รอยยิ้มที่มาจากใจแท้จริง รอยยิ้มที่รู้สึกว่าไม่ได้เห็นมาเนิ่นนานเหลือเกิน

แม้ว่าข้างแก้มจะมีน้ำใสๆไหลรินอยู่แต่รอยยิ้มนี่มันก็มีค่ามากมายและสวยจริงๆ



รอยยิ้มที่บริสุทธิ์

ซาสึเกะอดไม่ได้ที่จะใช้ลิ้นเลียน้ำตาของร่างบางเบาๆที่แก้ม
นารุโตะเลยหยุดร้องทันที


ไม่ร้องแล้วเหรอ

เด็กหนุ่มร่างสูงกว่าแกล้งถามนารุโตะที่ยกมือจับแก้มทันที พร้อมส่ายหัวไปมา

งั้นก็กลับบ้านไปบอกข่าวดีให้ทุกคนรู้ดีกว่า


ทุกคน?


ช่าย ทั้งยัยฮินาตะเอย ซากุระเอย แล้วก็พวกคิบะ ชิกามารุ ชิโนะ ลี 99



จริงเหรอเนี่ย นารุโตะทำหน้าไม่เชื่อนัก

จนกลับมาถึงที่บ้านร่างบางต้องตะลึง
มีของเยี่ยมเต็มห้องและมีแต่ที่เขาชอบทั้งนั้น


นี่แค่ 1 อาทิตย์เองนะเนี่ย..อ๊ะ เป็นอะไรอีกล่ะ

ซาสึเกะเอ่ยเมื่อเห็นร่างบางร้องไห้อีกรอบ เลยเดินเข้าไปโอ๋

ฉัน......ดี...จายย......ฮือ ฮือ...


จ้า จ้า รู้แล้ว หยุดร้องเถอะนะ

เด็กหนุ่มปลอบไปลูบหัวไป


ฉันเลยไม่ค่อยได้กลับบ้านเลย เพราะมัวแต่นั่งเฝ้านายอยู่นี่


ใครใช้ให้อยู่เล่า


พอหายก็ปากดีเชียว รู้ทั้งรู้ว่าฉันทิ้งนายไม่ได้

นารุโตะไม่พูดอะไรแต่เข้าไปกอดซาสึเกะแทนพร้อมหัวเราะคิกอย่างมีความสุข

สักพักซาสึเกะให้ร่างบอบบางอาบน้ำแต่งตัวใหม่

ส่วนเขาจะไปบอกพวกครูคาคาชิว่านารุโตะหายแล้ว

แล้วก็จะพาไปหาอะไรกินนอกบ้านเนื่องจากนารุโตะผอมลง

แล้วเขากอดได้ไม่เต็มไม้เต็มมือ

แล้วรีบมารับนะ นารุโตะเอ่ยก่อนซาสึเกะเดินออกไป


"อือ จะรีบเหาะมาเลย"

เด็กหนุ่มผมดำแกล้งหยอกก่อนเดินไปตามระเบียงหน้าห้อง
ของร่างบางโดยมีนัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยมองอยู่



เฝ้ามองหาที่แอบอิงพักพิงใจ.............
( มองเห็นที่แอบอิงพักพิงใจ............... )

ด้วยตอนนี้ใจดวงนี้ไม่อาจแบกรับ..............
( ด้วยตอนนี้ใจดวงนี้ไม่ต้องแบกรับ.................. )

ขอเพียงที่สักแห่งไว้ระบาย..ไว้คลายเจ็บ........
( มีแล้วที่แห่งนี้ ไว้ระบาย........ ไว้คลายเจ็บ.......... )

อยู่ที่ไหนกัน........เฝ้ามองหา................
( อยู่ที่นี่ไง............... ไม่ต้องมองหา................. )

รอบตัวมีเพียงความมืดมิด..........หนาวเหน็บตรึงตรา........
( รอบตัวไร้ความมืดมิด........อบอุ่นตรึงตรา........... )

เจ้าหมีขอให้ใจฉันเป็นดั่งใจเจ้า...........
(เจ้าหมีขอให้ใจฉันไม่เป็นดั่งใจเจ้า..........)

เมื่อมันไม่มีที่แห่งนั้น..............
( เมื่อมันมีที่แห่งนั้น..................)

ก็ขอให้ใจอย่าได้รู้สึกอะไรอีกเลย............................
( ก็ขอให้ใจจงได้รู้สึกถึงรักมากมายที่หยิบยื่นมา..................)

นารุโตะ ฉันมารับแล้วไปกันเถอะ คนอื่นรออยู่


อื้อ--- ได้ ซาสึเกะ


สองร่างที่เดินออกจากประตู มือสอดประสานกันไป คล้ายจะบ่งบอก


ฉันจะไม่ทิ้งให้เดียวดาย อ้างว้างอีกต่อไปแล้ว


นี่ นารุโตะ
หือ
ฉันว่าอีกหน่อยนายคงไม่ใช่ อุซึมากิ นารุโตะ แล้วล่ะ


ฉันคือ อุซึมากิ นารุโตะ ไม่ใช่ตุ๊กตานะ


ฉันไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น


แล้วหมายความว่าไง


ก็..........เป็นอุจิวะ นารุโตะแทนไง


ซาสึเกะ ฉันเป็นผู้ชายนะ


ฉันไม่ถือ


เด็กหนุ่มผมดำตอบเรียบๆ

ก่อนที่จะกุมมือร่างที่เดินอยู่ข้างๆให้แน่นขึ้นโดยไม่พูดอะไรอีก


how can you see into my eyes like open doors
leading you down into my core
where i've become so numb without a soul
my spirit sleeping somewhere cold
until you find it there and lead it back home
wake me up inside
wake me up inside
call my name and save me from the dark
bid my blood to run
before i come undone
save me from the nothing i've become


Doll s Heart.

END

2007/Jun/12

Part 3

พอถึงตอนเย็นเวลาที่ภารกิจจะเสร็จสิ้นลง

หญิงสาวคนนั้นกลับมาบ้าน ก็มองหาลูกน้อยของตน


ซากุระจึงส่งเด็กน้อยให้ผู้ที่เป็นมารดาอุ้มอย่างรักใคร่



ขอโทษค่ะกลับช้า พอดีระหว่างทางฝนตกหนักมากเลยค่ะ


แล้วเป็นไงบ้างคะ คุณคาคาชิ แกซนมั้ยคะ



ไม่ครับ เลี้ยงง่ายมาก พวกเด็กๆก็ดูจะชอบเล่นกับแกด้วยน่ะครับ

วันนี้ก็อยู่กันแต่ในบ้านตั้งแต่บ่ายเพราะฝนตกหนัก



งั้นหรือคะ ค่อยยังชั่วหน่อย

เอ๊ะ แต่ที่อยู่เล่นนี่หมายถึงเด็กคนนั้นด้วยรึเปล่าคะ

หญิงสาวสีหน้ากังวลขึ้นมาทันที



นารุโตะหรือครับ

รายนั้นไม่ค่อยโผล่มาเลยครับผมเองก็งงอยู่ว่าไปทำอะไร


อยู่ทั้งวัน แต่ไม่ต้องห่วงเขาหรอกครับ



อ๋อ เปล่าหรอกค่ะ ดิฉันห่วงตาหนูน่ะค่ะ



ครืด----------

ทุกคนหันกลับไปมองเด็กหนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าที่เดินเข้ามา

เนื้อตัวเปรอะเปื้อนและเปียกชื้น


มาแล้วเรอะ นารุโตะ ไปทำอะไรมาเปียกแบบนั้น ซากุระถามเบื่อๆ


อ๋อ ตอนวิ่งไปร้านราเม็งฝนมันตกพอดีน่ะ

ฮ่า ฮ่า ฮ่า เลยถือโอกาสเล่นน้ำฝนเลย



///ได้ยินในสิ่งที่ไม่อยากอีกแล้วนะเรา////

ในเมื่อมากันครบแล้วก็ลากลับเลยนะครับ คาคาชิเอ่ย



เดี๋ยวค่ะ เผอิญไปก็เลยซื้อของฝากมาให้เด็กๆเป็นการตอบแทนน่ะค่ะ

หญิงสาวว่าพลางเดินไปหยิบกล่องเล็กๆที่ใส่ขนมมาให้ 2 กล่อง

ยื่นให้ซากุระและซาสึเกะ นารุโตะเห็นแค่นั้นก็รู้แล้วว่าตนไม่มีวันได้แน่

แต่เดี๋ยวครูคาคาชิ กับคนอื่นสงสัย

แล้วพาลถามเค้าอีกว่าทำไมไม่ได้เลยต้องพูดออกไป



แหม คุณน้ารู้ใจผมจังว่าผมไม่ชอบไอ้ขนมยี่ห้อนี้ อิอิ

..

เสแสร้งมันเข้าไปเถอะ เพราะมันจะไม่เจ็บปวดหรอก.......

หัวเราะเข้าไว้เถอะ เพราะความเจ็บร้าวมันไม่เหลือแล้ว.......

ยิ้มเข้ามันไว้สิ เพราะมันไม่รู้สึกอะไรอีกนับจากนี้ไป.....

ร่าเริงเข้าไว้เลย เพราะ ข้างในมันชาด้านแล้วจริงๆ...



เอ่อ..งั้นหรือจ๊ะ หญิงสาวมองอย่างไม่ไว้ใจนัก

แล้วอยู่ๆเด็กน้อยก็ร้องไห้จ้า

แง้ แง้ แง้

หญิงคนนั้นดูตกใจไม่น้อยที่ลูกของตนร้องไห้ออกมา

พาลมองมาทางนารุโตะด้วยสายตาชิงชังและด่าว่าอย่างชัดเจน

/// สายตาแบบนี้อีกแล้ว เรายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ///

คุณคาคาชิคะ รีบพาเด็กนั่นไปเถอะค่ะ

หญิงสาวว่าพลางบุ้ยใบ้มาทางเด็กหนุ่มจิ้งจอกเก้าหาง


นารุโตะดูแล้วก็ไม่เข้าใจ เขาผิดตรงไหนหรือ

แต่คำตอบที่เขาได้มากลับชัดเจนจนน่ากลัว



ผิดที่มีลมหายใจอยู่ตรงนี้ และมีจิตใจเยี่ยงมนุษย์ที่เจ็บปวดเป็น!!!



เด็กหนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าหม่นไม่ขอรอฟังสิ่งใดอีก

จิตใจสั่งให้เขาปกป้องความรู้สึกของตัวเองไม่ให้เจ็บไปกว่านี้


ขาสองข้างจึงก้าวออกไป

ผ่านพ้นประตูบ้านอย่างรวดเร็วไปตามทางที่เพิ่งจะเดินผ่านมา

สักพักคนอื่นก็ตามมาถึง



นี่ นารุโตะนายเป็นอะไรของนายน่ะ ซากุระถามเสียงแหลม


//// ถามเหมือนกับว่าเราทำอะไรผิดงั้นล่ะ ///

เด็กหนุ่มจิ้งจอกเก้าหางคิด รู้สึกอึดอัดที่หน้าอกเหมือนโดนบีบ


เปล๊า ไม่เป็นอะไรเลย สบายดี หรือซากุระจังเป็นห่วงเหรอ

มีใครเค้าห่วงนายด้วยเหรอยะ

ว่าจบเด็กสาวก็ไปเดินข้างซาสึเกะที่ตอนนี้เดินขึ้นนำอยู่ข้างหน้ากับคาคาชิ


นารุโตะทอดฝีเท้าให้ช้าลง

ตอนนี้กลับรู้สึกว่าการฝืนยิ้มมันช่างยากเกินกว่าที่จะทำได้เสียแล้ว



อยู่ต่อหน้าพวกนั้นเดี๋ยวก็ต้องพยายามยิ้มอีก...........

มันไม่ไหวแล้วจริงๆนะ............................

ตอนแรกนึกว่าจะไม่เจ็บแล้วเชียว...........................

สรุปคงไม่ได้ใช่มั้ย..........................

ต้องแบกรับมันต่อไปใช่มั้ย.....................

ความเจ็บปวดที่ไร้ที่สิ้นสุดนี้.........................

...........ขอเพียงจิตใจจงเป็นดั่งตุ๊กตา..................


.

พอผ่านทางในป่าจนเจอแถบชุมชน ผู้คนจึงเพิ่มมากขึ้น


นารุโตะไปไหนล่ะ

ซาสึเกะเอ่ยขึ้นเมื่อสังเกตว่าคนที่ตนถามไม่ได้


เดินตามมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้



เอ เมื่อกี้ยังเห็นเดินตามมาอยู่เลยนะ ซากุระเอ่ย


สงสัยจะกลับบ้านไปแล้วล่ะมั้ง


ครูคาคาชิ แต่บ้านหมอนั่นมันยังไม่ถึงไม่ใช่เหรอไงฮะ ซาสึเกะท้วงขึ้น



โธ่ นารุโตะไม่ใช่เด็กแล้วนะ

ไม่ต้องห่วงเขาหรอก เขาเข้มแข็งจะตายไป คาคาชิเอ่ย



//// ถ้าเข้มแข็งแล้วทำไมร้องไห้ ////

ซาสึเกะคิด สังหรณ์ใจแปลกๆ