Devil Desire
ตอนที่ 19
เคยชินกับการใช้ชีวิตด้วยความแค้นและการล้างแค้น......
ตอนนี้เลือกที่จะรักและอยู่กับคนที่รัก....
ทว่าความรักที่เขามีให้นารุโตะนี้จะนำไปสู่การล้างแค้น
ปีศาจที่เคยทำร้ายคนรักของเขา......โอโรจิมารุ......
“ความเป็นผู้ล้างแค้น” อย่างไรก็ยังตกค้างอยู่ในตัวเขา...
ไม่อาจจะล้างชำระให้หายไปได้เลย...
................................
..............................................
..........................................................................
“ซากุระจัง ช่วยมาทางนี้แป๊บนึง”
หน่วยแพทย์หญิงคนหนึ่งที่กำลังตรวจร่างกายให้นารุโตะเปิดประตูออกมา
สีหน้าของเธอไม่สู้ดีนัก สรรพนามที่ใช้เรียกทำให้ซาสึเกะรู้ว่าสนิทกับซากุระพอสมควร
“ค่ะ รุ่นพี่”
เด็กสาวตามเข้าไปถึงในห้องตรวจ เธอชำเลืองมองร่างที่นอนนิ่งอยู่
ครั้งหนึ่งดวงตาสีฟ้าคู่นั้นเคยมองเธอด้วยความห่วงใยและมุ่งมั่น
หากบัดนี้กลับปิดสนิท ความสดใสเต็มเปี่ยมด้วยพลัง ความมีชีวิตชีวาไม่เหลือเค้าอยู่บนร่างนั้นเลย
“ผลตรวจออกมาว่า ร่างกายได้รับสารเสพย์ติดเป็นเวลานาน....แล้วก็มีพิษสะสมในตับค่อนข้างมาก”
แพทย์สาวรุ่นพี่เอ่ย สีกน้ากระอักกระอ่วนใจ
“แต่เราไม่รู้ว่าชนิดไหน....เลยใช้ยาสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้”
ซากุระนิ่งงันไม่คาดคิดมาก่อนว่าอาการของเพื่อนรักของเธอจะย่ำแย่ขนาดนี้
“ลองใช้จักระอัดเข้าไปขับพิษโดยตรงก็ไม่ได้...ร่างกายของนารุโตะอ่อนแอเกินไป”
“แล้วถ้าเราขับพิษโดยธรรมชาติ แล้วก็ใช้เจ้านี่ล่ะคะ”
แพทย์สาวรับห่อกระดาษขนาดย่อมมา แหวกออกดู พืชลักษณะคล้ายใบชาอบแห้งอัดแน่นอยู่ข้างใน
ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อรู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร
“หญ้าขนตามังกร..นี่มัน..ได้มาได้ยังไง ของหายากแบบนี้ แถมยังเยอะขนาดนี้”
“ซาสึเกะได้มาจากที่โอโตะค่ะ”
“ดีเลย...รอให้นารุโตะเขาฟื้นก่อน ค่อยต้มให้เขาดื่ม...เคสนี้ยกเป็นหน้าที่เธอเลยแล้วกัน”
น้ำเสียงนั้นเจือความเอ็นดู “เธอเองก็คงอยากดูแลเพื่อนด้วยตัวเองใช่มั้ยล่ะ”
ซากุระพยักหน้ารับพลางยิ้มกว้าง
“ขอบคุณมากค่ะ รุ่นพี่”
“พืชชนิดนี้แม้จะใช้ได้ผลดีแต่ก็หฤโหดกับคนกินอยู่นะ....
เธอจะว่ายังไงถ้าต้องมัดนารุโตะเขาไว้กับเตียงเวลาอาการ อยากยา กำเริบ...”
สีหน้าของรุ่นพี่จริงจังขึ้น ซากุระอ้ำอึ้งเพราะก็เคยได้ยินมาบ้างถึงสรรพคุณของตัวยาชนิดนี้
“ยาขับพิษที่ดีที่สุด” แต่เด็กสาวกลับคิดว่าน่าจะเรียก “รีดพิษ”ซะมากกว่า
คนที่รับยานี้ร่างกายจะขับพิษออกทุกทางที่ออกได้
ผิวหนังจะกลายเป็นจ้ำม่วงคล้ำเนื่องจากพิษถูกขับออกทางผิวหนัง
บางรายถึงขนาดอาเจียนออกมาเป็นเลือดสีดำก็ยังมีให้เห็น
ขึ้นอยู่กับความแรงของพิษที่ได้รับ ระหว่างการขับพิษต้องเจาะให้น้ำเกลือบนมือทั้งสองข้าง
และพยายามให้คนไข้จิบน้ำอยู่เรื่อยๆ ซากุระปล่อยให้รุ่นพี่เธอตรวจดูอาการของนารุโตะต่อ
ส่วนเธอนำเรื่องทั้งหมดมาเล่าให้ซาสึเกะฟัง เด็กหนุ่มทำได้แค่ถอนใจอย่างคนหมดทางเลือก
ไม่ทันที่จะได้พูดปลอบใจอะไร หน่วยลับที่ขึ้นตรงกับโฮคาเงะก็ปรากฏกายขึ้นสองสามคนในทันที
“ท่านโฮคาเงะมีคำสั่งให้นำตัวอุจิวะ ซาสึเกะไปเข้าพบ ”
“เดี๋ยวสิ ไหนบอกจะยังไม่มีการสอบสวนไงล่ะ” ซากุระเถียงขึ้นทันควัน
“คำสั่งมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากทางเบื้องบนรู้แล้วว่า อุจิวะ ซาสึเกะซึ่งเป็นนินจาแยกตัวได้กลับเข้ามาในหมู่บ้าน”
เด็กหนุ่มร่างสูงได้แต่ยืนฟังปล่อยให้หน่วยลับล็อคตัวเอาไว้
โซ่ถูกคล้องไว้ที่มือทั้งสองข้างแล้วไพล่ไว้ที่หลัง ดาบคุซานางิถูกยึด ซาสึเกะไม่ได้มีท่าทีขัดขืนแต่อย่างใด
แต่เป็นซากุระต่างหากที่รีบเอาตัวเข้ามาขวางระหว่างทั้งสองฝ่ายพร้อมแผดเสียงลั่น
ลืมตัวไปแล้วว่าอยู่ในโรงพยาบาล
“อะไรกัน ซาสึเกะเป็นคนพานารุโตะกลับมานะ!!! ไม่มีเหตุผลเลยที่มาจับกันแบบนี้!!!”
“คำสั่งต้องเป็นคำสั่ง ผมแค่ทำตามหน้าที่คุณซากุระอย่าโกรธกันเลยนะครับ”
“พอเถอะ ซากุระ...ฉันจะไป.....ก็ดีเหมือนกันจะได้รู้กันไปเลยว่าจะเอายังไง...”
“งั้นฉันไปด้วย”
“ไม่ต้อง เธออยู่ที่นี่แหละ....ฝากดูแลนารุโตะทีนะ....”
จำยอมทำในสิ่งที่ซาสึเกะขอร้อง เด็กสาวกำมือแน่น
ทุกข์ใจที่ได้แต่มองเด็กหนุ่มผมดำเดินตามหน่วยลับไป
โดยที่ตัวเองช่วยอะไรไม่ได้เลย ได้แต่หวังว่าคงจะไม่เป็นไร
หวังว่าซาสึเกะจะกลับมาอย่างปลอดภัย
เธอไม่อยากเห็นนารุโตะต้องเสียน้ำตาอีกแล้ว
นารุโตะต่อสู้มาตลอดเพื่อพาซาสึเกะกลับมา
อุตส่าห์ตามไปจนเจอ ยอมอดทนอยู่ที่โอโตะในฐานะเชลย
สุดท้ายได้กลับมาที่โคโนะฮะด้วยกันแล้วแท้ๆ
ยังต้องมาเจอการสอบสวนบ้าบอเรื่องนินจาแยกตัวนี่อีกเหรอไง!!!
หากซากุระยังเชื่อตราบใดที่โฮคาเงะรุ่นที่ห้าอาจารย์ของเธอยังอยู่
เรื่องน่าจะคลี่คลายด้วยดี
ตอนนี้สิ่งที่เธอทำได้ก็คงจะมีแต่...
คอยดูแลอาการของนารุโตะอย่างดีที่สุดเท่านั้นเอง....
ซาสึเกะสังเกตว่าที่ที่เขาถูกพามาไม่ใช่ห้องของโฮคาเงะ หน่วยลับผลักประตูเข้าไป
กึ่งจูงกึ่งลากเขาไปนั่งกลางห้องโถงรูปครึ่งวงกลม
โถงนั้นกว้างพอประมาณ นินจาที่พาตัวเขามาถอยหลังตั้งการ์ดคุมเชิงเอาไว้
โฮคาเงะสาวนั่งอยู่เบื้องหน้าตรงกลางของโต๊ะที่ยาวไปตามความโค้งของห้อง
รอบข้างทั้งซ้ายและขวาเป็นหน่วยสวบสวนทั้งก๊ก
แต่ที่สะดุดใจซาสึเกะคือผู้เฒ่าชายหญิงสองคนที่นั่งอยู่เบื้องหลังของโฮคาเงะสาว
‘ เบื้องบนที่ว่าก็คงจะเป็นสองคนนี้งั้นสินะ’ ซาสึเกะคิด
เด็กหนุ่มยิ้มที่มุมปาก นี่เขาคงจะถูกลากมาที่ห้องสอบสวบกลางโคโนะฮะเป็นแน่
ไม่นึกเลยว่าแค่การที่เขาก้าวเข้ามาที่หมู่บ้านเพียงชั่วครู่
จะสร้างความตื่นตระหนกให้คนอื่นมากขนาดนี้
แต่ก็สมเหตุสมผลแล้วล่ะ.....
นารุโตะที่เป็นภาชนะจิ้งจอกเก้าหางกับทายาทตระกูลอุจิวะอย่างเขา
ผู้สืบทอดเนตรวงแหวนที่สามารถควบคุมจิ้งจอกเก้าหางได้
ใครๆก็ต้องคิดว่ามันเป็นแผนแน่ล่ะ
นั่งอยู่เพียงโดดเดี่ยวท่ามกลางสายตาระแวงระวังของทีมสอบสวน
หากใจของเด็กหนุ่มกลับเฉยชา...
ไม่มีอะไรจะทำให้เขาสะทกสะท้านได้อีกยกเว้นเรื่องของนารุโตะ
เพียงคนเดียวเท่านั้น....
“ขอถามหน่อยว่าทำไมเธอถึงกลับมา” คำถามแรกนั้นห้วนในน้ำเสียงยิ่งนัก
“เพราะนารุโตะต้องอยู่ที่นี่”
“เธอไปพบกับนารุโตะได้ยังไง ลองเล่ารายละเอียดมาซิ”
ทำได้แค่ตอบออกไปตามความจริงทั้งหมด
เรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่โอโตะซาสึเกะเล่าทุกอย่างเท่าที่ตนเองประสบมา
ทุกคำตอบไหลรินด้วยสีหน้าวางเฉยราวกับยอมรับในชะตากรรม
นาฬิกาบนผนังเดินไปเรื่อยๆจนบอกเวลาเกือบตีสอง
การสอบสวนก็ไม่มีทีท่าว่าจะจบลง
“แล้วเราจะมั่นใจได้ยังไงว่าสิ่งที่เธอพูดทั้งหมดเป็นความจริง..
เธอเป็นคนช่วยพลังสถิตร่างออกมาจริงๆไม่ใช่แผนของโอโรจิมารุ”
เป็นคำถามแรกที่ซาสึเกะเงียบ เป็นความจริงที่เขาไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยันได้เลย
โฮคาเงะสาวที่นั่งนิ่งฟังอยู่นานกลับเริ่มขยับตัว
ก่อนเอ่ยคำถามที่ทำให้ทั้งห้องสอบสวนนั้นเงียบอึ้งกันไปหมด
“เธอรักนารุโตะรึเปล่า”
สีหน้าเรียบนิ่งของเด็กหนุ่มเจ้าของเนตรวงแหวนก็แปรเปลี่ยนไปฉับพลัน
แววตาที่มุ่งมั่นและน้ำเสียงที่เคร่งขรึมตอบออกไปอย่างดัง
“รักยิ่งกว่าชีวิตของผมเอง!!”
เสียงกระชิบกระซาบดังขึ้นในหมู่นินจาหน่วยสอบสวนทันที
ซาสึเกะไม่สนใจว่าใครจะพูดและคิดยังไงเรื่องระหว่างเขากับนารุโตะ
เพราะมันเป็นความจริง....คือหลักฐานที่ไร้ซึ่งรูปธรรมใดสิ้น...
แต่เป็นความจริงที่อยู่ในหัวใจของเขา...
ไม่มีทางจะควักออกมาให้ใครดูได้หรอก....
“ท่านซึนาเดะจะเอาอย่างไรดีครับ” นินจาที่นั่งข้างๆเธอเอ่ยถาม
หญิงสาวลุกขึ้นจากที่นั่งชำเลืองสายตาไปทางด้านหลังที่มีผู้เฒ่าสองคนนั่งอยู่
ซาสึเกะคิดว่าสายตานั้นเหมือนคนกุมชัยชนะเอาไว้
“ขอประกาศให้ปล่อยตัวซาสึเกะไปก่อน
ระหว่างรอให้นารุโตะอาการดีขึ้นพอจะให้ปากคำเพิ่มเติมได้..
ระหว่างนั้นเพื่อความปลอดภัยฉันจะจัดหน่วยพิเศษขึ้นเพื่อตามดูพฤติกรรมของเธอ
จนกว่าจะมั่นใจว่าไม่เป็นพิษภัยต่อหมู่บ้าน..
หลังจากนั้นค่อยปล่อยตัวเป็นอิสระ...มีใครจะคัดค้านหรือไม่!!!”
ลองโฮคาเงะสาวประกาศกร้าวขนาดนี้ ใครหน้าไหนหรือจะกล้าคัดค้าน
ก็มีแต่เพียงใบหน้าที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่บ้างในบางคน
“เป็นอันว่ามติเป็นเอกฉันท์...ทุกคนแยกย้ายกลับได้....ขอบคุณมาก”
สิ้นเสียงโฮคาเงะสาว ทุกคนเริ่มลุกแยกย้ายกันไป นินจาหน่วยลับที่คุมตัวเขามา
ปลดโซ่ที่ข้อมือให้ ซาสึเกะรับดาบคู่ใจมาไว้ในมืออีกครั้ง
“ยินดีด้วยนะครับ” เสียงลอดออกมาจากภายใต้หน้ากากนั้นเบาเพียงกระซิบ
“นายนั่นเอง...” เด็กหนุ่มพึมพำก่อนมองไปที่ที่ผู้เฒ่าทั้งสองอยู่
หากบัดนี้ไม่มีใครแล้ว ในห้องเหลือเพียงแค่โฮคาเงะกับเขาและนินจาหน่วยลับอีกคน
เด็กหนุ่มอุจิวะยังสงสัยว่าจะมีอะไรต่อจากนี้อีกหรือไม่
เพราะทุกอย่างดูง่ายดายไปหมด ไม่ถูกฆ่า ไม่มีการลงโทษใดๆ
จากนี้จะมีแค่หน่วยพิเศษคอยจับตาดูแค่นั้นเอง
เหมือนกับว่ามันเป็นแผนที่ถูกวางเอาไว้เพื่อเขาและนารุโตะ....
กึก กึก กึก
เสียงส้นสูงกระทบกับพื้นสะท้อนไปทั่วห้องที่เงียบสงบลง
ซึนาเดะเดินเข้ามาหาเอ่ยกับนินจาหน่วยลับที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวด้านหลังเขา
“ซาอิ ช่วยพาซาสึเกะไปพักก่อนแล้วกัน....”
“ครับ” เด็กหนุ่มผิวขาวถอดหน้ากากออกเผยให้เห็นใบหน้า ยิ้มกริ่ม ตามปรกติ
“แล้วบ้านของตระกูลอุจิวะ...” ซาสึเกะเอ่ยไม่ทันจบประโยคก็โดนตัดบท
“รายละเอียดถามซาอิเอาแล้วกัน ฉันต้องไปดูอาการของนารุโตะต่อล่ะ...
กว่าจะสะสางทางนี้เสร็จ เหนื่อยจะแย่”
ทั้งสามคนเดินออกจากห้องสอบสวนพร้อมกัน
หญิงสาวผู้นำหมู่บ้านหายตัวไปในทันทีที่ออกมานอกห้อง
เมื่อรู้ว่าสามารถอยู่ที่นี่ได้
อยู่กับนารุโตะได้...
หัวใจของซาสึเกะก็ลิงโลดขึ้นมา อยากจะกลับไปที่โรงพยาบาลเสียเดี๋ยวนี้
แต่ร่างกายที่อดทนต่อความกดดันหลายๆอย่างมานานเริ่มออกอาการ
ซาสึเกะชักจะรู้สึกเหนื่อยๆเล็กน้อย ถ้าได้พักสักครู่จะได้มีแรงไปเฝ้านารุโตะต่อได้
....คิดได้อย่างนี้จึงยินยอมทำตามที่โฮคาเงะสาวสั่งแต่โดยดี
หมู่บ้านที่เงียบสงบมีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้าและจากร้านสะดวกซื้อ
ทั้งคู่เดินเลาะลงมาตามเนินถนนมุ่ง
สู่อพาร์ทเม้นท์ของเด็กหนุ่มจิ้งจอกเก้าหาง
“ความจริงฉันพักที่บ้านของฉันเองก็ได้” ซาสึเกะเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
“อย่าดีกว่าครับ..บ้านของคุณทรุดโทรมลงไปมาก...มีหลายส่วนต้องซ่อมแซม
พวกเรามีเวลาน้อยเลยตัดสินใจให้คุณพักที่ห้องของนารุโตะไปก่อน
...หวังว่าคุณคงจะไม่ว่าอะไร...”
“เรียกซาสึเกะเฉยๆก็พอ...นายเองยังเรียกนารุโตะเฉยๆเลยนี่”
“อ้า...นั่นสินะครับ..ผมเคยอ่านเจอในหนังสือ...อาการแบบนี้เขาเรียกว่า..หึง..ถูกมั้ยครับ”
เด็กหนุ่มอุจิวะชักสีหน้าขึ้นเล็กน้อย
นานแล้วที่ไม่มีใครพูดจาตรงๆกับเขาแบบนี้เลยไม่สู้จะชินนัก
อีกฝ่ายก็ดันวางสีหน้าซะใสซื่อเหมือนเด็กนักเรียนวิเคราะห์งานส่งครูก็ไม่ปาน
ทำเอาเด็กหนุ่มเจ้าของเนตรวงแหวนตอบอะไรไม่ถูกนอกจาก
“ก็อาจจะใช่มั้ง”
ขึ้นบันไดจนมาถึงทางเดินยาวชั้นบนสุด หยุดยืนที่หน้าห้องของนารุโตะ
แปลกใจที่ประตูแง้มเปิดเข้าไปราวกับไม่ได้ล็อกเอาไว้
ภายในเปิดไฟสว่างจ้า เด็กหนุ่มอุจิวะก้าวเท้าเข้าไปยืนอยู่กลางห้องที่ถูกจัดไว้เป็นส่วนครัว
ไม้ถูพื้นกับถังน้ำวางไว้ จากสภาพพอจะเดาได้ว่าเพิ่งทำความสะอาดเสร็จไปหยกๆ
มองลอดไปทางช่องประตูที่เป็นทางเดินเชื่อมไปห้องน้ำและห้องนอน
คิบะที่ถือถุงขยะใบใหญ่ก็โผล่ออกมาพอดี
“ฮะ!!! นาย...ซาสึเกะ!!!!”
เด็กหนุ่มอ้าปากร้องอวดเขี้ยวสวยให้เห็นทีหนึ่งก่อนวิ่งตึงตังกลับไปทางเดิม
“ฮินาตะๆๆ เจ้าซาสึเกะมาแล้ว!!!!!”
ร่างของเด็กสาวผมดำยาวโผล่ออกมาอีกคนพร้อมไม้ปัดฝุ่นในมือ
เด็กหนุ่มอุจิวะหันมามองหน้าซาอิเพื่อขอคำตอบว่า นี่มันอะไร
...ทำไมสองคนนั่นถึงมาอยู่ที่นี่ เด็กหนุ่มผมสีดำตัดไว้สั้นยิ้มกริ่มอีกรอบ
“มาช่วยทำความสะอาดไงครับ”
“รู้แล้วแต่...ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้...”
“ไม่ได้หรอกครับ...คุณเองน่าจะรู้ดีว่าห้องของนารุโตะปรกติเป็นยังไง
..แถมยิ่งช่วงที่เจ้าของไม่อยู่อีกเป็นเดือนๆ...ยังไงก็ต้องทำครับ
..ไม่งั้นอยู่ไม่ได้แน่ๆ”
อยู่ๆก็อยากจะขำให้กับหน้ากลุ้มใจจริงจังของซาอิขึ้นมาเมื่อพูดถึงสภาพห้องของคนรักของเขา
“ฉันรู้เรื่องจากครูคาคาชิเขาน่ะจ้ะ..เราเลยอาสากันมาช่วยทำความสะอาดห้องให้
..เพราะเดี๋ยวไม่ซาสึเกะคุงก็นารุโตะคุงคงต้องมาพักเอาแรงแน่ๆ”
ฮินาตะเอ่ยขึ้นขณะเดินออกมาพร้อมกับเด็กหนุ่มเพื่อนร่วมทีม
เสียงของเธอออกจะเหนียมอายเหมือนอย่างที่เคย
“เสียดายคนอื่นไปทำภารกิตนอกเมืองยังไม่กลับกันมา
เลยไม่รู้ข่าวว่านายสองคนกลับมาแล้ว” คิบะเสริม
เด็กหนุ่มอุจิวะมองเสื้อผ้าทั้งคู่ที่เปรอะไปด้วยฝุ่น.....
เพิ่งจะรู้ตัวว่าบรรยากาศอบอุ่นในโคโนะฮะและการกลับมาอยู่ในสถานที่ที่คุ้นเคย
แวดล้อมไปด้วยผู้คนที่รู้จักกันมาตั้งแต่เป็นแค่เกะนิน
มันทำให้ความแข็งกร้าวในตัวเขาอ่อนจางลงไป....
คนที่เคยอยู่ในหนองน้ำเยียบเย็นแห่งความชิงชัง
เคยชินกับการดำดิ่งลงไปก้นบึ้งแห่งความมืด....
อยู่ดีๆดวงตะวันก็สาดแสงลงมา มืออบอุ่นฉุดดึงขึ้นสู่พื้นหญ้านุ่ม....
ที่นี่มีรักรอคอยอยู่เสมอแท้ๆ...ครู เพื่อนๆ นารุโตะ....
ทำไมถึงไม่เคยจะมองเห็น.......
“คุณซาสึเกะ...”
น้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตาสีนิลโดยไม่รู้ตัว...
ไม่เข้าใจว่าทำไมตนเองถึงบ่อน้ำตาตื้นนักตั้งแต่มาถึงที่นี่
“ขอบคุณมากนะทุกคน”
เด็กหนุ่มร่างสูงโค้งลงอย่างอ่อนค้อมพาเอาเพื่อนๆต่างรู้สึกขัดเขินกันไปหมด
เพราะซาสึเกะตอนนี้ต่างจากซาสึเกะที่พวกเขาจำได้ในอดีตมากเหลือเกิน
บรรยากาศรอบตัวดูนุ่มนวลลงไม่แข็งกระด้างอย่างเคย
“หึย จะร้องทำไมน่ะ...ซาอิไหนๆนายก็มาแล้วช่วยขนนี่ไปทิ้งทีนะ...”
เด็กหนุ่มเขี้ยวสวยเอ่ยแก้เขินที่ซาสึเกะกล่าวขอบคุณเขาแถมยังน้ำตาไหลหยดแหมะๆอีก
มือสองข้างยกถุงขยะใบเขื่องใส่มือของซาอิ
เด็กหนุ่มผิวขาวซีดก็รับมาด้วยสีหน้าออกจะงงเล็กน้อย
“อ๊ะ..อาการแบบนี้เรียก เขิน ใช่มั้ยครับ”
“โว้ย จะอะไรก็ช่างเหอะ พวกเราปล่อยให้ซาสึเกะเขาพักดีกว่ามั้ย”
ว่าพลางจูงมือฮินาตะให้ตามตนเองออกไป
“ดะ เดี๋ยวซิ คิบะคุง...ไม่เห็นต้องอายเลยนี่..”
พอทุกคนออกไปหมดซาอิเป็นคนรั้งท้าย
เด็กหนุ่มผิวขาวซีดเดินเข้ามาหาเขา ตบบ่าเบาๆพลางเอ่ย
“การเฝ้าจับตาดูคุณจะเริ่มตั้งแต่คืนนี้เลยนะครับ
...แล้วผมก็เป็นหนึ่งในนินจาที่รับมอบหมายหน้าที่นี้
เพราะงั้นไม่ต้องห่วงนะครับ...ขาดเหลืออะไรก็บอกผมได้..”
“อือ ขอบใจมาก”
ร่ำลากันเรียบร้อย ซาสึเกะตามไปปิดประตูให้ ยามนี้เหลือเพียงเขาลำพังในห้องของนารุโตะ
สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเด็กหนุ่มสีผมดวงตะวันได้ชัดกว่าเมื่อครู่
เขารู้สึกอิ่มเอมใจ....
เดินลากเท้าช้าๆมาที่โต๊ะทานข้าว นิ้วเรียวยาวลากไล้ไปตามลายของโต๊ะไม้
เก้าอี้ที่มีเพียงตัวเดียว....
“การใช้ชีวิตเพียงลำพัง...ลำบากมากมั้ยสำหรับนาย....การมีฉันอยู่...ดีกว่าจริงๆ..ใช่มั้ย..”
เอ่ยถามลอยๆราวกับว่าเจ้าของห้องนั่งอยู่ที่นั่นด้วย
พาร่างกายที่เริ่มล้ามาถึงห้องนอน
ทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มหันซ้ายหันขวามองไปรอบห้องสี่เหลี่ยม
สะดุดเข้ากับรูปถ่ายสมัยยังเป็นเกะนินตั้งหราอยู่บนชั้นข้างเตียงนอน
ข้างๆมีกระบังหน้าผากที่พับเรียบร้อยวางอยู่คู่กัน
เอื้อมมือไปหยิบรูปในวันเก่าๆมาดู อดไม่ได้ที่จะยิ้มขำ
นารุโตะกับเขาปั้นหน้าเขม่นใส่กันได้ตลอดสิน่า
วางรูปภาพลง เอื้อมไปหยิบกระบังหน้าผากพอมองดีๆก็รู้ได้ทันที
มันคือกระบังหน้าผากของเขาเอง
นารุโตะยังคงเก็บมันเอาไว้จนบัดนี้...
ซาสึเกะกำกระบังหน้าผากเก่าเก็บของตนเองแน่น
“ตึง!!!”
เด็กหนุ่มร่างสูงกระแทกมันลงกับพื้นโต๊ะอย่างแรง
ปัญหาทั้งหมดที่ยืดเยื้อมาถึงวันนี้ นารุโตะต้องเสียสละตัวเองจนแทบเอาชีวิตไม่รอด!!
เหตุมันเป็นเพราะเขาเองไม่ใช่หรือไง
ที่กระโจนเข้าสู่เงื้อมมือของปีศาจงูโดยไม่แยแสคำเตือนของใคร!!!
และตราบใดที่โอโรจิมารุยังอยู่ นารุโตะไม่มีวันปลอดภัยได้อย่างแท้จริง
ซาสึเกะตัดสินใจอย่างเด็ดขาดถึงยังไงเขาก็ต้องสะสางปัญหา
ที่เขาก่อขึ้นให้มันจบลงด้วยตัวของเขาเอง
ไม่ว่ายังไงก็ต้องกลับไปที่โอโตะ!!
...............................................................
ช่วงสายซาสึเกะถึงได้กลับเข้าไปที่โรงพยาบาลอีกครั้ง
นารุโตะนอนทอดตัวยาวอยู่บนเตียง ผ้าห่มสีขาวผืนใหญ่คลุมไว้ ยิ่งทำให้ดูผอมบางลงไป
ตามเนื้อตัวเริ่มมีจ้ำสีม่วงคล้ำ มือถูกมัดไว้ข้างเตียง เด็กสาวผมสีดอกซากุระยืนอยู่ข้างๆ
ท่าทางคล้ายกำลังใช้จักระดึงพิษที่ขึ้นมาตามผิวหนังให้อยู่
ของเหลวสีดำผุดขึ้นมาจากผิวบริเวณที่เป็นจ้ำซากุระย้ายมันลงไปในถาดสแตนเลสข้างตัว
ในถาดนั้นมีของเหลวเป็นเยื่อเมือกสีดำอยู่เต็ม
คิดว่าทำใจมาแล้วแต่พอมาเจอเข้ากับตัวจริงๆเด็กหนุ่มอุจิวะถึงกับยกมือปิดปาก
“เมื่อคืนนี้หลังซาสึเกะคุงไป...อาการอยากยาก็กำเริบขึ้นมาน่ะ
...โชคดีที่อาจารย์ฉันเขามาพอดี”
“ท่านซึนาเดะ?”
“จ้ะ..ให้ยาขับพิษกับยานอนหลับไปน่ะ...ถึงได้สงบลง”
“แล้วสีดำๆนี่มัน..พิษ..ใช่มั้ย”
“จ้ะ..ดึงพิษออกมาแบบนี้อาจารย์ฉันเขาสอนน่ะ..มันจะช่วยให้พิษขับออกมาเร็วขึ้น”
“แล้วอีกนานแค่ไหนนารุโตะถึงจะหายดี” เสียงของเด็กหนุ่มมีแววกังวลอัดอยู่เต็ม
“จากที่คาดคะเนก็คงจะประมาณสองเดือน”
“เห็นคาบูโตะบอกว่าช่วงอาทิตย์แรกนารุโตะจะคลั่งไม่ก็ช็อกจากอาการอยากยาได้
..แล้วอาการถึงจะดีขึ้นเรื่อยๆ”
“เราเตรียมพร้อมไว้แล้วล่ะ ซาสึเกะคุงไม่ต้องห่วงนะ”
ได้ยินเพื่อนสาวพูดแบบนี้เขาค่อยโล่งใจขึ้นหน่อย
อย่างน้อยก็ไม่หมดหวัง นารุโตะจะหายดีและแข็งแรงได้เหมือนเดิม
เรื่องแผนซ้อนแผนที่เขาครุ่นคิดว่าโอโรจิมารุอาจจะทำไว้กับนารุโตะเป็นเพียงความกังวลของเขาเอง
ซาสึเกะนั่งลงข้างๆเตียงไม่ห่างนัก เฝ้าดูซากุระที่รักษาคนรักของเขาอย่างชำนาญ
สักพักเขาเห็นเปลือกตาของเด็กหนุ่มผมบลอนด์ขยับ
“อือ....เห..ซากุระจัง....คิดถึงจังเลย..อ๊ะ..ฉันอยู่ในโคโนะฮะ..แล้วนี่”
นารุโตะลืมตาขึ้นมอง พอขยับถึงได้รู้ว่าถูกมัดไว้
ท่าทางจะจำอะไรเมื่อคืนตั้งแต่กลับเข้าหมู่บ้านมาไม่ค่อยได้
“อย่าเพิ่งลุกนะ ฉันยังเอาพิษออกไม่เรียบร้อยเลย....”
“ฉันคลั่งเมื่อคืนงั้นเหรอ” สีหน้ารื่นเริงเมื่อครู่เจื่อนลงไปในทันที
“แล้วซาสึเกะล่ะ!!! โดนคุมตัวรึเปล่า!!!!”
“พอลุกได้ก็เป็นกระต่ายตื่นตูมเลยนะยะ..โน่น ซาสึเกะเขานั่งอยู่โน่นไง
...แล้วบอกคิดถึงฉันเดี๋ยวก็โดนซาสึเกะเขม่นเอาหรอก..”
เด็กสาวทำหน้าหน่ายนิดหน่อยหากยังคงยิ้มกว้าง
เมื่อเห็นสีหน้าดีใจจนพูดไม่ออกของเพื่อนร่วมทีม
ยกถาดสแตนเลสพร้อมกับแก้เชือกที่มัดมือไว้ให้ก่อนออกจากห้องไป
พอจะรู้อยู่ว่าทั้งคู่กำลังอยากอยู่กันตามลำพัง ร่างสูงเขยิบเก้าอี้เข้ามาใกล้ๆ
“ซาสึเกะ...นายเป็นไงบ้าง.....”
“ฉันน่าจะเป็นฝ่ายถามนายมากกว่านะ..” เอ่ยพลางจับมือนารุโตะไว้
นิ้วเรียวแข็งแรงไล้ไปตามแดงจากเชือกที่ข้อมือเบาๆ
“ไม่เจ็บหรอกน่า อย่าทำหน้าเหมือนโทษตัวเองงั้นสิ...ว่าแต่ช่วงที่ฉันหลับเกิดอะไรขึ้น”
“ฉันถูกจับตาดูพฤติกรรมระหว่างที่อยู่ที่นี่...ถ้านายแข็งแรงกว่านี้อีกหน่อย
...คงจะมีการสอบถามข้อมูลจากนายอีกที”
“งั้นก็หมายความว่านายไม่ถูกลงโทษใช่มั้ย!!”
“ไม่รู้สินะ ถ้าโชคดีก็อาจจะใช่....อุ๊บ..นารุ..”
เด็กหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าโผเข้าหาเขา พรมจูบไปทั่วหน้าด้วยความดีใจ
แขนแข็งแกร่งโอบและดันอีกฝ่ายไว้กันไม่ให้ตกลงมาจากเตียง
“ดะ..เดี๋ยว..นารุโตะ..นี่โรงพยาบาล...ระวัง..หน่อยสิ”
กลายเป็นซาสึเกะที่ต้องดันตัวนารุโตะออกห่างจากเขาเมื่อร่างบางเริ่มจูบลงมาที่ซอกคอ...
เขาชอบมันมากก็จริง แต่ไม่อยากจะมีอารมณ์อย่างว่าในโรงพยาบาลหรอกนะ
อีกอย่างกับคนป่วย แถมสายน้ำเกลือก็ยังห้อยระโยงระยางติดอยู่กับมือของนารุโตะแบบนี้อีก
คนที่จะลำบากทีหลังคือนารุโตะแน่นอน
“โทษที..ดีใจมากไปหน่อย..แล้วก็เห็นว่าอยู่กันแค่สองคนก็เลย....แฮะๆ”
“ป่านนี้พวกที่เฝ้าฉันเห็นหมดแล้วมั้ง” ซาสึเกะเอ่ยพลางเหลือบสายตาไปที่หน้าต่างด้านนอก
“หา จริงด้วย โอ๊ยยยย อายชะมัดเลยอ่ะ”
คนป่วยบ่นกระปอดประแปดพลางซุกหน้าลงบนหมอน
“แต่ฉันไม่แคร์หรอกนะ..เพราะฉันรักนาย...แล้วก็อยากให้คนอื่นๆรู้ด้วยว่านายเป็นของฉัน...”
ดวงตาสีฟ้าเหลือบแลมาทางเขา ใบหน้าเป็นสีแดงจัดปากขมุบขมิบว่า “บ้า”
เด็กหนุ่มผมสีรัตติกาลใช้เวลาตลอดช่วงบ่ายไปกับการขลุกตัวอยู่ในห้องคนไข้
ระหว่างนั้นเขาคอยให้นารุโตะดื่มยาขับพิษอยู่เรื่อยๆตามที่ซากุระบอก
ไม่นานนักครูคาคาชิกับครูอิรุกะหอบตะกร้าผลไม้มาให้ คุยกันได้ครู่เดียวก็กลับไปทำงานต่อ
ขณะที่ซาสึเกะกำลังล้างแอปเปิ้ลลูกสุดท้ายอยู่ในห้องน้ำ เขาก็ได้ยินเสียงนารุโตะตะโกนดังลั่น
“ซาสึเกะ!!”
เด็กหนุ่มวิ่งออกมาอย่างรวดเร็ว
ของเหลวสีดำคล้ายเลือดไหลออกมาจากจมูกของร่างบนเตียง
เปรอะเปื้อนมือและผ้าห่มเต็มไปหมด
“นารุโตะ..เป็นอะไร!!!”
“อุ๊ก แค่กๆๆๆ” มือแกร่งคว้าผ้าห่มมาเช็ดเลือดสีดำออกให้ แต่มันไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ
เห็นท่าไม่ดีเด็กหนุ่มอุจิวะจึงกดปุ่มเรียกหน่วยแพทย์กับพยาบาลทันที
มือของนารุโตะหงิกงองุ้ม เหมือนเมื่อคราวที่อาการอยากยากำเริบ
เขาพยายามตรึงมันเอาไว้ไม่ให้จิกเข้าเนื้อบนฝ่ามือ
อาการของคนรักเหมือนหายใจไม่ออก
“อึ๊กก!!! ฮ้า..ฮ้า..ฮ้า” เมื่อใช้จมูกหายใจไม่ได้จึงอ้าปากหอบอากาศลงปอดสุดชีวิต
ซากุระผลักประตูห้องเข้ามาพร้อมกับอาจารย์ของเธอและทีมแพทย์อีกสองคน
“ซาสึเกะจับไว้ก่อนนะ” เด็กสาวเอ่ยพลางตรวจอาการของนารุโตะที่ดิ้นไปมาอย่างทรมาน
“อั้ก..หายใจ..มะ..ไม่..ออก..แค่กๆ”
“อาการอยากยากำเริบพร้อมกับร่างกายขับพิษฉับพลันค่ะ!!!”
“แย่จริง!! ...มัดมือไว้ข้างเตียงในท่าก้มก่อน!!!” โฮคาเงะสาวสั่ง
ซาสึเกะที่ช่วยตรึงนารุโตะในทีแรกเปลี่ยนมาเป็นช่วยทีมแพทย์มัดคนรักของเขาให้อยู่นิ่งๆ
นารุโตะถูกจับนอนคว่ำ ศีรษะเลยออกนอกเตียง
เพื่อให้เลือดปนพิษไหลลงถาดสแตนเลสที่พื้นได้สะดวกขึ้น
เด็กหนุ่มขัดขืน พยายามกระชากมือออกจากพันธนาการ
“พิษที่ขับออกมากำลังไหลย้อนลงคอค่ะ!!!”
“จับนารุโตะก้มตัวเอาไว้อย่าให้ยกขึ้นมา!!!”
เด็กหนุ่มอุจิวะถอยออกมาเมื่อเห็นว่าตนเองทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้แล้ว
เลือดสีดำยังไหลออกมาจากโพรงจมูกทั้งสองข้างราวกับเปิดก็อก
หน่วยแพทย์พยายามกดคอและขาร่างที่ดิ้นพล่านด้วยความทุลักทุเล
เจ้าของดวงตาสีฟ้าดิ้นสุดแรง ทั้งเตะทั้งถีบ คิ้วขมวดด้วยความทรมาน
น้ำใสๆไหลจากดวงตาที่ปิดแน่น
ซาสึเกะหันหน้าไปอีกทางเพื่อจะได้ไม่ต้องเห็นภาพที่จิกกัดและฉีกกระชากใจเขา
ดวงตาสีรัตติกาลหม่นหมองและแค้นเคือง มือทั้งสองข้างกำเข้าหากัน
ต้องทนเห็นนารุโตะดึงกระชากข้อมือให้พ้นจากพันธนาการซ้ำแล้วซ้ำเล่า
กว่าจะหมดแรงยอมสงบ ข้อมือเล็กนั้นถลอกแดงจากรอยมัด สงสารคนรักเกินจะพูดอะไรได้
ทำได้แค่เฝ้ามอง โทสะโหมกระพือขึ้นภายในจิตใจ
ใบหน้าของปีศาจงูที่แสยะยิ้มราวกับตนเป็นผู้กำชัยชนะลอยเด่นอยู่ตรงหน้า!!!
“รอก่อนเถอะ โอโรจิมารุ!!!” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความแค้นเคือง
TBC...
เฮ้อออ
ใกล้จะจบเข้าไปทุกทีแล้วค่ะกับเรื่องนี้
(แต่รู้สึกว่าจะมีเรื่องอื่นต่อคิวรอยาวเหยียด แอ่ก)
เรื่องนี้อาจจะรวมเล่มค่ะ(แค่อาจจะนะ)
แต่ไม่รู้ว่ามีใครสนใจอยากได้เก็บไว้มั้ย
เพราะถ้ารวมเล่มจริงๆ
ชิวะว่าจะวาดFan Art กับภาพประกอบแถมเข้าไปให้น่ะค่ะ
-*-a เกาหัวแกร่กๆ(หางานเพิ่มให้ตัวเองอีกแล้วตรู)
ถ้าใครสนใจจริงๆก็บอกกันได้นะคะ
ชิวะจะได้ตัดสินใจ ตอนนี้ลังเลอยู่ค่ะ
ระหว่างรวมดีหรือไม่รวมดี
ขอบคุณที่ตามอ่านค่า