Devil Desire 7

posted on 25 Jun 2009 23:44 by crazy-naruto

 

นอกจากที่นี่แล้วฟิคส่วนใหญ่ของเราตอนนี้ลงอยู่ที่เด็กดีอ่ะจ้า

ตามลิ้งค์ข้างล่างอ่ะ

http://writer.dek-d.com/chiva_chan/writer/

Devil Desire

Sasu x Naru ,  Oro x Naru

เรื่องนี้มีบางตอนที่ไม่เหมาะกับเด็กๆนะ  ขอเตือนไว้ก่อน

ถ้าไม่ชอบหรือรับไม่ได้อย่าอ่านจะดีกว่าจ้า

 

Devil Desire

ตอนที่ 7

ข้อเสนอของปีศาจที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

ยอมตอบรับทำสัญญาอย่างโง่งม

 

เพื่อพลัง และการล้างแค้น

คนสำคัญต้องตกเป็นของบรรณาการ

 

ดั่งดวงตาถูกหมุดตอก

ดั่งดวงใจถูกกรีดแทง

ดั่งแขน ขาถูกมัดตรึง

 

เปลวเทียวสว่างไสวเพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดมิด

ดับวูบไป.............

ไม่อาจไขว่คว้าเอากลับคืน.........................

........................................................................................................................................................

 

 

"คาบูโตะ ไปเอาตัวมา"

"ครับ"

 

สิ้นเสียงคำสั่งนาย ชายหนุ่มขยับแว่นตาแล้วตรงเข้าไปหา ร่างที่นอนขดตัวอยู่ 

แต่ก็ต้องชะงักทันทีเมื่อปลายดาบคมของเด็กหนุ่มอุจิวะจ่ออยู่ที่คอ

 

"ฉันบอกว่า ให้ออกไปห่างๆ ถ้าไม่อยากตาย"

 

กระแสเหี้ยมเกรียมในน้ำเสียงไร้ความปรานีใดๆทำเอาชายหนุ่มอายุมากว่าถึงกับกลืนน้ำลาย

สายตานั้นบ่งบอกว่าทำจริงอย่างที่พูดแน่

เนตรวงแหวนยามนี้ปรากฎเป็นสีแดงเข้มจัดจ้า น่าหวาดหวั่น  มือพร้อมจะกดดาบสะบั้นคอคนตรงหน้าทุกเมื่อ 

คาบูโตะผงะถอยหลังตามสัญชาตญาณ

"ดื้อด้าน กันซะจริง"

 

ชายผมดำยาวเอ่ยน้ำเสียงเนือยๆ แขนซีดยกขึ้นกอดอก มองคนทั้งคู่แวบหนึ่ง

แล้วเลื่อนไปมองร่างด้านหลังของซาสึเกะ  ราวกับจะโลมเลียร่างนั้นด้วยสายตา

เด็กหนุ่มเจ้าของเนตรวงแหวนเห็นจึงขยับกายเข้ามาบังร่างที่นอนคุดคู้อยู่นั้นให้พ้นจากสายตางูร้ายมากขึ้นอีก  

คิ้วยิ่งขมวดหนัก  ความกดดันแผ่ออกมาทั่วร่าง

ดาบที่ถูกชักจากฝัก สะท้อนแสงวาววับหันปลายคมชี้ตรงไปที่ผู้บุกรุก

 

"ฉัน บอก ว่า ให้ ออก ไป"   เสียงแข็งกร้าวเน้นชัดทุกถ้อยคำ

"แบบนั้นจะดีเร้อ  เธอไม่สงสารนารุโตะคุงเขารึไง ที่ต้องทรมานแบบนั้น  ถ้าไม่มียานี่ล่ะก็.......อ๊ะ ว่าแต่ หน้าตาตอนเจ็บปวดนี่ก็ยั่วดีเหมือนกันแฮะ"  

 

โอโรจิมารุจงใจใช้น้ำเสียงหยอกเย้า เอนกายพิงประตูวางท่าสบายใจเหลือประมาณ 

ในมือโบกหลอดยาสีแดงไปมาช้าๆ

 

"ยะ  ยา...ขอยา.."

"นารุโตะ อะไรนะ"

 

เด็กหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีรัตติกาล ได้ยินคนสำคัญ เอ่ยปากขอในสิ่งที่เขาเองไม่อยากจะเชื่อ 

ร่างบอบบางตะเกียกตะกายลงจากเตียง

ตาจ้องของเหลวสีแดงสดในมือของโอโรจิมารุไม่วาง 

แต่เด็กหนุ่มร่างสูงไวกว่าใช้มืออีกข้างคว้าตัวเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายถลาออกไป

 

"อ๊ากกก  ปล่อย!!!  ชั้นจะเอายานั่น!!!  แฮ่ก  แฮ่ก"   นารุโตะตะโกนสุดเสียง สลับกับหอบหายใจถี่รัว 

มือทั้งสองพยายามแกะอ้อมแขนที่โอบรอบเอวออก

 

ในหัวสับสน มันเกิดอะไรขึ้นกับนารุโตะ แล้วยานั่นอีก มันคือยาอะไร

ทำไมนารุโตะถึงได้ต้องการยานั่นแทบขาดใจ

แบบนี้มันผิดปรกติชัดๆ!!

 

"ซาสึเกะคุง ปล่อยนารุโตะมาก่อนเถอะ ตอนนี้ เธอเอาไม่อยู่หรอก"  คาบูโตะตะโกน

"ไม่ !!"

ยิ่งรัดแน่นนารุโตะก็ยิ่งดิ้น เด็กหนุ่มจำใจเก็บดาบแล้วใช้แขนทั้งสองข้างรวบร่างที่ดิ้นพล่านเข้าหาตัว

แต่ไม่รู้ว่าร่างบอบบางเอาแรงมาจากไหนมากมาย

มือที่เป็นอิสระดันเขาให้ออกห่างไม่พอ  กลับใช้เล็บทั้งจิกทั้งข่วนแขนเขา

 

"ปล่อย !!  ปล่อย  จะเอายา  เอายามา!!!!!!"

"โอ๊ย" 

ซาสึเกะร้องพร้อมคลายวงแขนลงทันที เมื่อนารุโตะกัดเข้าที่มือเต็มแรง 

ร่างเปรียวรีบใช้จังหวะนั้นวิ่งโผเข้าไปหาโอโรจิมารุ

โดยไม่สนใจเด็กหนุ่มอีกคนที่ตนฝังคมเขี้ยวลงไปจนได้เลือด 

ซาสึเกะมองตามร่างเปลือยเปล่าของคนรักที่วิ่งออกไป

มือเรียวเล็กไขว่คว้าตะเกียกตะกายหาของเหลวสีแดงสดในหลอดยา

 

 

เจ็บปวดใจ.....

"แก โอโรจิมารุ  แกเอายาอะไรให้นารุโตะ" 

 

เคียดแค้น ชิงชัง ดั่งไฟนรกสุมอยู่ในอก.....................

"แค่ ยาสูตรใหม่เท่านั้นเอง... เพียงแต่......................

...........มันเป็นยาเสพย์ติด......." 

 

สิ้นประโยคของอีกฝ่าย พื้นที่ยืนราวกับทลายกลายเป็นเหวลึก....................................

งูร้ายจงใจเว้นช่วงในการพูด เน้นย้ำท้ายประโยคราวกับจะตอกย้ำลงไปในหัวสมองของเขา

 แขนซีดเกี่ยวกระหวัดร่างของนารุโตะบดเบียดแนบแน่นเข้ากับกับร่างตน

มืออีกข้างปักปลายเข็มลงที่คอขาว  ของเหลวสีแดงค่อยๆซึมหายเข้าไปใต้ผิวหนังร่างบอบบาง 

เสียงครางอย่างพึงพอใจเล็ดลอดออกมาแม้เขาก็ได้ยิน แต่ก็ไม่อาจเบือนหน้าหนีหรือปิดตาปิดหูตัวเองได้

ซาสึเกะทำได้แค่กำหมัดแน่น

 

เกลียดภาพตรงหน้าตนเองเหลือประมาณ..............................

แม้แต่คนที่รักมากที่สุด ก็ช่วยเอาไว้ไม่ได้..................................................

 

อาการเพ้อคลั่งเมื่อครู่เริ่มสงบลงพร้อมกับสีผิวที่เริ่มซีดขาวอีกครั้ง

สีดำในดวงตากลืนกินสีของท้องฟ้าไปสิ้น

ผลข้างเคียงของยาทำให้ร่างนารุโตะอ่อนปวกเปียกซบอยู่กับโอโรจิมารุ 

ซาสึเกะจ้องลึกลงไปในดวงตาดำสนิทนั้น เพียงแค่หวังว่านารุโตะจะพอมีสติเหลืออยู่บ้าง

ทว่ามัน...กลวงโบ๋.....

ดูเหมือนว่าโชคชะตาช่างไร้ความปราณี เมื่องูร้ายเห็นความทรมานในแววตาของเด็กหนุ่มอุจิวะ

ก็ยิ่งได้ใจหนักข้อขึ้นไปอีก  มือขาวซีดพลิกหน้าของนารุโตะให้หันเข้าหาตนอย่างหยาบคาย

ก่อนจะบดเบียดริมฝีปากลงไปต่อหน้าต่อตาของซาสึเกะ!!

ร่างสูงที่น่าสะอิดสะเอียนของโอโรจิมารุกำลังครอบครองนารุโตะ

มือสากลากผ่านผิวเนียนตั้งแต่ต้นขาขึ้นมาจนถึงสะโพกกลมกลึงก่อนขยุ้มอย่างรุนแรง

 

“เธอเองก็หลงส่วนนี้ของนารุโตะคุงใช่มั้ยล่ะ”

“แก!!

พอสิ้นเสียงที่น่ารังเกียจเด็กหนุ่มอุจิวะตาเบิกกว้างด้วยความโกรธขึ้ง หัวใจเต้นถี่รัวก้องอยู่ในช่องอก 

อักขระแล่นไหลผ่านทั่วร่าง  สายฟ้าอ่อนๆทวีความรุนแรงขึ้นในมือของเขาจนกลายเป็น พันปักษา

พร้อมจะฟาดฟันคนตรงหน้าให้เป็นผุยผง

 

“ปล่อยนารุโตะ เดี๋ยวนี้!!!!!

“อย่าทำโง่ๆแบบนั้น ซาสึเกะคุง!! 

ชายหนุ่มผมเงินตะโกนแล้ววิ่งออกมาหานายของตนหลังจากยืนดูเหตุการณ์อยู่นาน

 

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า  กล้าหันพันปักษาใส่ฉันเชียวเรอะ!!

ซาสึเกะพุ่งเข้าใส่โอโรจิมารุอย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องชะงักเมื่ออีกฝ่ายเอาร่างของคนที่รักมาเป็นกำบังทันที

อีกทั้งคาบูโตะก็ตั้งท่าจะสู้กลับโดยใช้เข็มอาบยาพิษ

เด็กหนุ่มจำต้องเบนทิศทางให้พ้นจากนารุโตะจนไปชนเข้ากับกำแพงทำให้มันพังทลายลงไปทั้งแถบ

ทะลุไปถึงทางเดินไฟสลัว  แต่อยู่ๆเขาก็ทรุดฮวบลง ขาเริ่มอ่อนแรงไปดื้อๆ

เด็กหนุ่มเริ่มรู้สึกถึงความผิดปรกติของร่างกายตนเอง

หรือว่าเมื่อครู่ตอนที่คาบูโตะพุ่งออกมาจะใช้จังหวะนั้นขว้างเข็มอาบยาพิษใส่เขาที่ไม่ทันระวัง

 

“อุก...แก คาบูโตะ” 

 

“ไม่ต้องกลัวหรอก ที่โดนไปน่ะแค่ยาชาเท่านั้น  น่าเสียดายนะ ทั้งๆที่ปรกติเธอน่าจะหลบทันแท้ๆ

รู้สึกว่าความเฉียบคม ความว่องไว ความเยือกเย็นของเธอจะหายไปหมดเลยนะ พอเป็นเรื่องของเด็กจิ้งจอกนี่”

 

“หึหึ เห็นรึยังล่ะว่า นารุโตะน่ะเป็นจุดอ่อนชั้นยอดของซาสึเกะคุงน่ะ แต่ก็ดี ฉันจะได้มีข้อต่อรองกับเธอ”

โอโรจิมารุที่ยืนอยู่ด้านหลังคาบูโตะเอ่ยสมทบ

เพราะเสียงกำแพงถล่มที่ดังไปทั่ว ตอนนี้พวกนินจาลูกสมุนของโอโรจิมารุเริ่มทยอยวิ่งกันมาดูเหตุการณ์

ว่ามีอะไรผิดปรกติ

 

“เอาไปขังที่คุกใต้ดินก่อน”  

 

 เสียงแหบห้าวสั่งเอากับลูกสมุนที่อยู่ใกล้ๆ 3-4 คน 

ตาสีอำพันคล้ายงูเหลือบมองเหยียดๆก่อนสะบัดหน้ากลับไปอย่างไม่ไยดี

 แขนซีดอุ้มนารุโตะราวกับเป็นเจ้าของ  ก่อนค่อยๆเดินหายลับไปในความมืดที่สุดทางเดิน พร้อมกับชายหนุ่มผมเงิน

 

ซาสึเกะที่ร่างกายชาไปทั้งตัวจากฤทธิ์ยา

พยายามใช้ดาบยันตัวเองขึ้นอย่างยากเย็นก่อนจะถูกพวกนินจาลูกสมุนของโอโรจิมารุเดินเข้ามาเยาะเย้ย

 

“ตกกระป๋องแล้วเรอะแกน่ะ”

“ก็ดั๊นไปยุ่งกับของของท่านโอโรจิมารุนี่น้า  ไม่ได้เจียมซะเล้ย ”

 

 

“หุบปาก”

แม้ว่าจะขยับไม่ได้แต่สายตาสีแดงเลือดนั้นก็ยังทำเอาพวกลูกกระจ๊อกพากันหวาดหวั่นจนต้องปิดปากเงียบ

เด็กหนุ่มเรือนผมสีดำถูกหิ้วปีกออกไปตามคำสั่ง

 

มองตามแผ่นหลังที่น่าชิงชัง

สัญญากับตนเองหนักแน่น

 

“รอก่อนนะ นารุโตะ ฉันจะไปช่วยนายแน่”

 

TBC…

Devil Desire 6

posted on 25 Jun 2009 23:41 by crazy-naruto

 

นอกจากที่นี่แล้วฟิคส่วนใหญ่ของเราตอนนี้ลงอยู่ที่เด็กดีอ่ะจ้า

ตามลิ้งค์ข้างล่างอ่ะ

http://writer.dek-d.com/chiva_chan/writer/

 

 

Devil Desire

Sasu x Naru ,  Oro x Naru

เรื่องนี้มีบางตอนที่ไม่เหมาะกับเด็กๆนะ  ขอเตือนไว้ก่อน

ถ้าไม่ชอบหรือรับไม่ได้อย่าอ่านจะดีกว่าจ้า

 

Devil Desire

ตอนที่ 6

ร่างเปลือยเปล่านั้นยังคงน่าสัมผัส
ผิวสีน้ำผึ้งที่ถูกแต่งแต้มรอยน่าละอาย
ไม่อาจโอบกอดได้ดั่งใจต้องการ
กลัวซ้ำความบอบช้ำ
และน้ำตาอาจไม่หยุดรินไหล
กลัวแววตาแห่งท้องฟ้านั้นหม่นลง
กลายเป็นสายฝนเปียกปอน
.........................................................

นารุโตะค่อยๆดึงผ้าห่อกายออก เนื้อตัวเกร็ง ขบริมฝีปากข่มความหวาดหวั่นในหัวใจ
ปลอบประโลมตัวเอง
คนตรงหน้านี้คือ ซาสึเกะ ไม่ใช่ใครอื่น
ไม่ต้องกลัว ใจเอยอย่าร้อนรน เขาจะไม่ทำร้ายเราอย่างที่ชายที่น่ารังเกียจนั้นทำ

นารุโตะย้ำกับตนเอง แต่ใจก็ยังสั่น โอโรจิมารุทำให้เขาเป็นโรคกลัวไปซะแล้ว
กลัวการที่จะต้องมีร่างเปลือยเปล่า
กลัวยามที่ไม่มีเสื้อผ้าติดกาย กระทั่งยามอาบน้ำ ร่างบอบบางก็ไม่กล้าที่จะถอดเสื้อผ้าจนหมด

แม้ตอนนี้ต่อหน้าซาสึเกะ คนที่เขาไว้ใจมากที่สุดก็เช่นกัน!!

เมื่อเห็นอีกฝ่ายตัวสั่นมือสั่น ซาสึเกะจึงใช้มือของตนดึงร่างนั้นมากอดเอาไว้
พร่ำบอกคำปลอบจากใจมากมาย
ฉันเอง ไม่ต้องกลัว ฉันรู้ว่านายไม่อยากถอดผ้านี่ออก แต่ฉันจำเป็นต้องตรวจดูว่านายบาดเจ็บที่ไหนบ้าง
เพื่อนายเอง ที่นี่มีแค่ฉันไม่มีใครทำร้ายนายได้แล้ว นายอยู่กับฉัน อย่ากลัวเลย...เด็กดี....


จูบที่กลางหน้าผากใส่ความรักและหวงแหนลงไป
นารุโตะคงรู้สึกได้จึงยอมคลายมือที่ตอนแรกยึดผ้าคลุมกายแน่นลง
ความตึงเครียดจางไป เด็กหนุ่มประคองเจ้าของเรือนผมสีตะวันให้นั่งลงที่ข้างเตียง

ผ้าห่มผืนบางที่ใช้คลุมตัวเมื่อครู่หล่นอยู่ข้างๆ
ถึงผอมบางลงหากก็ยังน่ามอง ซาสึเกะค่อยๆใช้นิ้วจุ่มยามาปาดทาบริเวณรอยฟกช้ำที่หน้าท้องและที่ขา
ก็ไม่แปลกนักถ้าเป็นที่แขนขา แต่ที่ท้องนี่ไม่น่าจะเป็นรอยฟกช้ำที่ล้มจากการหลบหนีได้เลย
และยังกินเป็นบริเวณกว้างอีกด้วย

ไปกระแทกอะไรมาที่ท้อง”

โดนชก”


นิ้วที่ถูวนหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง
นารุโตะแอบได้ยินเสียงขบฟันของเด็กหนุ่มร่างสูงแน่น
ทำได้แค่เอามือบอบบางของตนไปกุมมืออีกฝ่ายเท่านั้น

นอนคว่ำที ฉันทายาไม่ถนัด”
เด็กหนุ่มจิ้งจอกเก้าหางทำตาม ยามเอนตัวลงร่างกายยังเจ็บร้าวไม่หาย
และแผลบางแห่งเป็นแผลสดที่เพิ่งได้มา

ที่สะโพกและบั้นเอวมีรอยเล็บทั้งจิกและข่วนเป็นแนวยาว แผ่นหลังเป็นรอยขบและดูดเม้ม
ซาสึเกะขมวดคิ้วจ้องมองรอยเหล่านั้นอย่างขุ่นเคืองยิ่ง รู้ว่าเป็นฝีมือใคร


เนื้อยาเย็นๆชื้นๆค่อยซึมเข้าสู่ผิว
ปลายนิ้วของซาสึเกะนุ่มนวลอ่อนโยนเสมอมา ความง่วงเริ่มจู่โจมนารุโตะ
ไม่ได้หลับไปพร้อมกับความอุ่นใจแบบนี้มานานแค่ไหนกันแล้ว…..

หลับตาพักให้สบายเลยก็ได้ นายเหนื่อยมาพอแล้ว จากนี้ให้ฉันจัดการเถอะ”
เสียงที่ละมุ่นคล้ายอยู่ในห้วงฝัน กล่อมเกลาหัวใจทีละน้อย

หากต้องสะดุ้งตัวโยนเมื่อโดนพลิกตัวกลับแล้วถูกแยกขาออก
ดะ เดี๋ยว ตรงนั้น ไม่ต้อง!!!
เสียงห้ามปรามดังขึ้นทันทีกับที่ปลายนิ้วของซาสึเกะสัมผัสโดนช่องทางคับแคบ
ที่ทั้งแดงและถลอก

ไม่ได้หรอก ถึงเป็นตรงนี้ก็ต้องทายา”

สายตาที่จ้องตรงมานั้นคมลึก เมื่อห้ามไม่ได้จึงจำใจปล่อยร่างสูงให้รักษาต่อไป
พยายามที่จะเมินหน้าที่แดงซ่านขึ้นมานั้นหนี

รู้สึกถึงความเย็นของตัวยาซึมลึกเข้าไปพร้อมกับนิ้วเรียวของอีกฝ่าย
ลมหายใจที่เป็นปรกติเริ่มถี่กระชั้น มือขยุ้มผ้าปูจนยับย่น
สติเขาเริ่มจะเตลิด ความนุ่มนวลที่ชวนให้ตกหลุมง่ายดาย...........

แปล๊บ!!!!!!!!

เฮือก!!!!! อ๊าาาาาา

ซาสึเกะตกใจเมื่ออยู่ๆร่างตรงหน้าร้องเสียงหลง สัมผัสที่เขาให้มั่นใจว่าแผ่วเบา
ไม่น่าที่จะสร้างความเจ็บปวดอะไรได้เลย

ปะ ปวด…” เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีทองงอตัวขดคู้ ซาสึเกะเริ่มใจหาย

เป็นไรมากมั้ย ปวดที่ไหน บอกฉันสิ”

ปะ..ปวดทั้งตัว อยะ...อยู่ดีๆก็เป็น โอ๊ย!!


---ปัง!!


ถึงเวลาให้ยาแล้วสินะ”

แขกไม่ได้รับเชิญย่างกรายเข้ามา นัยน์ตางูแฝงความเจ้าเล่ห์ แสนน่ารังเกียจจับจ้องอยู่ที่ร่างเปลือยเปล่า
ซาสึเกะลุกขึ้นบังร่างที่นอนขดอย่างหงุดหงิด ไม่เข้าใจในเจตนาของอีกฝ่ายว่าจะมาทำอะไรที่นี่อีก

ห้องนี้น่าจะรู้กันดีว่าเป็นห้องส่วนตัวของเขาไม่ใช่ว่าใครๆจะเข้าออกได้ตามสบาย

นาย เข้ามาทำไม ออกไป”

โธ่ๆ อย่าหุนหันสิ ซาสึเกะคุง ฉันอุตส่าห์มาช่วยแท้ๆ”

ช่วยบ้านแกสิ นารุโตะน่ะฉันจะดูแลเอง อย่ายุ่ง!!!!!

TBC...

Devil Desire 5

posted on 25 Jun 2009 23:32 by crazy-naruto

 

นอกจากที่นี่แล้วฟิคส่วนใหญ่ของเราตอนนี้ลงอยู่ที่เด็กดีอ่ะจ้า

ตามลิ้งค์ข้างล่างอ่ะ

http://writer.dek-d.com/chiva_chan/writer/

 

 

Devil Desire

Sasu x Naru ,  Oro x Naru

เรื่องนี้มีบางตอนที่ไม่เหมาะกับเด็กๆนะ  ขอเตือนไว้ก่อน

ถ้าไม่ชอบหรือรับไม่ได้อย่าอ่านจะดีกว่าจ้า

 

Devil Desire

ตอนที่ 5

ร่างที่สั่นระริกดั่งหวาดกลัวต่อทุกสิ่ง
ความภาคภูมิใจที่โดนช่วงชิงไปไกล
ทอดกายทิ้งไว้ใต้แสงจันทร์
เงาหลอนที่ย้ำเตือนยากจะคลายได้
...................................................

หลังจากที่เขาดึงดันเอาเด็กหนุ่มที่คล้ายนารุโตะคนนี้มาจากโอโรจิมารุ
ซาสึเกะพามาที่ห้องของเขา ร่างที่นอนไร้สติอีกหนหลังจากทุรนทุรายมานานนับชั่วโมง

เปิดโอกาสให้เขาได้พิสูจน์บางอย่างและทำให้รู้ว่าเด็กคนนี้โดนพิษ
ที่เขาเองก็ไม่ทราบแน่ว่ามีส่วนผสมจากอะไร เป็นพิษที่ออกฤทธิ์แปลกๆ

ไม่ทำให้ตาย ไม่ทำลายอวัยวะภายใน มีแค่ฤทธิ์กดประสาทเหมือนสารเสพติดทั่วๆไป
ตามเนื้อตัวมีรอยฟกช้ำ รอยขีดข่วนปะปนกับรอยจูบที่โอโรจิมารุทิ้งไว้อยู่เต็ม

คงอดทนมามากแน่ๆ

ซาสึเกะค่อยๆประคองร่างอ่อนแอนั้นขึ้นก่อนบรรจงป้อนยาขับพิษให้
ดีที่ยังดื่มได้แม้จะสำลักยาบ้างก็ตาม
ถ้าอาการดีขึ้นเมื่อไหร่เขาคงได้สอบถามที่มาที่ไปกันยาว

ซาสึเกะ..

เด็กคนนั้นเอ่ยชื่อของเขา เสียงแหบแห้ง ยิ่งฟังยิ่งคล้าย
คล้ายกับ นารุโตะ
ที่ตอนนี้คงยังอยู่ที่หมู่บ้านเป็นแน่
ซาสึเกะภาวนาเช่นนั้น และพยายามขจัดความคิดฟุ้งซ่านที่คิดว่าร่างตรงหน้าคือคนที่สำคัญของตน

อุ๊ก!! แค่ก แค่ก”

หลังจากได้ยากขับพิษไม่นาน อีกฝ่ายก็ทำท่าทางไม่สู้ดีนัก เริ่มจากไอจนกระทั่งขดกอดตัวเองแน่น

ฮึก!!! อ๊ากกกกก”



โครม!!!!



เป็นอะไรรึเปล่าน่ะ”

เด็กหนุ่มอุจิวะเอ่ยหลังจากเห็นคนตรงหน้าล้มลง ตะเกียกตะกาย
อาการเหมือนกำลังจะช็อก
ซาสึเกะพยุงร่างนั้นขึ้น เด็กหนุ่มผมทองนัยน์ตาสีดำเริ่มเบิกกว้าง
แขนก่ายกอดซาสึเกะคล้ายหาที่ยึดเหนี่ยวดั่งลูกกวางหนีน้ำหลาก

ฮึก!!! ซาสึเกะ ฉัน ฉัน!!

ใบหน้านั้นก้มซุกอยู่กับไหล่ของอีกฝ่าย ดวงตาปิดแน่นจนเจ็บ
เด็กหนุ่มร่างสูงยึดร่างเขาแน่น สติที่เลื่อนลอยค่อยกลับคืน รู้แล้วว่าบัดนี้ตนอยู่กับใคร
และเกิดอะไรขึ้นบ้าง
แต่ตอนนี้นารุโตะเหนื่อยเกินกว่าจะพูดอะไรได้มากไปกว่าเอ่ยชื่อคนที่เฝ้ารอ

เหงื่อเย็นไหลทั่วใบหน้าผสมเข้ากับน้ำตา

ในที่สุดก็ได้เจอ

คนที่ตามหา คนที่อยากพบมาเนิ่นนาน ................

พลัน เขาก็คิดได้

ถ้าเกิดซาสึเกะรู้ขึ้นมาว่าเขาโดนโอโรจิมารุทำอะไรไว้
ซาสึเกะจะรับได้รึเปล่า ตอนนี้ยังไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงเพราะอีกฝ่ายยังไม่รู้ว่าเป็นเขา
ผลข้างเคียงของยาทำให้ร่างกายเขาเปลี่ยนไป

เอ๊ะ นี่มัน สีผิว ทำไม...

นารุโตะหวั่นเกรงต่อเหตุการณ์ที่จะเกิดต่อจากนี้

พอหมดฤทธิ์ยาร่างกายก็เริ่มกลับสภาพเดิม ไม่เข้าใจสักนิด
ตอนแรกโอโรจิมารุกันเขาออกจากซาสึเกะแต่ตอนนี้กลับส่งให้ง่ายๆ
และยังเป็นตอนประจวบเหมาะกับที่ฤทธิ์ยาจะหมดเสียด้วย!!

ไม่นานนักเด็กหนุ่มจิ้งจอกเก้าหางก็เข้าใจตนได้เข้าไปอยู่ในแผนการบางอย่างเสียแล้ว

ไม่ได้!!!

ถ้าซาสึเกะรู้ว่าเป็นเขาตอนนี้ล่ะก็ จะเข้าแผนของโอโรจิมารุอีกน่ะสิ
ร่างสูงดันตัวอีกฝ่ายออกเพื่อดูใบหน้าอย่างร้อนรนหลังจากเห็นสีผิว

สีของน้ำผึ้งสวยสดในความทรงจำ............
หากอีกฝ่ายกลับหลับตาแน่นมิหนำซ้ำยังเอามือปกปิดใบหน้าของตนจนมิด

เอามือออก!! ลืมตา!!

ทว่าเด็กหนุ่มตรงหน้ากลับนิ่งเฉยไม่ทำตามที่สั่ง พร้อมทั้งส่ายหัวไปมาลูกเดียว
เมื่อพูดด้วยดีๆแล้วไม่ยอมทำตามก็ต้องใช้กำลังบังคับล่ะ ถึงมันจะดูโหดร้ายและเอาแต่ใจก็เถอะ

ไม่!!! อย่าดึงแขน!!!

ไม่อยากให้ซาสึเกะรู้ว่าเป็นเขาเลย หากได้เจอกันในสภาพอื่นเขาคงดีใจพุ่งเข้าไปหาเอง
แล้วจะกอดให้แน่นๆด้วยซ้ำ

แต่รูปการณ์แบบนี้ไม่ใช่

ทำไม่ได้

ร่างบอบบางพยายามปัดมืออีกฝ่ายพัลวัน พร้อมกับหันหน้าหลบเต็มที่

อย่าปิดหน้า ให้ฉันเห็นหน้าเธอหน่อย!!!

แรงของซาสึเกะมากกว่าเขา บวกเข้ากับสภาพร่างกายที่เหนื่อยล้า
เป็นธรรมดาที่จะต้านไว้ได้ไม่นาน

สุดท้ายจึงโดนกดลงกับพื้น มือสองข้างโดนตรึงแน่นด้วยมืออีกฝ่าย
คราวนี้ต่อให้หันหลบยังไงก็ไม่พ้น นอกจากจะดำหายลงไปในพื้นที่รองรับตัวอยู่เท่านั้น

รอยที่ข้างแก้มผุดพรายเรียงตัวคุ้นตา
เด็กหนุ่มนัยน์ตาสีดำเพ่งพินิจอย่างตกใจระคนกับความมึนงง


จิ้งจอกน้อยของเขากลับมาอยู่ตรงหน้านี้แล้ว.................


ซาสึเกะอึ้งถึงขนาดนิ่งงันไป เมื่อเห็นใบหน้านั้น แม้จะหลับตาแต่เขาก็รู้แล้วล่ะว่าร่างตรงหน้าคือใครกัน

นะ...นารุโตะ... ทำไม....

ร่างที่นอนราบอยู่บนพื้นสบตาเขามีแววหวาดเกรง

สีของท้องฟ้าในดวงตาแม้ยามนี้ก็ยังฉายชัด....

อ๊ะ!! ซาสึเกะ!!

ร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อเด็กหนุ่มร่างสูงดึงตัวเขามากอดไว้แน่น
ราวกับกลัวว่าเขาจะบินหนีหายไปไหน
มันทำให้เขากลั้นเสียงสะอื้นไว้ไม่ไหวอีกแล้ว

ฉันขอโทษ เพราะฉันนายถึงต้องเป็นแบบนี้ นารุโตะ”

ไม่ใช่ เพราะฉันสัญญาแล้ว ฉันต้องมา”

ซาสึเกะยกมือของนารุโตะขึ้นรอยเจาะของสายน้ำเกลือมีอยู่ทั้ง 2 ข้าง
ต้นคอก็มีรอยเข็มฉีดยาอยู่หลายจุด
สงสารร่างผอมบางตรงหน้าสุดหัวใจ ไม่ต้องบอกก็พอจะรู้อยู่ว่าเจอกับอะไรมาบ้าง

ความโกรธเริ่มร้อยรัดหัวใจเด็กหนุ่มอุจิวะ
ดั่งหนามแหลมทิ่มแทงทุกครั้งที่เห็นรอยบอบช้ำตามเนื้อตัวของนารุโตะ

ทำไมโอโรจิมารุถึงอยู่แต่ในห้องเสียหลายวัน

ทำไมพวกลูกกระจ๊อกถึงเอาแต่พูดถึงคนที่ถูก
หิ้ว’ มาใหม่ แต่พอเห็นเขากลับหุบปากเงียบ

และทำไมเขาถึงถูกใช้ให้ออกไปนอกเขตโอโตะบ่อยๆในช่วงนี้


ถ้าเอะใจซักนิดอาจจะรู้ทันก่อนที่นารุโตะโดนทำร้ายและคงจะช่วยคนสำคัญไว้ได้
แต่ในเมื่อไม่ได้ มันสายเกินไป
ประเด็นสำคัญตอนนี้คือ
ทำอย่างไรจึงจะพานารุโตะหนีกลับโคโนะฮะอย่างปลอดภัย

แต่ก่อนหน้านั้นต้องรักษาบาดแผลต่างๆและให้พักฟื้นก่อน
เด็กหนุ่มเร่งรุดผสมยาสมานแผลขึ้นมา บรรจงทาตามเนื้อตัวของอีกฝ่าย
แปลกใจที่คราวนี้บาดแผลต่างๆกลับไม่ยอมหายไปง่ายๆแบบที่เคยเป็น

นารุโตะ ลองใช้จักระที”

ฉันใช้มันไม่ได้แล้ว”

เผลอแหวกผ้าที่ปิดช่วงท้องออก ซาสึเกะสังเกต
รอยรูปวงก้นหอยแปรไปต่างจากที่เคย แต่ที่กระตุกใจอีกฝ่ายกลับเป็นร่องรอยอื่นมากกว่า

โดนโอโรจิมารุผนึกไปหมดแล้วตอนที่.....ฉัน.....พยายามหนีน่ะ... แฮะๆ...

หัวเราะแกนๆเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องราวที่ไม่อยากเอ่ยถึง
ก่อนจะรีบเอาผ้ามาคลุมตัวไว้ตามเดิมเพราะนึกได้ว่า
รอยที่ถูก
ทำ’ เอาไว้ยังไม่จางไป

จ้ำสีแดงออกช้ำ กระจายไปทั่ว

ก้มหน้านิ่งไม่กล้าสู้หน้าสบตาเด็กหนุ่มอุจิวะที่คงเห็นร่องรอยที่น่ารังเกียจนั้นไปแล้ว
ตั้งแต่ท้องน้อยเรื่องลงไปจนถึงโค่นขาด้านใน รอยขบเม้มมีมากขึ้นตามลำดับ

โทษนะ นารุโตะ แต่ฉันขอดูร่างกายของนายให้ชัดๆทีเถอะ”

ได้ยินคำขอนั้นก็เหมือนกับทั้งใจโดนฉีกกระชาก
น่าละอายตัวเอง
ตั้งแต่ที่ถูกทำร้ายเป็นต้นมาเขาก็ไม่อยากจะเปลื้องเสื้อผ้าออกอีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว!!

คำขอของซาสึเกะจึงทรมานใจนัก....

TBC


edit @ 25 Jun 2009 23:35:36 by ชิวา

Devil Desire 4

posted on 25 Jun 2009 23:29 by crazy-naruto

 

นอกจากที่นี่แล้วฟิคส่วนใหญ่ของเราตอนนี้ลงอยู่ที่เด็กดีอ่ะจ้า

ตามลิ้งค์ข้างล่างอ่ะ

http://writer.dek-d.com/chiva_chan/writer/

 

 

Devil Desire

Sasu x Naru ,  Oro x Naru

เรื่องนี้มีบางตอนที่ไม่เหมาะกับเด็กๆนะ  ขอเตือนไว้ก่อน

ถ้าไม่ชอบหรือรับไม่ได้อย่าอ่านจะดีกว่าจ้า

 

 

Devil Desire

ตอนที่ 4

ร่างกายที่อ่อนล้า
หัวใจถูกปิดตาย
ทุกสิ่งที่เห็นพร่าเลือนไป
แต่สิ่งที่ชัดเจนกลับมีเพียงความชิงชังที่พอกพูน
ร่างกายที่แสนโสโครก
ชื่อหนึ่งของคนที่เฝ้ารอคอย
นัยน์ตาสีรัตติกาลอันอบอุ่น
ความอ่อนโยนนั้นอยู่หนใด


เด็กหนุ่มเดินเข้าไปในห้องที่ประตูเปิดแง้มไว้ โอโรจิมารุไม่น่าที่จะสะเพร่าขนาดนี้
ถือวิสาสะสำรวจ สภาพห้องดูผิดแผกจากที่เคย

ทำไมมันถึงได้เละเทะแบบนี้’

ซาสึเกะคิดในใจขณะที่เดินอย่างระมัดระวังเศษชุดน้ำชาที่แตกกระจายเกลื่อนพื้น
พลางเหลือบไปที่เตียงนอนหลังใหญ่ มีคนนอนอยู่แต่ไม่ใช่โอโรจิมารุ
ถาดที่ใช้ใส่อาหารถูกยกมาวางไว้หากจานและชามหกกลิ้ง

มองไม่เห็นหน้าร่างที่นอนอยู่ว่าเป็นใคร เขาไม่สงสัยมากนัก
เป็นเรื่องธรรมดาที่เจ้างูนอกรีตนั่นมักจะหอบใครต่อใครมาบำรุงบำเรอตัวเองไม่ขาดสาย
แต่ครั้งนี้มันแปลกกว่าทุกที ซาสึเกะสะดุดตาเรือนผมที่โผล่พ้นผ้า ถึงร่างนั้นจะนอนคว่ำ
ใบหน้าโดนหมอนใบใหญ่ปิดบัง แต่ผมสั้นสีทองจัดนั่นมันช่างคุ้นตา

ไม่น่าจะใช่หรอกน่ะ”

เด็กหนุ่มเดินรี่เข้าไปเอื้อมมือหมายจะดึงหมอนที่ปิดบังใบหน้านั้นออก ในใจดิ้นเร่าๆ

ซาสึเกะคุง เข้ามาทำอะไรน่ะ”

เด็กหนุ่มร่างสูงหันควับ คาบูโตะเดินเข้ามาพร้อมกับชุดยาสมานแผลและเข็มฉีดยา
ทำให้อีกฝ่ายอดถามไม่ได้
ยิ่งเห็นท่าทีอีกฝ่ายที่ตกใจตอนเห็นหน้าเขาในห้องนี้ซาสึเกะยิ่งสงสัยหนักกว่าเดิม

ยาอะไร เอามาให้ใคร”

ถามไปเพื่อเริ่มบทสนทนาทั้งที่เด็กหนุ่มนัยน์ตาสีรัตติกาลเองก็รู้
ว่าเอามาให้คนที่นอนไม่เห็นหน้าอยู่บนเตียงนั่น

ร่างที่คุ้นอย่างประหลาด กับเรือนผมสีทอง

ไม่ถามเปล่ามือก็หยิบชุดยาขึ้นมาด้วย ถ้าเป็นคนอื่นคงโดนต่อว่าไม่ก็โดนลากออกไปนานแล้ว
แต่เพราะเป็นเด็กหนุ่มอุจิวะจึงไม่มีใครกล้าหือ แม้กระทั่งเขา
คาบูโตะเห็นอีกฝ่ายดูคลางแคลงใจจึงเอ่ยให้กระจ่าง

แขกของท่านโอโรจิมารุไม่ค่อยสบายครับ”

แขก?

ใช่ แขก ถึงจะเป็นซาสึเกะคุงก็เถอะ ถ้าท่านโอโรจิมารุรู้เข้าว่ามายุ่มย่ามกับ แขก’
ของท่านท่านจะโมโหได้นะครับ”

แม้ตามจริงถึงชายหนุ่มจะอายุมากกว่าแต่ด้วยความแตกต่างหลายอย่างทางสถานะ
จึงเหมือนกับว่า เขาอยู่ใต้เด็กหนุ่มอุจิวะนี่

นอกจากโอโรจิมารุแล้วก็มีแค่ อุจิวะ ซาสึเกะ แค่คนเดียวเท่านั้น....


ฉันจะดูหน้าหน่อยไม่ได้รึไง แขกที่ว่าน่ะ”

ไม่ได้ครับ!!!!

ไม่ทันที่คาบูโตะจะเข้าไปห้าม ซาสึเกะก็ดึงทึ้งหมอนกับผ้าห่มจากร่างที่นอนอยู่ลงมากองกับพื้น

-- ตุ้บ--


นี่มัน!!!! นารุโตะ.. มะ.. ไม่ใช่!!!

แรงทึ้งพาเอาร่างไร้ผ้าปกปิดที่หลับไม่ได้สตินั้นไหลร่วงตามมาด้วย
ช่างคล้ายนารุโตะมากเสียจนน่าตกใจ
ต่างตรงที่ไม่มีรอยที่เป็นเอกลักษณ์ที่ข้างแก้มและผิวนั้นก็ขาวยิ่งกว่ากระเบื้องเคลือบราคาแพง
ขาว...จนน่ากลัวเกินกว่าที่จะเป็นคนที่เขารักไปได้

นารุโตะผิวมักจะเป็นสีแทนเสมอเหมาะกับบุคลิกของคนที่ชอบเที่ยวเล่นข้างนอกบ่อยๆ
กับทั้งสีนัยน์ตานั้นไม่แน่นักว่าจะเป็นสีอะไร
ร่างนั้นยังคงหลับสนิทแม้โดนรบกวนถึงขนาดหล่นจากเตียง

ว่าไงล่ะ ซาสึเกะ แขก ของฉัน น่ารักถูกใจเธอมากถึงขนาดอยากเห็นหน้าเลยรึ”

เสียงเหยียดเยาะที่คุ้นหู เจ้าของห้องเดินเข้ามา ร่างที่นอนไม่ได้สติกลับค่อยเหยียดกายขึ้น
โอโรจิมารุตรงมาอุ้ม แขก ของตน
ฝ่ายนั้นดูขัดใจเล็กน้อยแต่ก็ยอมถูกอุ้มแต่โดยดีทั้งที่ยังไม่ลืมตา

ไม่ตื่นขึ้นมาทักมือขวาของฉันซักหน่อยล่ะ ฮึ ซาสึเกะเขาอุตส่าห์สนใจเธอนะ”

ได้เห็นตาคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นช้าๆ หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นระรัว หากสุดท้ายกลับกลายหยุดชะงัก

สีดำ ดำสนิท.........

ซาสึเกะจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น ดำสนิทยิ่งกว่าท้องฟ้าคืนเดือนมืด อีกฝ่ายก็จ้องตอบ

ซา..สึ....เกะ”

ร่างในอ้อมแขนโอโรจิมารุเอ่ยชื่อเขา แม้กระทั่งเสียงก็คล้ายยิ่งกว่าคล้ายจนเผลอหลุดปากเรียกออกไป

นารุโตะ!!!!!

อีกฝ่ายสะดุ้งเล็กน้อยคล้ายนึกอะไรบางอย่างได้  ก่อนก้มลงมองสำรวจมือและแขนของตนอย่างมึนงง
คล้ายเพิ่งได้สติ แต่พอหันไปเห็นหน้าคนอุ้มกลับผลักเต็มแรงจนตัวเองก็ตกลงมาด้วย
ท่าทางผิดกับเมื่อครู่ยิ่ง

คาบูโตะ!! ยา!!

ชายเจ้าของห้องสั่งเสียงกร้าวคนถูกเรียกรู้หน้าที่จัดแจงเตรียมเข็มฉีดยาอย่างชำนาญ
ร่างที่เริ่มดิ้นรนหนีโอโรจิมารุพยายามจะเข้ามาหาเขา ซาสึเกะเองก็โผเข้าไปหาอีกฝ่ายโดยทันที

เอาล่ะ ซาสึเกะเธอออกไปก่อนเถอะ หากมีธุระอะไรค่อยมาคุยอีกทีแล้วกัน”

ชายหนุ่มผมเงินรวบไว้ด้านหลังเอ่ยพลางดันซาสึเกะให้ออกไป

ไม่!!!! เดี๋ยว!!!! ซา...สึ!!!!

ไม่ทันที่จะเอ่ยชื่อเขาจนจบประตูก็ปิดลง เด็กหนุ่มอุจิวะถูกกันไว้ด้านนอกเพียงผู้เดียว
แบกความสงสัยไว้เต็มบ่า หัวใจเริ่มร้อนรนหนัก

นั่นใช่ นารุโตะรึเปล่า ถ้าใช่ทำไมถึงได้มีสภาพเปลี่ยนไปแบบนั้น
และถ้าหากเป็นแค่คนที่คล้ายคลึงธรรมดาล่ะ
แต่ใบหน้าที่จ้องมองเขา ดวงตาที่เจ็บปวด วิงวอน มันหมายถึงอะไร

ปัง!!! ตึง!!! โครมมม!!!!!

เสียงดังที่เคล้ามากับเสียงตะโกนโหวกเหวกไม่ได้ศัพท์ลอดออกมาถึงข้างนอก
ซาสึเกะเองก็ทุบประตูถี่รัว

ปัง ปัง ปัง!!!


เปิดประตู คาบูโตะ โอโรจิมารุ!!!!!!!

นึกถึงลางสังหรณ์ประหลาดนั่น เสียงของนารุโตะ
พลันประตูก็ถูกกระชากออก คนที่วิ่งพ้นประตูโผเข้าหากอดเขาแน่น มีชาย 2 คนในห้องตามติด

ช่วย..ด้วย..ซาสึเกะ ฉัน.....เฮือกกก!!!

คนที่ร้องขอความช่วยเหลือจากเขาสะดุ้งสุดตัวก่อนไหลลงไปนอนขดงอกับพื้น แขนโอบตัวเองแน่น
น้ำตาใสๆไหลอาบแก้ม ซาสึเกะลงไปประคอง

เด็กหนุ่มร่างสูงเห็นตาคู่นั้นที่มองตรงมาแวบนึงเป็นสีฟ้า!!!

ฟ้าเพียงข้างเดียว ก่อนที่จะกลับมาดำสนิท

เอาล่ะ ซาสึเกะคุง ส่ง แขก ของฉันมาได้แล้วล่ะ”

เสียงนั้นเอ่ยเย็นหากแฝงความหฤโหดเอาไว้ เด็กหนุ่มประคองกอดร่างนั้นแน่นยิ่งขึ้น

จะใช่หรือไม่ใช่นารุโตะเขาเองก็ไม่มั่นใจนักแต่ความรู้สึกที่อยากจะ
ปกป้อง’ นี่ไม่โกหก

เด็กคนนี้ ขอได้มั้ย”

โอโรจิมารุทำหน้าแปลกใจ เมื่อได้ยินเด็กหนุ่มอุจิวะเอ่ยเช่นนั้น
คาบูโตะตั้งท่าจะเข้าไปพาร่างที่สั่นระริกนั้นกลับเข้าห้อง แต่โดนโอโรจิมารุยกมือห้ามไว้

เพราะว่าคล้ายนารุโตะคุงใช่ไหมล่ะ”

ไม่ต้องมาถาม ตกลงจะให้มั้ย!!! ซาสึเกะเริ่มขึ้นเสียง

ความเยือกเย็นที่เคยมีต่อหน้าคนที่นี่พลันหายไปสิ้น
จะเหตุผลอะไรก็ช่าง เขารู้แค่อยากจะได้คนในอ้อมแขนนี้มาปกป้อง ไม่อยากให้โอโรจิมารุ!!!

ใจเย็นน่า ซาสึเกะคุง ฉันรู้ว่าเธอสงสัยว่าเด็กคนนี้คือนารุโตะใช่มั้ยล่ะ เพียงแต่สีผิวกับสีตาไม่ใช่”

ใช่ ฉันสงสัย”

ถ้าเป็นคาถาลวงตาอะไรแบบนั้นเธอใช้เนตรวงแหวนก็น่าจะรู้ได้ทันที หรือ ไม่ใช่”

ซาสึเกะเถียงไม่ออกแว่บแรกเขาลองใช้เนตรวงแหวนตรวจดูแล้ว
กลับไม่พบความผิดปรกติใดๆ คนคนนี้ไม่ใช่นารุโตะ
แต่เสียงลางสังหรณ์บางอย่างมันดังลั่นเกินกว่าจะเพิกเฉย

ตกลงจะให้หรือไม่ให้!!!

หึหึ อยากได้ก็เอาไป ฉันเคยบอกเองนี่ ว่าถ้าเธอสนใจแขกคนไหนของฉันจะเอาไปก็ได้
แต่ฉันแค่แปลกใจ”


อะไร!!


แขกหลายคนที่ผ่านมาของฉันไม่เห็นเธอใส่ใจจะมอง กลับมาสนใจแค่...หึหึ...

โอโรจิมารุตั้งใจเว้นช่วงด้วยเสียงหัวเราะเยาะหยันในลำคอ
เด็กหนุ่มสังเกตเห็น คาบูโตะทำหน้าตกใจกับสิ่งที่เจ้างูนอกรีตนี่ตัดสินใจและมันก็ทำให้เขาหงุดหงิด

แค่อะไร!!!

ฝ่ายนั้นจ้องกลับมา สายตาไร้แววแห่งความปรานีใด มีเพียงแค่สิ่งที่บ่งบอกว่าพึงใจคล้ายคนเล่นสนุก

ก็แค่......โสเภณีขี้ยา.......

ท่านโอโรจิมารุ เด็กคนนั้นไม่ได้.....!!!


ครั้งนี้คนขึ้นเสียงกลับเป็นคาบูโตะเสียเอง
แต่ไม่ทันจะได้พูดมากไปกว่านั้นก็ต้องปิดปากเงียบเมื่อเห็นสายตาของผู้เป็นนาย

เอาล่ะ ออกไปได้แล้วทั้งคู่ ฉันอยากจะนอนพักซักหน่อย
ซาสึเกะเอาเด็กของฉันไปแล้วก็ดูแลดีๆแล้วกัน
ถึงจะเป็นแค่โสเภณี ขี้ยาก็เถอะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

เด็กหนุ่มนัยน์สีดำพยายามสกัดความโกรธเอาไว้จะใช่นารุโตะหรือไม่ใช่
เขาก็ไม่พอใจอีกฝ่ายที่เรียกคนในอ้อมแขนเขาแบบนั้น เขาอุ้มร่างที่ใกล้จะหมดสตินั้นขึ้นก่อนเดินออกไป

เมื่อประตูปิดลง ชายหนุ่มผมเงินเอ่ยถามร้อนรนทันที

ท่านโอโรจิมารุคิดจะทำอะไรน่ะครับ!!

หึหึหึ แค่อยากเห็นอะไรสนุกๆเท่านั้นแหละน่า

แต่ให้เด็กคนนั้น..เอ่อ นารุโตะคุงกับซาสึเกะคุงแบบนั้น จะดีแน่เหรอครับ แถมสภาพยัง.....

เพราะแบบนี้ถึงสนุกไงล่ะ”

ชายหนุ่มมองนายของตนรู้สึกรังเกียจขึ้นมาดื้อๆ

ถ้าเกิดซาสึเกะรู้แล้วโกรธขึ้นมาจะทำยังไงล่ะครับ แล้วถ้าซาสึเกะคุงคิดจะฆ่าท่านเพื่อเอาคืนขึ้นมา แม้แต่ผมตอนนี้ก็คงช่วยอะไรไม่ได้แล้วนะครับ”

ไม่หรอก เธอช่วยได้มากเชียวล่ะ คาบูโตะ”

อย่าบอกนะครับว่าเพราะเรามี ยา นั่น”

ใช่ เธอก็รู้ว่าเจ้าหนูจิ้งจอกสำคัญมากแค่ไหนกับซาสึเกะคุง ถ้าเพื่อนารุโตะล่ะก็ ไม่ว่าอะไรก็ทำทั้งนั้นแหละ..

หรือเป็นแผนอะไรรึเปล่าครับ”

ชายหนุ่มนายของแคว้นโอโตะนั่งลงบนเก้าอี้ท่าทางไม่ยี่หระต่อสิ่งใดพยักหน้าเอ่ยชม
ความหัวไวของเขาก่อนเผยในสิ่งที่เขาเองก็คาดไม่ถึง


ช่วยไม่ได้นี่นะ ก็ซาสึเกะคุงน่ะชักจะเก่งมากขึ้นทุกวัน
เนตรวงแหวนกับวิชานินจาต่างๆก็ร้ายกาจมากขึ้นเรื่อยๆวันนึงอาจจะคิดทรยศฉันก็ได้
จุดอ่อนของเขาก็มีแค่นารุโตะ ฉันก็เลย….



ใช้นารุโตะคุงเป็นเครื่องมือเพื่อต่อรองกับซาสึเกะงั้นสินะครับ”

ใช่.....และอีกเหตุผล”

คาบูโตะตั้งใจฟังนายตนเอ่ย บางครั้งความคิดของโอโรจิมารุก็เกินกว่าที่เขาจะเข้าใจได้
และครั้งนี้ก็คงเช่นกัน เหตุผลในการลงมือทำสิ่งต่างๆนั้นบางครั้งก็แค่นึกสนุก
แต่เป็นความสนุกที่อาจสร้างความวอดวายให้แก่ผู้อื่นได้อย่างเลือดเย็น


ก็แค่....อยากเห็นซาสึเกะแสดงความอ่อนแอออกมา
และให้รู้ตัวซักทีว่าถ้าให้ความสำคัญกับอะไรมากๆเพียงสิ่งเดียวมันเป็นจุดอ่อนที่น่ากลัวแค่ไหน”


ปีศาจชัดๆเลยนะครับ”


ช่างหาคำชมจริงนะ คาบูโตะ หึหึ ดีนะที่ฉันกำลังอารมณ์ดี”

หลังจากที่ชายหนุ่มขอเลี่ยงออกมา โอโรจิมารุได้เผยให้เขาได้รู้ว่า
นารุโตะยังมีบทบาทในการเป็นเครื่องมือชั้นดีต่ออีก นึกสงสัย
การที่ให้นารุโตะกับเด็กหนุ่มอุจิวะไปนั้น นาย ของตนต้องการจะทำอะไรแน่
รายนั้นพูดแค่

ถ้าเจ้าหนูจิ้งจอกเจ็บปวดทรมาน คนที่เป็นทุกข์ทรมานยิ่งกว่าจะเป็นใคร ถ้าไม่ใช่ ซาสึเกะคุง...

เพียงเท่านั้นชายหนุ่มก็นึกขึ้นได้ทันที
ยา’ที่เขาให้เป็นสารเสพติด
ระยะแรกถ้าใช้ไม่ต่อเนื่องก็จะกลับมาเป็นปรกติได้
การที่สีตาและผิวเปลี่ยนนั้นเป็นผลข้างเคียงของยา
และถ้าหมดฤทธิ์ยา สีตาและผิวก็จะกลับมาเป็นปรกติ

ซาสึเกะต้องรู้แน่นอน!!

ยิ่งถ้าเห็นร่องรอยตามเนื้อตัวของนารุโตะแล้วคงต้องโกรธแค้นเป็นธรรมดา
โอโรจิมารุวางแผนไว้หมด

ยั่วให้ซาสึเกะโกรธแต่ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะมีนารุโตะที่รับยานั้นเป็นกันชน

หากขาดยานารุโตะจะทรมานทุรนทุรายถึงขนาดคลั่งได้
ซาสึเกะคงไม่ยอมทนเห็นคนสำคัญต้องทนเจ็บปวดเป็นแน่....


............ความปรารถนาของปีศาจช่างน่ากลัวนัก.............


Devil Desire

TBC..

edit @ 25 Jun 2009 23:34:22 by ชิวา

edit @ 25 Jun 2009 23:37:52 by ชิวา

Devil Desire 3 [nc17]

posted on 25 Jun 2009 23:23 by crazy-naruto
 

 

นอกจากที่นี่แล้วฟิคส่วนใหญ่ของเราตอนนี้ลงอยู่ที่เด็กดีอ่ะจ้า

ตามลิ้งค์ข้างล่างอ่ะ

http://writer.dek-d.com/chiva_chan/writer/

 

 

Devil Desire

Sasu x Naru ,  Oro x Naru

เรื่องนี้มีบางตอนที่ไม่เหมาะกับเด็กๆนะ  ขอเตือนไว้ก่อน

ถ้าไม่ชอบหรือรับไม่ได้อย่าอ่านจะดีกว่าจ้า

 

Devil Desire

ตอนที่ 3


ที่นี่ที่ไหน’ เป็นคำถามแรกที่ผุดขึ้นในหัวของนารุโตะ รอบห้องดูไม่คุ้นตา
บรรยากาศเย็นสลัวคล้ายกับอยู่ในถ้ำไม่ก็ใต้ดิน

เด็กหนุ่มเริ่มสังเกตตัวเองก็พบว่าตนเพิ่งลุกขึ้นมาจากที่เตียงกว้าง
ชุดที่สวมใส่อยู่ก็ไม่ใช่ชุดของเขาเองกลับเป็นเพียงเสื้อผ้าฝ้ายคอกลมธรรมดาๆ

อีกทั้งข้าวของสัมภาระ อาวุธนินจาก็ยังไม่มีติดตัวเลยสักชิ้น
พอนารุโตะเอี้ยวคอจะมองหาหน้าต่างก็ต้องรีบใช้มือกุมที่หลังคอ


เจ็บ


ไม่นานนารุโตะจึงทบทวนความทรงจำ ดวงตาเริ่มเบิกกว้าง

นี่เขาโดนจับได้อยู่หรือนี่ ถ้างั้นตอนนี้เขาก็เป็นเชลยน่ะสิ!!!


เรื่องบ้าบอ!!!!

ปึง!!

หลังจากสบถเด็กหนุ่มผมทองใช้กำปั้นทุบกับเตียงอย่างแรงด้วยความโมโหตัวเอง
เคลื่อนตัวลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องกระโจนขึ้นเตียงคว้าผ้ามาห่มรอบตัวอีกครั้ง

อะไรวะเนี่ย!!!

ไอ้พวกโอโตะดันให้เขาใส่แต่เสื้อคลุมยาว ไม่มีกางเกงให้!! ฝีมือเจ้าโอโรจิมารุแน่ๆ

ความอับอายเริ่มเกาะกุมใจของเด็กหนุ่มอยากจะหลีกเลี่ยง
ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องให้ใส่ไอ้เสื้อบางๆตัวเดียวนี่ด้วย

หรือว่ากลัวเราจะหนี ถ้างั้นมันก็เห็นหมดแล้วดิ’

ความเจ็บใจทำให้นารุโตะกัดริมฝีปากล่างจนแดง กำมือแน่นจนเกร็ง

แกร๊ก
~~~


เสียงประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่เดินเข้ามา
คนที่เขาไม่อยากจะเห็นหน้าและเกลียดยิ่งกว่าเกลียด นารุโตะตวาดเสียงกร้าว


จับฉันมาทำไม ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!!!!!


อีกฝ่ายนิ่งไม่โต้กลับ สำรวจสภาพร่างที่คุดคู้อยู่ในกองผ้าห่มพลางยิ้มเหยียดเล็กๆ

หึ หึ ฝีมือยังไม่ดีพอนะ นารุโตะคุง คงไม่ต้องเดาล่ะมั้งว่ามาที่นี่ทำไม ซาสึเกะสินะ”

ใช่!!!! ซาสึเกะอยู่ที่ไหนฉันจะพาเขากลับ”

เจ้าของเรือนผมสีดวงตะวันยืนยันเจตนารมณ์อันมั่นคงพร้อมปรี่เข้าไปหาอีกฝ่าย
แล้วกระชากคอเสื้ออย่างแรง

โธ่ๆ ไม่ต้องขึ้นเสียงกับฉันก็ได้ น่าจะขอบคุณที่ฉันอุตส่าห์เลี้ยงดูเพื่อนเธออย่างดี
แต่จะว่าไปมันก็เพราะเธอเองนี่นะที่ไม่สามารถห้ามเขาได้ตั้งแต่ทีแรก”

เด็กหนุ่มสะอึก ที่โอโรจิมารุพูดเป็นความจริง

เทียบกับเมื่อก่อน ฉันไม่นึกเลยว่า รูปร่างหน้าตาเธอจะใช้ได้แบบนี้

พูดพลางชายร่างสูงใช้อุ้งมือขยุ้มที่สะโพกของเขาแรงๆจนเขาสะดุ้ง
ปล่อยมือที่จับคอเสื้ออีกฝ่ายทันที

ฮึก ปล่อย อย่าจับ จะอ้วก”

เด็กหนุ่มถอยหลังตามสัญชาตญาณรวดเร็ว แต่ไม่ทันสองแขนแกร่งรวบมือเขาไพล่หลัง
นารุโตะเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี

ได้โปรดอย่าเป็นอย่างที่เขารู้สึกเลย

แต่คำภาวนานั้นถูกละเลย
โอโรจิมารุใช้มือข้างที่เหลืออ้อมมาด้านหน้าล้วงเข้าไปในเสื้อของเขา
นารุโตะดิ้นรน ทั้งพยายามถอง พยายามกัดและเตะ
แต่ชายหนุ่มเหมือนว่าจะไม่สะดุ้งสะเทือนแต่อย่างใด

อ๊ากกกกกกกกกกก ปล่อยยยยยยยยยย!!!!!!!!

อุ๊บ”

โอโรจอมารุเผลอปล่อยมือที่ยึดอีกฝ่ายมากุมใบหน้าตัวเองที่โดนเด็กหนุ่มใช้หัวกระแทกเต็มแรง

นารุโตะได้ทีวิ่งไปที่ประตู ขณะที่พยายามจะเปิดกลับโดนดึงชายเสื้อบางๆนั่นไว้



แคว่กกกกกก



เนื้อผ้าบางเบาขาดวิ่นตามแรงทึ้ง ที่เหลืออยู่มีแค่เศษผ้าตรงแขนเสื้อไม่สามารถปกปิดอะไรได้อีกต่อไป

ฮึ้ย เวรเอ๊ย!!!

สบถพลางหยิบแจกันใบใหญ่ข้างๆประตูทุ่มใส่ชายหนุ่มร่างสูงเพื่อถ่วงเวลา
แต่โอโรจิมารุรับมันเอาไว้ได้

เฮ้อ แย่จัง จิ้งจอกน้อยของฉันนี่ชอบให้ใช้กำลังกันซะจริง ถ้าอย่างนั้น...

ไม่ทันจบประโยคร่างสูงขว้างแจกันใบเดิมกลับไป
นารุโตะเบี่ยงตัวหลบทำให้เกิดช่องว่าง
ไม่นานก็ถูกอีกฝ่ายตรึงจากด้านหลังจนหน้าเกือบกระแทกประตู
คราวนี้ทั้งมือทั้งหัวโดนกดติดประตูจนขยับไม่ได้

ทำไม.. ต้องทำแบบนี้

นึกอยากให้เสียงที่ถามของตัวเองนั้นสั่นน้อยกว่าที่มันเป็น

แต่นารุโตะเองก็ไม่อาจกลับไปพูดใหม่ได้อีก ใช่ มันสั่น
สั่นถึงในหัวใจเมื่อรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปกับตัวเอง

มันไมใช่ความตาย แต่ถ้าตายมันจะดีกว่ามั้ย ถ้าต้องโดนคนที่น่ารังเกียจแบบนี้กกกอด

ผิวของเธอนี่ละเอียดดีนะ”

ไม่พูดเปล่าโอโรจิมารุกลับใช้ลิ้นลากผ่านแผ่นหลังเปลือยของร่างที่ตนยึดเอาไว้ นารุโตะกัดฟัน



ขยะแขยง




เป็นสิ่งเดียวที่รู้สึกได้ชัด ผิดกับยามที่ซาสึเกะโอบกอด ช่างอบอุ่น อ่อนหวานนัก

ซาสึเกะ ช่วยฉันที”

ฮึ เธอว่าอะไรนะ”

ซาสึเกะ!!!!!!!!!!!

แหกปากตะโกนลั่น หวังว่าเสียงตนจะส่งไปถึง
หวังว่าคนที่ตามหาจะได้ยิน หากความหวังก็ถูกช่วงชิงไปดั่งทุกครา

ซาสึเกะคุง ไม่อยู่ที่นี่ ตอนนี้หรอก”

เด็กหนุ่มนิ่งงัน ฤทธิ์ยาชาผสมยาสลบยังมีผลตกค้างอยู่เขาเริ่มมึนงงรอบด้านมืดสนิททั้งที่ยังลืมตา
แรงเฮือกสุดท้ายขอสลัดให้หลุดจากพันธนาการนี้

ร่างที่ถูกตรึงสะบัดตัวกลับมาประจันหน้ากับร่างสูงตรงๆ

มือสองข้างที่เป็นอิสระยึดประตูเพื่อเป็นหลักทรงตัว แล้วยันหน้าท้องอีกฝ่ายเต็มแรง!!



โครม!!!!



ร่างสูงนั้นเสียหลักไปชนโต๊ะที่กลางห้อง ชุดน้ำชาหล่นแตกละเอียด
เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าสดไม่รีรอดึงเศษผ้าที่เหลือติดช่วงแขนเสื้อมาพันรอบตัวเพื่อปกปิดส่วนที่น่าละอาย
ก่อนถลาออกจากห้อง

คาบูโตะ จับไว้!!!!!!!


เสียงทรงพลังมีอำนาจสั่งจบ เจ้าของชื่อโผล่ออกมาทันที
นารุโตะชะงักฝีเท้าอย่างตกใจส่งผลให้ไถลล้มไปกับพื้น

โอ๊ย”

หัวเข่ากระแทกพื้นจนได้เลือด เด็กหนุ่มจิ้งจอกเก้าหางใช้มือดันตัวขึ้นอย่างทุลักทุเล

ฤทธิ์ยาบ้าๆนั่นทำเขาเสียกำลังไปกว่าครึ่ง นารุโตะหวังพึ่งพลังจิ้งจอกเก้าหาง
แต่แล้วด็โดนโอโรจิมารุกระชากแขนให้ลุกขึ้นยืน นารุโตะตวัดแขนจะชก

แต่อีกฝ่ายก็หยุดไว้ได้ พร้อมกับกางมือออก แค่เห็นลักษณะการวางมือก็รู้ทันที
ไอ้งูชั่วมันจะปิดผนึกจักระทั้งหมดของเขา



อย่าาาาาาาาาา”



ปึ้ก!!!!



อึ๊กกก!!!!


ความจุกแน่นทรมานจากแรงกระแทกที่ช่องท้องรู้ทันที
ร่างสูงนั่นไม่ปรานีปราศัยเขาอีกต่อไป
เด็กหนุ่มผมทองหลับตาแน่นข่มความปวดที่อัดอยู่ที่หน้าท้องจนตัวงอกิ่วแทบทรุด
หากโอโรจิมารุไม่รั้งแขนเขาไว้คงได้ลงกองจริงๆ

มันทรมานผิดกับที่จิไรยะเคยคลายผนึกให้ พลังค่อยๆลงต่ำลง ไม่มีแรงที่จะยืน...

คาบูโตะ เอายานั่นมา”


จะใช้กับนารุโตะคุง หรือครับ มันออกจะ....



เอามา”


น้ำเสียงนั้นคมกริบ ชายหนุ่มขยับแว่นก่อนควักเอาหลอดมีเข็มตรงปลายยื่นให้

ในหลอดเป็นของเหลวสีแดงสวยหากผลของมันนั้นต่างกับสีมากนัก
นารุโตะไม่รู้ว่ามันคืออะไรและไม่อยากจะรับรู้ แต่ร่างสูงก็ยังยัดเยียดให้เขารู้ให้ได้

รู้มั้ย นี่เป็นของที่ทำยากมากเลยนะ”

นารุโตะพูดไม่ออกความจุกแน่นที่ท้องยังไม่คลายตัว ไม่ว่ามันจะคืออะไร

ที่แน่ๆมันไม่มีวันส่งผลดีต่อตัวเขาหรอก
เด็กหนุ่มเริ่มหอบหายใจหนักขึ้นเหงื่อเย็นๆไหลลงข้างแก้มและแผ่นหลัง

นี่คือพิษงูหลายชนิดผสมเข้ากับสมุนไพรบางตัว หมักบ่มจนได้ออกมา

ฤทธิ์ของมัน เป็นยาชาทำให้แขนขาไร้เรียวแรงเป็นเวลานาน
เธอจะทำได้แค่ส่งเสียงครวญครางและแสดงสีหน้าเท่านั้น



ที่สำคัญ มันออกฤทธิ์คล้ายยาเสพติด........



พอฟังจบประโยคร่างที่งอตัวอยู่กระตุกเล็กน้อย



หยุด........พูด....




ร่างที่เค้นเสียงด้วยความลำบากยากเย็น กับ ร่างที่พล่ามไม่หยุด
คาบูโตะหันหน้าหนีพร้อมเอ่ยขอตัว เขาทนสายตาของเด็กหนุ่มนั่นไม่ได้

นารุโตะมองเขา ดวงตาสีฟ้าหม่นเริ่มรื้นน้ำ ขยับปากไร้เสียงใด

โอโรจิมารุไม่เห็น แต่เขารู้ดี



“……….ช่วยด้วย……คาบูโตะซัง ......




ขอในสิ่งที่เขาไม่อาจให้ ใบหน้าตอนก่อนที่เขาจะหันหลังบิดเบี้ยวด้วยความหวังพังครืน
โอโรจิมารุไม่เห็นเช่นเดิม


เงียบเชียว นารุโตะคุง จะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ ฉันกำลังจะใช้มันกับเธอนะ”

โอโรจิมารุจับคางเขากระชากให้เงยมาด้านหลัง

ดวงตาที่ปิดแน่นราวกับจะหนีจากโลกและเหตุการณ์ที่น่าอดสูใจ

กัดปากตัวเองจนเลือดซึมแบบนี้ คิดว่าจะช่วยได้รึไง เด็กโง่”

พูดจบร่างสูงจึงบดเบียดริมฝีปากตัวเองกับของเขาอย่างหยาบคาย
นารุโตะปิดปากแน่นแต่ก็โดนบีบข้างแก้มจนขากรรไกรเปิดออก

ลิ้นสากตวัดอยู่ในช่องปาก พาความสะอิดสะเอียนให้พุ่งขึ้นมา

ฮึกกก”

ปลายเข็มแหลมแทงทะลุเนื้อที่ลำคอ ของเหลวสีแดงดั่งเลือดค่อยๆซึมหาย
ไม่ช้าไม่นาน แขนและขาก็ราวกับกลายเป็นตุ๊กตาหุ่น ตกลู่ลงข้างลำตัวดั่งไร้คนเชิด
ร่างแกร่งอุ้มเขาขึ้นง่ายดาย

เขาไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว ร่างกายชาขยับไม่ได้ แต่ในหัวคล้ายคนหลับฝันมัวมึนไร้จุดหมาย

ยาออกฤทธิ์เร็วดีใช่มั้ยล่ะ”

ไม่รู้แล้วว่าเสียงของใครที่กระซิบข้างหู แผ่นหลังรับรู้ความนุ่มของเตียง

ช่างห่างไกล ใบหน้าที่คุ้นเคย

ซาสึเกะ


อยู่ที่ไหน...........................



แต่จู่ๆความรู้สึกทุกอย่างพลันแจ่มชัดอีกครา
เมื่อมือของร่างสูงดึงทึ้งเศษผ้าเพียงชิ้นเดียวที่ปกปิดร่างกายเขาออก




ไม่!!!!!!!


ทำได้แค่อ้าปากตะโกน ไร้แรงจะต้านทานต่อไป
แม้แต่แขนของตัวเองยามนี้ก็หนักราวกับเหล็กกล้า

นารุโตะพลิกตัวเองอย่างยากลำบากหลบเลี่ยงริมฝีปากและลิ้นที่เล่นอยู่กับแผ่นอกของเขา

ให้ฉันเล่นกับแผ่นหลังของเธอ มันก็สนุกนะ”

โอโรจิมารุพูดจบก็ทิ้งน้ำหนักตัวลงมา ส่วนที่แข็งขืนโดนสะโพกของเขา นารุโตะยอมรับ

.........กลัว……….


กลัวคนคนนี้อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

อือออ”


เด็กหนุ่มจิ้งจอกคราง ส่วนที่อ่อนไหวโดนรุกล้ำ


ฮึก อุ๊บ อ๊าาาาาาาาาาา เจ็บ!!


อะไรกัน นารุโตะคุง เรื่องแบบนี้เธอเองก็เคยกับซาสึเกะคุงมาแล้วไม่ใช่เหรอไง”


ฮึก ฮึก เสียงสะอื้นและน้ำตาที่ไหลเปียกแก้ม


โดนดูถูก เหยียบย่ำ ร่างกายเหมือนกับโดนฉีกทึ้ง

ปลายเล็บแหลมของชายร่างสูงกว่าครูดไปตามผิวเนื้ออ่อนๆข้างสะโพก
เพียงเพื่อกระตุ้นให้เขาเปิดรับอีกฝ่ายได้มากยิ่งขึ้น


รัดแน่นขนาดนี้แสดงว่ากับซาสึเกะคุงคงไม่บ่อยใช่มั้ย นารุโตะคุง”

หุบ...ปาก”



TBC...

Devil Desire 2

posted on 25 Jun 2009 23:19 by crazy-naruto

นอกจากที่นี่แล้วฟิคส่วนใหญ่ของเราตอนนี้ลงอยู่ที่เด็กดีอ่ะจ้า ตามลิ้งค์ข้างล่างอ่ะ

http://writer.dek-d.com/chiva_chan/writer/

 

 

Devil Desire

Sasu x Naru ,  Oro x Naru

เรื่องนี้มีบางตอนที่ไม่เหมาะกับเด็กๆนะ  ขอเตือนไว้ก่อน

ถ้าไม่ชอบหรือรับไม่ได้อย่าอ่านจะดีกว่าจ้า

 

 

ตอนที่ 2

นารุโตะ!!!

ร่างสูงสะดุ้งดวงตาเบิกกว้างพร้อมกับหันขวับ สายตากวาดไปทั่วหากก็ไม่เจอใคร
น่าแปลกใจ เขามั่นใจว่าได้ยินเสียงนารุโตะเรียกเขา น้ำเสียงนั้นทรมานระคนวิงวอน
ทว่าเบื้องหลังก็เป็นแค่พื้นป่าเวิ้งว้างเช่นเดิม

เขาออกมาเพื่อหาสมุนไพรบางชนิดที่ใช้เป็นยาสมานแผล
พืชบางชนิดบางครั้งหาได้ง่ายๆทั่วไปแต่บางชนิดก็ต้องรอคอย

หญ้าขนตามังกร ออกแค่ปีล่ะหน ใช้เป็นยาสมานแผลชั้นเยี่ยม”

เด็กหนุ่มเอ่ยเมื่อหาหญ้าชนิดนั้นเจอ
ซาสึเกะเคยคิดว่ามาที่โอโตะเขาคงจะได้แต่วิชาจำพวกทำลายล้าง

แต่เปล่า วิชาแพทย์และสูตรยาใหม่ๆที่นี่ก็มีคิดค้นอยู่เสมอ ไม่ใช่ใครก็คาบูโตะนั่นแหละ
แม้ฝ่ายนั้นจะไม่อยากสอนเขานักแต่คำสั่งของโอโรจิมารุถือเป็นสิทธิ์ขาด

ก็ดี ได้ใช้ประโยชน์จากตำแหน่งคนโปรดก็ตรงนี้ล่ะ

มีวิชาหลายอย่างที่เขาได้เรียนรู้จากโอโรจิมารุ
ท่าทางว่าอีกฝ่ายจะอยากให้เขาช่วยงานก่อนที่ใช้เป็นร่างต่อไป ทำไมเขาจะไม่รู้
เพราะรู้จึงแสร้งว่าภักดีแสดงบทคนโง่ไปเรื่อยๆเพื่อแลกกับวิชา แม้กระทั่งวิชานอกรีต

ฝ่ายนั้นก็เคยสอนเขามาแล้ว!!!

เพิ่งตระหนักว่าตนเองก็เป็นคนกระหายพลังอำนาจและความรู้
อยากจะเรียนทุกสิ่งแม้ว่าวิชานั้นจะเป็นวิชาของพวกเดรัจฉาน
ไอ้เจ้างูนั่นชอบใช้ศพคนมาเล่นน่าดู ใจกระหวัดไปนึกถึงอาการหูฝาดของตนเองเมื่อครู่

อุปทาน

อาจเพราะเป็นห่วงมากเกินไป รู้ดีตอนนี้คนที่เขาปักใจยังคงปลอดภัยดีอยู่ที่โคโนะฮะ
ไม่มีทางที่จะเรียกเขาด้วยน้ำเสียงแบบที่เขาได้ยินเป็นแน่

เด็กหนุ่มกำลังมุ่งหน้ากลับไปที่โอโตะ เพื่อรอคอยคำสัญญานั่น

รอวันที่นารุโตะจะสามารถนำพาเขาออกจากความมืดมิด แต่เมื่อคืนนี้มีเรื่องน่าสงสัย
ทำไมเจ้าโอโรจิมารุถึงได้ออกมาจากห้องได้หลังจากไม่เห็นหัวมาหลายวัน
แม้ว่าฝ่ายนั้นจะเลี้ยงดูเขาอย่างดีเพียงใดหากใจเขารู้ดีที่สุด

ไม่มีวันภักดีต่อมัน ที่อยู่จนถึงตอนนี้ก็เพื่อไขว่คว้าพลังอำนาจ และรอคอยคนๆหนึ่ง



ยังคงนึกถึงวันที่เขาหนีออกมาเฉยๆโดยไม่ได้บอกกล่าวอีกฝ่าย
ใบหน้าเปี่ยมสุขยามหลับไหลไม่อยากจะทำลายลง
ได้แต่เขียนโน้ตทิ้งท้ายไว้หวังว่านารุโตะจะได้อ่านมันและเข้าใจ....

............................................................................................................................................................
.......................................................................................................


กลับมาแล้วรึ ซาสึเกะคุง หมู่นี้ออกไปข้างนอกบ่อยนะ”

คาบูโตะเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นหน้าเด็กหนุ่มเดินเข้ามาทางประตู อีกฝ่ายยังคงสีหน้านิ่งเฉย
มือล้วงเอาหญ้าขนตามังกรออกมาให้ส่วนหนึ่ง

ผมออกไปเก็บไอ้นี่ คุณจะเอาไหมล่ะ เห็นอยากได้อยู่นี่”

ไม่ทันที่คาบูโตะจะตอบคำถามซาสึเกะก็เอาหญ้านั้นยัดใส่มือชายหนุ่มแล้วเลี่ยงไป

ไปเจอเรื่องน่าชื่นใจอะไรมารึเปล่านะ”
แต่คงชื่นใจไม่ออกแน่ถ้ารู้ว่าเพื่อนตัวเองตอนนี้โดนท่านโอโรจิมารุขังไว้.......น่าสงสารนารุโตะคุง’

ชายหนุ่มผมเงินยาวรวบไว้ด้านหลังคิด รู้สึกอิดหนาระอาใจ
ถึงเขาจะเป็นศัตรูกับโคโนะฮะและเคยปะทะกับนารุโตะมาก่อนแต่พอมาเจอเรื่องแบบนี้
ก็อดที่จะเคืองนายของตนไม่ได้ว่าทำรุนแรงเกิน

ครั้งนี้เขาเดาใจของเจ้านายไม่ถูกว่าทำแบบนั้นไปเพื่อออะไร
แก้แค้นท่านจิไรยะรึก็ไม่น่าจะใ ช่เพราะคนที่หักหลังก็เป็นตัวท่านโอโรจิมารุเอง
อีกเหตุผลที่แว่บเข้ามาในหัวทำถึงกับทำเขาส่ายหน้าทันที

ไม่มีทางเป็นเหตุผลนี่แน่นอน คนอย่างท่านโอโรจิมารุไม่มีหัวใจแบบนั้น


คงรักใครไม่เป็นหรอก


แล้วยิ่งกับนารุโตะคุงยิ่งแล้วใหญ่ ตอนนั้นเห็นตั้งใจจะฆ่าจริงๆเลยไม่ใช่รึไงกัน



ชายหนุ่มขยับแว่นก่อนนำหญ้าหนวดมังกรไปเก็บที่ห้องปรุงยา
แล้วเลยไปที่ห้องของโอโรจิมารุเพื่อดูอาการของคนที่ถูกจับตัวได้เมื่อคืน

ตามทางเดินที่เป็นกำแพงอิฐมีคบเพลิงเรียงรายคอยให้แสงสว่าง
ห้องส่วนใหญ่จะฝังตัวอยู่ใต้ดินหากจะมีบานหน้าต่างไว้เพื่อระบายอากาศทำให้ไม่อับชื้นจนเกินไป

หน้าห้องมีพวกนินจาระดับกลางเฝ้าอยู่

คาบูโตะซัง อรุณสวัสดิ์ครับ”

อือ อรุณสวัสดิ์ ขอฉันเข้าไปหน่อย

นินจาที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูหลีกทางให้เขาแต่โดยดี ภายในห้องว่างเปล่า
แม้กระทั่งบนเตียง ชายหนุ่มวิ่งเข้าไปใบหน้าร้อนรน

ยกสายน้ำเกลือที่ตกอยู่บนเตียงขึ้นมา
ตรงส่วนปลายสายที่ต้องใส่เข้าไปตรงหลังมือมีรอยหยดเลือด
กระชากออกเลยงั้นเหรอเนี่ย แย่จริงๆ ไม่ดูสารรูปตัวเองบ้างเลยว่าใช้พลังของจิ้งจอกเก้าหางไม่ได้”

พลันหูก็ได้ยินเสียงน้ำจากฝักบัว ชายหนุ่มจึงเปิดประตูห้องน้ำออก

นารุโตะคุง!!!!!!!

ดั่งคาด นารุโตะอยู่ในนั้นนอนหน้าคว่ำตัวงอ มือกุมท้องแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ

แม้จะหมดสตินิ้วก็ยังไม่คลายจากอาการเกร็ง
ชายหนุ่มดึงเอาผ้าเช็ดตัวมาห่อร่างที่เปลือยเปล่าพร้อมกับอุ้มออกมาวางลงบนเตียง
ตัวของเจ้าเด็กจิ้งจอกเย็นเฉียบ

คาบูโตะรีบเอายาคลายกล้ามเนื้อกับกลูโคสที่ใช้ฉีดเข้ากระแสเลือดโดยตรงออกมาแล้วฉีดให้อีกฝ่ายทันที

ไม่นานสีหน้าของเด็กหนุ่มก็ดีขึ้น คาบูโตะเอายาสมานแผลมาทาที่หลังมือ

แรงกระชากทำให้ปากแผลเปิดเขาเลยพันผ้าไว้ให้และเจาะสายน้ำเกลือที่มืออีกข้าง
สายตาเขาเริ่มพินิจพิเคราะห์ ทั่วตัวมีรอยจ้ำแดง สลับกับรอยฟกช้ำ ตามแขนขาก็มีแต่รอยขีดข่วนอยู่เต็ม
น่าเวทนา แม้ร่างกายจะเติบโตขึ้นมากจากเมื่อ 2 ปีก่อน
ทว่านารุโตะก็ยังตัวเล็กกว่าเขาอยู่ดี
ร่างกายที่ต้องแบกรับภาระที่น่าอดสูทั้งที่ยังเติบโตได้ไม่เต็มที่เลยด้วยซ้ำ!!!

คงพยายามหนีอย่างสุดชีวิตสินะ”

ชายหนุ่มดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาปกปิดร่างเปล่าๆให้
จะว่าไปคนที่ทำให้นารุโตะอยู่ในสภาพคล้ายตายทั้งเป็นแบบนี้ก็ไม่ใช่ใครเขาเองนี่ล่ะ

.................................................

2 อาทิตย์ก่อน

นั่นใคร” ชายหนุ่มผมยาวมือขวาของโอโรจิมารุตวาดเมื่อรู้สึกถึงเงาดำวูบไหวอย่างรวดเร็ว
ทางด้านนอกที่พำนัก ในคืนที่ลมสงบแบบนี้

ใบไม้ซักใบก็ไม่กระดิกจะมีเงาที่เคลื่อนไหวได้อย่างไร คาบูโตะเริ่มระแวงระวังมากขึ้น
หรือจะเป็นซาสึเกะ……..

ไม่น่าจะใช่ หมอนั่น

เหตุผลที่เขามั่นใจว่าไม่ใช่สายเลือดของอุจิวะเพราะรายนั้นเวลาจะไปไหนมาไหนที่นี่ไม่เคยต้องหลบซ่อน
จะเดินอย่างไม่ใยดีคนอื่นอยู่เป็นประจำ



ทางด้านเด็กหนุ่มผมสีทองบลอนด์พอรู้ว่าตนทำให้อีกฝ่ายสงสัยก็หาทางกลบเกลื่อนร่องรอย

เคร้ง!!

นารุโตะตัดใจปาดาวกระจายไปทางอื่นเพื่อเบนความสนใจอีกฝ่าย
ได้ผล นารุโตะเห็นคาบูโตะ ไปที่ต้นเสียง

ร่างปราดเปรียวค่อยๆเลื่อนตัวออกมา ดวงตายังจ้องมองอย่างระแวดระวัง
กวาดไปทั่วบริเวณตรงหน้า แต่เนื่องจากการหลบอยู่หลังเสาบวกกับความมืด
ทำให้เกิดจุดบอดที่ด้านหลัง



จึ้ก!!!!!



อุ๊บ!!!


เด็กหนุ่มรู้สึกเจ็บที่หลังคอคล้ายโดนเข็มเล่มใหญ่ทิ่ม จึงหันกลับไปดู

แก....โอโรจิ.....

สามารถเอ่ยได้เพียงเท่านั้น ไม่นานก็เริ่มตาพร่า นิ้วมือเริ่มชา แขนขาไร้เรี่ยวแรง
ก่อนจะทรุดฮวบลง ฝ่ายนั้นรับเขาไว้ก่อนกระแทกพื้น

ไม่เจอกันนานนะ นารุโตะคุง ฉันอยากคุยกับเธอพอดี ไม่นึกว่าจะมาหาถึงที่ แต่ว่า.....



ทำไม................ รู้..... เด็กหนุ่มพูดอย่างลำบากพลางคว้าขอบเสื้อยูคาตะของอีกฝ่ายอย่างโกรธเคือง ทั้งๆที่สติกำลังจะดิ่งวูบ



อย่าพูดเลย...พิษที่โดนไม่ถึงตายหรอกแค่เป็นยาชาผสมยาสลบเท่านั้นแหละ....
ตอนนี้หลับซะเถอะนะ………….



TBC

Devil Desire 1 [ภาคต่อ Way To The Past]

posted on 25 Jun 2009 23:07 by crazy-naruto

นอกจากที่นี่แล้วฟิคส่วนใหญ่ของเราตอนนี้ลงอยู่ที่เด็กดีอ่ะจ้า ตามลิ้งค์ข้างล่างอ่ะ

http://writer.dek-d.com/chiva_chan/writer/

 

 

Devil Desire

Sasu x Naru ,  Oro x Naru

เรื่องนี้มีบางตอนที่ไม่เหมาะกับเด็กๆนะ  ขอเตือนไว้ก่อน ถ้าไม่ชอบหรือรับไม่ได้อย่าอ่านจะดีกว่าจ้า

 

ตอนที่ 1

แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก

เสียงหอบแห้งๆสะท้อนไปในบรรยากาศของคืนเดือนเพ็ญที่หนาวเยือก
เงาตะคุ่มไม้สูงดำทะมึนราวกับจะถาโถมเข้าช่วงชิงดวงวิญญาณที่บอบช้ำดั่งมัจจุราชผู้กระหายหิว

ฝีเท้านั้นไม่อาจจะหยุดวิ่ง ยามเหยียบย่ำลงบนพื้นดิน
บันดาลให้เกิดเสียงแสกสากน่าขนลุกจากกองใบไม้แห้งๆที่ทับถมกัน

รากไม้หงิกๆงอๆต่างผุดขึ้นระเกะระกะ แต่เขาไม่มีเวลามานั่งมองมัน


อ๊ะ!!!


ตุ้บๆๆ


ร่างที่วิ่งอย่างสุดชีวิตล้มกลิ้งไปกับพื้น
อาภรณ์ที่ติดกายแค่เสื้อคลุมตัวโคร่งที่บัดนี้เปื้อนเศษกรวดและดินทรายเผยให้เห็นผิวกายภายใต้อาภรณ์นั้น

ข้างแก้มโดนกิ่งไม้หักถากจนเลือดซิบ ตามเนื้อตัวและแขนขาก็มีรอยขีดข่วนเล็กใหญ่อยู่ทั่ว
แม้กระทั่งเท้าก็บวมอักเสบเนื่องจากไม่มีสิ่งใดป้องกันยามวิ่ง

หินคมบาดไปตามร่องนิ้วจนได้เลือด ทั่วตัวเปรอะเปื้อนมอมแมม

ถึงสภาพร่างกายจะดูเหมือนว่าไม่มีแรงจะวิ่งต่อ

หากท่ามกลางความมืดมิดนั้นแววตาสีฟ้าคมจัดก็ไม่อาจลดทอนความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวยิ่งลงไปได้
ดั่งประกาศกร้าว ว่า จะไม่ยอมแพ้ต่อปีศาจแห่งรัตติกาลที่ติดตามเขามาอย่างแน่นอน

ถึงใจจะสู้ไม่ถอยหากกายบัดนี้แทบจะไม่มีแม้แต่แรงจะยันตัวเองให้ลุกขึ้น
เด็กหนุ่มพยายามใช้มือและข้อศอกดันพื้นจนนั่งได้อย่างทุลักทุเล

แล้วค่อยๆชันเข่าเถือกไถตัวเองจนหลังสามารถพิงต้นไม้ได้

เสียงลมหายใจหอบถี่ ประสาทตื่นตัวเต็มที่รับรู้สภาวะรอบด้าน ความกลัวบีบคั้นเขาให้จนมุม
ยกมือซ้ายขึ้นมาเพื่อดูบาดแผลที่ถลอกแต่มันก็สั่นเสียจนต้องเอามืออีกข้างยึดเอาไว้ให้แน่น
ฝามือมีรอยแตก เล็บที่สั้นเสมอกันบางเล็กฉีก

บ้าชิบ!!!

หากยังนั่งอยู่ที่นี่ไม่นานคงโดนตามจนเจอแน่

แต่จากการกะเวลาเขาหนีออกมาจากที่นั่นได้ราวๆ 7 -8 ชั่วโมง
คาดว่าคงมีเวลาพักได้สักไม่กี่นาที

จะไม่ยอมโดนลากตัวกลับไปแน่ รู้ดีว่าพวกมันไม่ฆ่าเขาอย่างแน่นอนแต่หากกลับไป
เขาต้องเจอเหตุการณ์ซ้ำเดิมอีกซักกี่ค่ำคืน!!!
ต้องทนทุกข์ทรมานให้ไอ้บ้านั่นเหยียดหยามดูถูก เสพสุขจากตัวเขาอีกซักเท่าไหร่จึงจะพอ!!!!

ฮึ๊ก!!

เมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เหงื่อเย็นเยียบก็เกาะพราวเต็มใบหน้า
ดวงตาเบิกกว้างเหมือนกับใกล้จะเสียสติ แขนสอบข้างรวบตัวเองไว้แน่น

โอโรจิมารุ แก ไอ้สารเลว!!

ยังจำได้ขึ้นใจก่อนที่จะเข้ามาที่เขตของโอโตะ
เขาวางแผนลอบเข้ามาสื่บข่าวเรื่องของซาสึเกะด้วยตัวเองโดยบอกทางหมู่บ้าน
ว่าจะไปทำธุระที่ต่างเมืองสักอาทิตย์
ด้วยความที่เห็นเขาโตแล้วจึงไม่มีใครทักท้วง

อีกทั้งยังไว้ใจในฝีมือของตัวเองและจักระจิ้งจอกเก้าหางแต่นั่นเป็นจุดบกพร่องอย่างใหญ่หลวง

ไม่ได้ข่าวของซาสึเกะ มิหนำซ้ำยังโดน โอโรจิมารุปิดผนึก 4 วิถีถึง 2 ชั้นอีก น่าเจ็บใจนัก!!
ยังไม่ทันจะได้พักเสียงตะโกนก็ดังก้องขึ้น

เฮ้ย ค้นให้ทั่ว แถวนั้นมีรึเปล่า ขืนไม่เจอเดี๋ยวท่านโอโรจิมารุเอาตาย”

ท่านโอโรจิมารุก็เหลือเกิน คิดจะเลี้ยงเจ้าเด็กจิ้งจอกให้เชื่อง มันจะไปทำได้ยังไง”

ฉันว่าไม่เลี้ยงเฉยๆมั้งเห็นหิ้วเอาเข้าห้องไปตั้งหลายวันนี่ ฮ่าๆๆๆ”

ช่วยไม่ได้ว่ะ ดันไปถูกใจท่านโอโรจิมารุเข้าให้นี่หว่า ว่าแต่นี่ขนาดหิ้วเข้าห้องแล้วยังเอาไม่อยู่อีกเหรอวะ

โธ่ เอ๊ยย ก็เด็กมันดื้อด้านออกซะขนาดนั้น
ฉันแอบได้ยินมาจากคาบูโตะซังว่าสภาพห้องงี้หยั่งกะผ่านการรบมาเลยว่ะ
ตอนเข้าไปจัดการทำความสะอาด แล้วสภาพเจ้าหนูนั่นก็สะบักสะบอมหลับไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียง”

ว่าแต่ทำไม เจ้าเด็กผมดำตอนมาไม่โดนมั่งวะ ฉันล่ะหมั่นไส้มัน
เห็นเป็นคนโปรดท่านโอโรจิมารุนะเนี่ยเลยไม่อยากยุ่ง”

ก็นั่นมันร่างในอนาคตก็ต้องถนอมหน่อยล่ะ แต่เจ้าเด็กจิ้งจอกนี่สงสัย.......

สงสัยอะไร......

สงสัยเอาไว้บำรุงบำเรอมั้ง

อะไรกัน นึกว่าจะเอาไว้ใช้งานซะอีกเห็นมีจิ้งจอกเก้าหางในตัวนี่หว่า”

ก็แบบว่า ไม้อ่อนไม่ได้ผลก็เลยใช้ไม้แข็งไง ฮ่าๆๆ”

บทสนทนานินทาเจ้านายของนินจาลูกกระจ๊อก ทำเอาเขาอยากจะอาเจียน
ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกขยะแขยงคนที่พวกนั้นเรียกว่า "นาย"
นารุโตะกวาดตามองหาช่องทางที่จะหลีกหนีเจ้าพวกทที่มาตามให้พ้น

ถัดไปอีกหน่อยมีโพรงไม้ที่พอจะเข้าไปหลบได้ เขาพยายามกระเสือกกระสนไปจนถึง

เมื่อเข้าไปได้ก็ปิดปากเงียบรอดูนินจา 2 คนเมื่อครู่
ตอนนี้อย่าว่าแต่อาวุธพื้นฐานเลยแค่รองเท้าเขาก็ยังไม่มีจะใส่

อึ๊ก ฮึก ฮึก.....

เขารู้ดีว่าลูกผู้ชายไม่ควรที่จะร้องไห้แต่ตอนนี้มันไม่ไหวแล้วจริงๆ
ถึงจะหนีออกมาแต่ก็ไม่รู้อยู่ดีว่าทางไหนถึงจะกลับหมู่บ้านได้ แผนที่
เข็มทิศ ทุกอย่างที่เอาติดตัวมาโดนโอจิมารุยึดไปทั้งหมด

เพี๊ยะ อย่าเพิ่งบ้าสิ ค่อยๆคิดไปน่ะ นารุโตะ นายทำได้”

เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าตบหน้าตัวเองเพื่อนเตือนสติให้เข้มแข็ง หากเกินกำหนดหนึ่งอาทิตย์
ครูคาคาชิ คนอื่นๆก็ต้องเอะใจบ้างล่ะ ยังไม่หมดหนทางไปซะทีเดียวหรอก
ยังไงป้าซึนาเดะก็ต้องตามตัวเขาแน่ แต่ตอนนี้เขาจะต้องพยายามด้วยตัวเองก่อน


เฮื๊อก!!!

อยู่ๆเด็กหนุ่มก็รู้สึกร้อนที่ท้อง ความร้อนนั้นแผ่ขยายตัวออกไปเรื่อยๆ
นารุโตะจึงแหวกเสื้อดู
รอยผนึกกลายเป็นสีเพลิงและหมุนเป็นวงเร็วรี่

ไอ้บ้านั่น มันใช้คาถาอะไรกับฉันอีก!!!

ตุ้บ

อื้ออออ”

เขาทรงกายไว้ไม่อยู่แล้ว มันร้อนทรมาน อึดอัด

อึดอัดเหมือนตอนที่โอโรจิมารุยัดเยียดตัวเองเข้ามาในกายเขา

พอ พอที... สติรับรู้เริ่มเลือนลางลงทุกขณะ………………………
………….
ท่านโอโรจิมารุ มาเองเลยหรือครับ”

อือ”

บทสนทนานั่นอยู่ไม่ไกลจากโพรงไม้เลย เขาต้องหนี ต้องหนี..........

ต้องหนี...................



อยู่นี่เองรึ นารุโตะคุง”



เสียงสุดท้ายก่อนที่จะสิ้นสติเป็นเสียงของคนที่เขารังเกียจที่สุดในชีวิต.........................................................
.....................................
......................
.............
.....
............
.......................
.........................................

แสบตา…..

ใครก็ได้ปิดม่านที.......แสบตา

นารุโตะขยับเปลือกตาขึ้นช้าๆ มองเห็นฝ้าเพดานสีขาว
ที่นี่มันห้องของโอโรจิมารุ!!! เขามาอยู่ได้ยังไง

โอ๊ย” เด็กหนุ่มที่เพิ่งตื่นยันตัวลุกจากเตียงแล้วยกแขนข้างที่รู้สึกเจ็บขึ้นมาดู

สายน้ำเกลือ ทำไมกัน”

ฟื้นแล้วเหรอ” นารุโตะหันไปทางต้นเสียงเป็นคนที่เขาเกลียดจริงๆซะด้วย
มันกำลังนั่งมองเขาอย่างสบายอารมณ์ คงจะนึกเยาะเย้ยอยู่ในใจเป็นแน่

สลบไป 2 วันเต็มๆเชียวนา” ชายหนุ่มเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน แกมหยอกเย้า
แต่นารุโตะกลับรู้สึกไม่พอใจอย่างรุนแรง

ใครพาฉันกลับมา

จะใครล่ะ นารุโตะคุง”

อย่ามาเรียกชื่อฉัน!!!! ไอ้คนชั่ว!!!!

หิวมั้ย กินอะไรบ้างก็ดีนะ” อีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่องราวกับว่าไม่ได้ยินคำผรุสวาท
พลางเดินไปยกชามซุป

ไม่กิน!!!

หึๆๆ ทำตัวเป็นเด็กดื้อแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ กินซักหน่อยเถอะ
เพื่อจะได้มีแรงหนีฉันอีกไงล่ะ หึ หึ”

นารุโตะจ้องอีกฝ่ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะดึงชามซุปมายกซดในคราวเดียวจนหมด

แล้วอย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกัน ที่พาฉันกลับมา”

แววตาที่จ้องอีกฝ่ายนั้นดุดัน แข็งกร้าวบ่งบอกซึ่งเจตนารมณ์ที่อยู่ภายใน

หึ เจ้าจิ้งจอกน้อย คนอย่างฉันไม่เคยเสียใจทีหลัง จำเอาไว้” กล่าวจบโอโรจิมารุก็เดินออกไปพอดีกับที่เด็กหนุ่ม
เขวี้ยงชามซุปหมายจะให้โดนหากก็แตกกระจายลงตรงประตูที่ถูกปิดลง

ซาสึเกะ ฮึก ฮึก นายจะรู้ไหมว่าฉันอยู่ที่นี่ ฉันมาตามนาย ตามสัญญาไงล่ะ

แต่ตอนนี้ฉันกำลังจะถูกความมืดนั่นกลืนกิน.................ซาสึเกะ............
จะยอมแพ้ไม่ได้เพื่อตัวเราและเพื่อซาสึเกะเอง!!!

นารุโตะกระชากสายน้ำเกลือออกแล้วปัดมันทิ้งอย่างไม่ไยดี
เลือดซึมออกมาจากแผลที่เคยฝังสายน้ำเกลือเอาไว้แต่ก็ไม่อาจทำให้เด็กหนุ่มสนใจมันได้

เขากระเถิบตัวลงจากเตียง พื้นที่สัมผัสปลายเท้าเย็นเฉียบ เท้าเขายังคงบวมระบม
หากก็มีผ้าพันเอาไว้ห้ามเลือด นารุโตะพยายามเดินแต่เดินไปได้หน่อยก็ล้มลง

ไอ้ขาบ้านี่ !!!!

ปึ้ก! ปึ้ก! ปึ้ก!

ร่างที่ล้มอยู่บนพื้นทุบขาตัวเองอย่างแรง สับสน มึนงง เขาเป็นอะไร
ขาไม่มีแรง พอโดนผนึก จักระจิ้งจอกเก้าหางก็ไม่อาจที่จะช่วยเยียวยาบาดแผลใดๆ
ตระหนักได้ทันที่ว่าเขาเองพึ่งพาจักระของจิ้งจอกเก้าหางมากเกินไปแล้ว

พอโดนผนึกก็เป็นแค่เด็กอวดดีเท่านั้น

มันจะอ่อนแอเกินไปแล้ว อึ๊ก”

เด็กหนุ่มจิ้งจอกเก้าหางใช้มืออุดปากตัวเองแน่น เกลียดการร้องไห้ เกลียดความอ่อนแอ.....

นารุโตะยันตัวขึ้นอีกครั้งดีขึ้นกว่าเดิมหน่อย แต่ยังต้องเดินเกาะผนังไปยังห้องน้ำ
พอประตูห้องน้ำปิดลงนารุโตะก็ทรุดฮวบลงทันที

ร่างกายเป็นอะไร!! ปวด ปวด ร้อนที่ท้อง ทรมาน” มือสั่นเทาถกเสื้อคลุมขึ้น

ผนึก รูปผนึกเปลี่ยนไป!! ทำไม!! เจ้าโอโรจิมารุ!!

นารุโตะกุมท้องแน่น เหงื่อผุดพราวขึ้นเต็มใบหน้า
ไม่อยากนึกแต่ภาพมันไม่จางสักครั้ง
มือของไอ้บ้านั่นที่ทิ้งร่องรอยความรุนแรงไว้บนตัวเขา

ล้วนเป็นความทรงจำที่ขมขื่น!!!

อ๊าาาาาาาาา!!!!! ฮืออ ฮึก ฮึก”

เกินที่จะเก็บไว้ได้ เจ็บทั้งใจทั้งกาย

ซาสึเกะ!!

TBC

edit @ 25 Jun 2009 23:16:32 by ชิวา

Way To The Past 3 [end]

posted on 17 Nov 2008 23:56 by crazy-naruto

 

 ตอนที่  3

ปีกข้างเดียวยังไงมันก็บินได้ไม่ไกลหรอกนะ........
ใครกันที่เคยบอกกับเขาเอาไว้...

.............................................................


ซาสึเกะพลิกหน้าถัดไปแต่ก็เริ่มไม่มีอะไรมากไปกว่ารูปวาดมั่วๆของอีกฝ่าย

พอจะเดาได้ว่าพยายามที่จะวาดภาพวิวที่ตัวเองเห็นแต่พอวาดออกมาแล้วยิ่งยุ่งจนดูไม่รู้เรื่อง
จากนั้นก็เป็นตารางบันทึกที่ที่นารุโตะเคยไปมากับ 1 ใน 3 นินจา จิไรยะ

แทบจะไม่มีบันทึกที่พูดถึงเรื่องราวทั่วๆไปหรือความรู้สึกของตัวเองอีก เด็กหนุ่มเจ้าของเนตรวงแหวนเริ่มสังเกตความผิดปรกติในบันทึก
บางครั้งเปิดๆไปก็มีแค่คำข้อความสั้นๆ ไม่มีวันที่กำกับและดูเหมือนจะมีแค่เจ้าตัวที่รู้เรื่องคนเดียวเวลาอ่าน

เช่น
"
ป้าซึนาเดะ กระสุนวงจักร ต้องเก่งกว่านี้ ต้องชนะพนันของป้าซึนาเดะ!!
เหมือนรุ่นที่ 4 กามะบุนตะ กามะคิจิ"

แต่ที่ทำให้ถึงกับตาโพลงก็เป็น......


โอโรจิมารุจะฆ่าฉัน นึกว่าจะตายซะแล้ว ป้าซึนาเดะช่วยไว้ พรุ่งนี้จะกลับหมู่บ้านพาป้าไปรักษาซาสึเกะ

........................................................................................

เด็กหนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าไม่รู้เลยว่าข้อความที่ตนเองได้เขียนเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว
จะก่อเกิดแรงสะเทือนใจให้กับเด็กหนุ่มอีกคนในวันนี้ หน้าต่อมากลายเป็นบันทึกแบบเดิม


วันที่....เดือน....ปี....
ฉันจะพูดยังไงดีนะ ซาสึเกะ อยากให้นายได้เข้าใจจริงๆ
หลังจากที่ฉันกลับมาหมู่บ้านแล้วพบว่านายเปลี่ยนไปมากเหลือเกิน หลังจากที่ป้าซึนาเดะรักษานายแล้ว

แววตาขางนายมันไม่สะท้อนอะไรสักอย่าง ฉันเห็นแต่ความมืดมิด ว่างเปล่า กลวงโบ๋ในนั้น
ไม่มีภาพของซาสึเกะคนเก่าแม้แต่น้อย แต่เมื่อนายเห็นฉันนายกลับจ้องราวกับโกรธแค้นเสียเต็มประดา

ฉันเจ็บปวด......กับท่าทางแบบนั้น ที่โรงพยาบาลนั่น ฉันไม่อยากสู้ ไม่ได้อยากเลยจริงๆ
ทำไมต้องเป็นนายด้วย

ถ้าเป็นคนอื่นฉันคงไม่รู้สึกแย่ขนาดนี้หรอก เพราะตลอดเวลาที่ไม่ได้อยู่กับนาย
เวลาที่ฉันไปอยู่ที่ข้างนอกหมู่บ้านนั่น ความห่างไกลมันทำให้ได้รู้แน่ชัด

ฉัน....ชอบ...นาย.. มากๆเลย....


แต่...หลังจากที่ปะทะกันที่ดาดฟ้าฉันก็เข้าใจทันที นายเลือกทางเดินของนายเอง
ทางที่ไม่มีฉันอยู่ ฉันรู้ตั้งแต่วินาทีนั้น ที่นายหันพันปักษาใส่ฉัน แน่ใจว่าต้องมีครั้งที่ 2

เพราะ นายเลือกที่จะไปเพื่อแก้แค้น เลือกที่จะทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยมีร่วมกัน ความผูกพันที่กลายเป็งผงธุลี

ถึงฉันจะห้ามนายก็ไปอยู่ดี แต่ฉันก็ต้องห้ามเพราะนั่นเป็นสิ่งเดียวที่พอจะทำได้ในตอนนั้น

ตามนายไปฉุดรั้งนายไว้ และมันก็ไม่สำเร็จ.......

.......................................

พอหมดหน้านั้นก็กลายไปเป็นสมุดสเก็ตภาพแทน ทุกภาพบ่งบอกอะไรหลายๆอย่าง

ภาพแรกเป็นรูปประตูหมู่บ้านคาดเดาได้ว่าเป็นการออกไปเพื่อฝึกวิชากับ 1 ใน 3 นินจา
ซาสึเกะไม่แปลกใจเมื่อเห็นวันที่ใต้ภาพ
เพราะหลังจากนั้น 2-3 ปี เขาก็ไม่ได้ข่าวอะไรจากนารุโตะอีกซึ่งตรงกันกับปีที่เขียนกำกับนั่นเอง

ตัวเขาหลังจากไปที่โอโตะก็ต้องทนแบกรับความรู้สึกผิดไว้บนบ่า ภาพใบหน้าที่นองน้ำตานั้นไม่เคยเลือน
ทุกคืนจะนอนไม่หลับถึงหลับก็ฝันเห็นแต่ภาพเดิมๆ

ดวงตาที่เคยสีฟ้าถูกสีเลือดฉาบไว้นั้นเศร้าหมองระคนกันกับความผิดหวังและเจ็บปวด
ระหว่างนั้นเขา พยายามที่จะสืบข้อมูลอีกฝ่ายเท่าไหร่ก็ไม่มีเบาะแส

เท่าที่ดูภาพในสมุดก็รู้ได้ว่าเดินทางไปหลายที่ทำให้ยากแก่การตามข่าว

บัดนี้ไม่ต้องไปตามที่ไหนแล้ว นารุโตะอยู่ที่นี่บ้านของเขาเอง

ลมยามดึกพัดเข้ามาทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่ บันทึกหน้าสุดท้ายเปิดออก
เด็กหนุ่มตั้งใจอ่านมันอีกครั้ง....เป็นบันทึกของวันนี้.....................
..........................................................

วันที่ 10 เดือน 10 ปีxxxx
วันนี้ถึงจะเป็นวันเกิดแต่ภารกิจกินแรงและเวลามากจริงๆ พวกศัตรูมีกันหลายคนมากและมีฝีมือทั้งนั้น
ดีที่ว่าซากุระช่วยวางแผน งานถึงได้สำเร็จแม้จะทุลักทุเลไปนิดก็เถอะ
แต่แย่มากๆตรงที่ฉันนึกถึงแต่เจ้าซาสึเกะ

ทั้งที่คิดว่าจะไม่เผลอแล้วเชียะ พอปฏิบัติภารกิจทีไรนึกทุกทีดีนะที่ตั้งสติทันไม่งั้นคงโดนเล่นงานแน่เลย
(
อีกอย่างก็ต้องของคุณเจ้าตัวที่สิงอยู่นี่ดวยล่ะน้า)
พูดถึงซาสึเกะ ดึกป่านนี้จะทำอะไรอยู่กันนะที่โอโตะ หวังว่าคงไม่โดนเจ้างูยักษ์มันงาบไปแล้วนา
เริ่มห่วงนิดๆแฮะ ก็นะ ไอ้เรามันก็เคยโดนงาบไปหนนึงตอนสอบจูนินที่ป่ามรณะนั่นนึกแล้วยังแสยงไม่หาย

นึกถึงอดีตอีกแล้วสิเรา อดีตที่ไม่มีทางได้กลับคืนมา ทำไมถึงมีแต่ซาสึเกะๆๆๆๆอยู่เต็มไปหมด
กลับหมู่บ้านครั้งนี้เดินไปที่ไหนๆก็เจอแต่ภาพเก่าๆ

นึกขึ้นมาก็อดแปลกใจตัวเองไม่ได้แฮะไอ้ความรู้สึกนี่น่ะ
ฉันไม่รู้หรอกนะว่ามันรู้ได้ยังไงแต่ใช่แน่ๆว่าเราต่างเคยอยู่ร่วมกันมาหลายครั้งหลายหน
ผ่านวันคืนอันยาวนาน และอดีตที่แสนไกล

จำได้ไหมถึงแววตานั่น จำได้ไหมถึงสัมผัสอุ่นที่น่าโหยหา และครั้งนี้ ตอนนี้ฉันจำได้ถึงความคุ้นเคยนั้น
ไม่ว่านายจะเปลี่ยนหน้าตา รูปกาย น้ำเสียงไปมากมายเท่าไร ฉันก็ยังคงจำได้
จำได้ถึงดวงวิญญาณของนายดวงนั้น

และฉันมั่นใจ ต้องใช่นายคนที่เคยอยู่ร่วมกันมา คนที่เคยอยู่เคียงข้าง

การรอคอยของฉันได้สิ้นสุดลงนับตั้งแต่วันที่ฉันได้พบเจอกับนาย นายคือทุกสิ่งในชีวิตของฉัน
นายอาจจะจำไม่ได้เลยแม้เพียงเศษเสี้ยว อาจไม่รู้สึกแม้เพียงสักนิดอย่างที่ฉันรู้สึก

แต่ ได้โปรดเถอะฉันมั่นใจจริงๆ

และเมื่อวันที่นายตัดสินใจไปความเจ็บปวดรานร้าวมันก็เริ่มกัดกินใจฉันอย่างตะกละตะกราม
ใจฉันกำลังจะตาย นายไม่รู้ถึงได้ถาม

ทำไมนายถึงยึดติดกับฉันขนาดนี้

ประโยคที่ฉันตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้กระบวนการทางสมองเข้าช่วยมีแค่ใจที่รู้อยู่เต็มปรี่ ว่า

ฉันไม่ต้องการเสียนายไป

ฉันรู้ ในสายตาของนายความผูกพันของฉันมันมีค่าน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย
เมื่อเทียบกับความแค้นเคืองที่แผดเผาใจนายอยู่ทุกค่ำเช้า

ทว่าแรงประทะครั้งสุดท้ายตอนสู้กัน ฉันก็ได้ตระหนัก
เราเชื่อมถึงกันได้.....

มันคือสิ่งที่ฉันไม่เคยคาดคิด แต่เมื่อฉันเปิดเปลือกตาของตัวเองอีกครั้งที่โรงพยาบาล

ก็ต้องทนยอมรับกับตัวเองว่านายไม่อยู่ที่นี่อีกแล้ว
ฉันไม่มีน้ำตาให้ไหล วิญญาณฉันชาด้านจากการฉีกกระชากโดยฝีมือนาย

ครึ่งหนึ่งมันหายไปและจะไม่มีวันสมบูรณ์ตราบใดที่ฉันยังไม่ได้นายคืนมา

ฉับพลัน

ท่ามกลางเสียงของความทรมานที่กำลังแทะใจฉันอย่างเอร็ดอร่อย
มันก็เกิดนึกถึงบางสิ่งและเป็นสิ่งที่ค้ำชูให้ฉันไม่ละความพยายามที่จะตามหาเอานายกลับคืน
รอยสัมผัสที่ตกค้าง ฉันแตะริมฝีปากตัวเองอย่างเบามือก่อนจะกุมมันไว้จนแน่น

จูบที่เย็นเยียบจากริมฝีปากและรสเลือดของนายที่แตะลงมา รับรู้ถึงความเจ็บปวดของนายที่เก็บเอาไว้

มันทำให้ฉันสาบานกับตัวเองว่า ต่อให้นายจมอยู่กลางความมืดมิดหรือถูกย้อมให้ดำสนิทอย่างไร

ฉันจะควานหานายให้เจอ จะดึงนายขึ้นมาจากความมืดมิดนั้นให้จงได้ และฉันต้องทำสำเร็จ
ทุ่มเทสักเท่าไหร่ก็จะไม่บ่น ใช้เวลาเนิ่นนานเพียงไหนก็จะไม่หวั่น และถ้านายกลับมา

ทั้งชีวิตของฉันถ้านายอยากได้ฉันก็จะให้!!!!!

ให้.......จวบจนลมหายใจสุดท้ายของฉันจะถูกพรากไปจากร่างกายนี้
ขอเพียงแค่นายกลับมา.........ซาสึเกะ...

ฉันคิดถึงนาย........................................................

............................................

หน้าของบันทึกในวันนี้ค้างอยู่เพียงแค่นั้น ที่ว่างของหน้ากระดาษใต้บันทึกเป็นรูปภาพของเขา
ที่มีปีกแค่ข้างเดียว ความหมายที่ซ่อนเร้นไว้โดยนัย ของภาพ ไม่ใช่ว่าไม่รู้...........

เด็กหนุ่มเนตรสีแดงสดวางมันลงบนโต๊ะข้างเตียง คนที่เขียนมันยังคงนอนหลับ
ไม่รับรู้อะไรอยู่บนเตียงที่เขาเคยใช้นอน
หากเป็นแต่ก่อนคงนึกตำหนิคนที่ก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของเขา แต่บัดนี้ไม่ใช่

ใบหน้าของซาสึเกะยังคงไม่ฉายแววอารมณ์ใด หากนัยน์ตานั้นมีความอาวรณ์ไหวระริก
อยากเห็นดวงตาสีฟ้าสดใสนั่นอีกสักครั้ง!!!

กาลเวลาไม่เคยเปลี่ยนใจเขาได้ ผ่านไปแล้วถึง 2 ปีเต็มแต่ก็ยังคงยืนยันคำตอบเดิมๆ

ทั้งที่ปากเคยลั่นวาจาไว้เองว่าจะตัดทำลายความผูกพันด้วยมือตัวเองสุดท้ายกลับยิ่งโดนความผูกพันนั่นเกี่ยวกระหวัดให้แน่นหนาจนดิ้นไม่หลุด

ในหัวไม่อาจจะลบหน้าที่นองน้ำตาของนารุโตะไปได้
ทุกค่ำเช้าจากที่เคยร้อนรนเพราะพี่ชายร่วมสายโลหิตกลับกลายเป็นถูกเผาผลาญด้วยน้ำตาที่ไหลรินจากดวงตาของผู้ที่นอนอยู่นี่แทน

เด็กหนุ่มหย่อนตัวลงนั่งอย่างระมัดระวังไม่ต้องการปลุกนารุโตะให้ตื่นขึ้นมา

นิ้วเรียวหากแข็งแกร่งบรรจงเกลี่ยไปบนโหนกแก้ม เปลือกตาของร่างตรงหน้าช้าๆก่อนหยุดลงที่ปากอิ่ม
อีกสักครั้งเถอะที่จะทำตามใจเรียกร้อง

นารุโตะ

ซาสึเกะใช้มือข้างหนึ่งยันตัวเองไว้แล้วก้มลง
จูบครั้งนี้เนิ่นนานกว่าครั้งแรกและครั้งที่ 2 ใจกลัวว่าคนตรงหน้าจะตื่นแต่ความโหยหานั้นมากกว่า

อยากจะเก็บเอารสสัมผัสนี้ไว้ให้นานที่สุด ไม่อยากจะถอนตัว ทันใดเด็กหนุ่มร่างสูงก็ต้องตกใจ

เขายังไม่กล้าใช้ลิ้นล่วงล้ำเข้าไป
แต่ปากของอีกฝ่ายที่ปิดสนิทตอนแรกกลับเปิดออกเหมือนกับว่าเชิญชวน
แขนที่ลู่อยู่ข้างลำตัวเริ่มขยับขึ้นโอบแผ่นหลังเขาเอาไว้ กอดแน่น........

ราวกับว่ากลัวเหลือเกินว่าจะหายไป ซาสึเกะทิ้งน้ำหนักตัวลง

ร่างทั้งร่างครอบคลุมอีกฝ่ายจนมิด เสียงครางเล็ดลอดออกมาจากปาก
นารุโตะอุทธรณ์เมื่อรูสึกถึงความผิดปรกติ

หนัก........ แต่กลับอบอุ่น...... กลิ่นที่คุ้นเคย................. สัมผัสที่เคยขาดหาย...........

จมูกโด่งรั้นซุกเข้ากับอกของซาสึเกะทั้งที่ยังคงหลับ
มันคือความเคยชินที่ฝังแน่นอยู่ในจิตใต้สำนึกตั้งแต่อดีตกาล ข้ามผ่านกาลเวลาอันแสนยาวนาน
กระทั่งถึงตอนนี้

ก็เคยอยู่ร่วมกันมากี่ครั้งกี่หนแล้วกันเล่า!!!

ซาสึเกะ

ชื่อที่ถนัดปากมากที่สุดถ่ายทอดออกมาด้วยเสียงที่แสนห่วงหา
เด็กหนุ่มนัยน์ตาสีดำสนิทแทบน้ำตาคลอ ความรู้สึกที่อัดแน่นนี้คืออะไร

สุข เศร้า ทุกข์ เจ็บปวด กังวล คิดถึง ปลื้มปิติ มันรวมกันจนไม่รู้ว่าเป็นอย่างไหนแน่
แต่ที่มั่นใจคือคนที่จะทำให้เขาเป็นแบบนี้มีเพียงคนเดียวคือ

คนที่อยู่ในอ้อมกอดเขาตอนนี้ยังไงล่ะ

ซาสึเกะก้มหน้าจูบที่กลางกระหม่อม กลิ่นหอมอ่อนๆที่ไม่ต่างไปจากครั้งเก่าก่อน
รัก รักเหลือเกิน เกินกว่าจะพูดได้

นารุ ฉันจะทำยังไงต่อดี ช่วยฉันที มันสับสนไปหมดแล้ว ระหว่างการแก้แค้นกับการทิ้งมัน
ปล่อยมันไป ช่วยบอกฉันทีเถอะเสียงพร่ำบ่นนั้นแฝงความอ่อนล้า หมดหนทาง
ดั่งคนตกอยู่ในความมืดหาทางออกไม่พบ


อยู่กับฉัน...ซาสึเกะ

ไม่แน่ใจนักว่าเสียงที่หลุดออกมาคือแค่ละเมอหรือตั้งใจให้เขาได้ยินกันแน่
เขารู้แค่เพียงว่าแก้มของนารุโตะบัดนี้มีน้ำตาของเขาไหลเปรอะอยู่ จูบอีกครั้งที่รอยน้ำตานั้น..........

เขาจำต้องไป กลับไปโอโตะ กลับสู่ความมืดมิดที่เหมาะกับเขามากกว่าที่นี่ ที่แสงแห่งตะวันสาดส่องถึง
เด็กหนุ่มยันกายขึ้น พอผิวสัมผัสต้องห่างใจทั้งใจก็ดิ่งวูบ

ทำไมนายต้องทรมานฉันด้วย นารุโตะ ทำไมล่ะ ทำไม ทั้งที่ฉันก็ตัดสินใจจะไปจากที่นี่
ไปจากหมู่บ้านนี้ ไปจากนาย แต่ทำไม นายยังตามฉันอยู่อีก

ทำไมไม่ปล่อย ฉันไปทั้งที่ฉันมันก็แค่........ไอ้คนเห็นแก่ตัวที่คิดแต่เรื่องตัวเอง
เพื่อตัวเองเท่านั้น ฮะ นารุโตะ ทำไม..


ซาสึเกะหลับตานึกถังวันเวลาที่ผันผ่านตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาในทีม 7

ใช่ เขาเคยคิดว่านารุโตะก็แค่เด็กแบบที่ทุกคนเรียก เจ้าที่โหล่ เจ้าโหลยโท่ย

ทว่ายิ่งนานไปเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรู้ชัดว่ามันไม่ใช่ ไม่ใช่แบบนั้น นารุโตะถึงจะบ้าจะบอแต่จริงจังเด็ดเดี่ยว
ลองได้พูดแล้วจะไม่กลับคำเด็ดขาด

ภายนอกดูแข็งกระด้างแต่ก็อ่อนโยนกว่าใครเพียงไม่ได้แสดงออกมาให้คนอื่นๆได้เห็นมากนักเท่านั้นเอง
และในที่สุดเขาก็รักเข้าจนได้ ตั้งคำถามกับตัวเอง และถามย้ำซ้ำอยู่อย่างนั้น
ทำไมต้องคอยดูแลนารุโตะ ทำไมต้องช่วยทุกครั้งที่มีอันตราย
และทำไมเวลาช่วย ต้องช่วยได้เป็นคนแรกเสมอ

อย่าให้ต้องทำบุญทำคุณนักซี่ที่พูดก็เพราะอยากจะให้นารุโตะรู้จักระวังตัวเองมากขึ้น รอบคอบมากขึ้น

ไม่ได้มีเจตนาจะท้าทายแต่อย่างใด ยิ่งสู้ร่วมกันมากเท่าไหร่ก็ยิ่งตระหนักนารุโตะสำคัญกับเขามาก
มากจนเขาเองกลัว.......ยิ่งสำคัญก็ยิ่งเป็นจุดอ่อนชั้นดี

ในที่สุดก็ต้องจากมาเพราะสิ่งที่นารุโตะให้เขาก็เพียง...

ความรู้สึกที่ว่า เป็นพี่น้อง เพื่อนพ้อง..........................................

อยากได้มากกว่านั้น อยากเป็นยิ่งกว่าพี่น้อง ยิ่งกว่าเพื่อนที่ใกล้ชิด
อยากเป็นทั้งหมดทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตนารุโตะ

และถ้าไม่ได้มาก็กลัวว่าจะกลายเป็นคนที่ทำลายมันทิ้ง…….จากทั้งที่ใจยังผูกพัน
แต่วันนี้ในสมุดบันทึกที่เขาถือวิสาสะอ่านกลับยิ่งทำให้ตัวเองรู้สึกโง่เขลาเหลือประมาณ

แล้วฉันจะจากนายไปเพื่ออะไร.....

เพราะเคยนึกว่าอีกฝ่ายคิดเพียงเพื่อนจึงเจ็บปวดและคิดจะหลีกหนีไปให้ไกลแต่เมื่อมันไม่ใช่
นารุโตะรักเขา ทุกถ้อยคำที่เขียนลงไปมันสื่อออกมาราวกับจะพูดได้ ทุกตัวอักษร ทุกบรรทัด


อือ---- อ๊ะ!!ซาสึเกะ นาย!!

เด็กหนุ่มอุจิวะรีบผละลงจากตัวคนที่เพิ่งตื่นและทำท่าจะหนีออกนอกหน้าต่าง

หากโดนคว้าเสื้อเอาไว้ได้ก่อน แววตาของร่างตรงหน้านั้นเจ็บปวด รานร้าว

อย่าทิ้งฉันแบบนี้

ซาสึเกะยืนก้มนิ่งขณะที่นารุโตะค่อยๆลุกขยับเข้าใกล้ มือที่เล็กกว่าเขากำลังสั่นแต่ก็ยังกำเสื้อแน่น
อีกฝ่ายขยับเข้าใกล้เขาจนกายชิดกัน ซาสึเกะปล่อยให้นารุโตะใช้มือสำรวจใบหน้าเขา

เด็กหนุ่มจิ้งจอกเก้าหางทำหน้าคล้ายจะร้องไห้แต่ฝืนเอาไว้อย่างเต็มความสามารถ
ดวงตาที่สดใสในครั้งก่อน บัดนี้แฝงความเศร้าลึก มือเรียวไล่ลงมาเรื่อยจนถึงอกและหัวไหล่กว้าง
ซาสึเกะโผกอดอีกฝ่ายแน่นและรวดเร็ว

ไม่มีการขัดเขินหรือขัดขืนแต่อย่างใด ความรู้สึกที่ใกล้จะประทุ
คิดถึง โหยหา ต้องการ อยากได้ ล้วนเกิดขึ้นและยากจะดับมอดลง

นารุโตะเขย่งตัวพร้อมเอียงคอจูบอีกฝ่ายที่สูงกว่าเหมือนคนที่เดินทางกลางทะเลทรายได้พบแหล่งน้ำ
ตักตวงอย่างหิวกระหาย เสียงริมฝีปากที่ดูดเม้มซึ่งกันและกัน ดังขึ้นไม่ขาดระยะ
ลมหายใจร้อนผะผ่าว เมื่อทนไม่ไหวซาสึเกะจึงอุ้มร่างในวงแขนขึ้นแล้วทึ้งลงบนเตียงที่เคยเป็นของเขาเอง


ไม่เสียใจแน่นะ

ซาสึเกะต้องการความมั่นใจในสิ่งที่เขาทั้งสองกำลังจะทำลงไป
คำตอบนั้นหนักแน่นแบบที่นารุโตะเป็นมาตลอด


ไม่มีวัน!

เพียงจบประโยคความเงียบจึงเริ่มครอบงำ บรรยากาศรอบตัวหนักหน่วง
อากาศนั้นเย็นหากว่าร่างนั้นร้อนรุ่มด้วยเพลิงแห่งราคะที่บรรจงมอบให้แก่กัน

ราวกับว่าไม่เพียงพอและไม่มีวันพอ เด็กหนุ่มร่างสูงดึงมือร่างข้างใต้ที่กำผ้าแน่นมาคล้องรอบคอแทน
ผิวสัมผัสนุ่มนวลทว่าแฝงความร้อนแรงยากระงับพาให้ซาสึเกะหมดความอดทน
เขาไม่อยากจะหยุดอยู่แค่จูบและซุกไซร้ซอกคอของนารุโตะ

สิ่งที่พึงใจยิ่งกว่าคือได้ฝังตัวเองอยู่ในร่างข้างใต้นี่ต่างหาก
เด็กหนุ่มรูดซิปเสื้อโลมเลียสำรวจเรือนร่างอีกฝ่ายดั่งว่าคุ้นเคยดีทั้งที่เป็นครั้งแรก

เจ้าของเรือนผมสีทองเริ่มครางเมื่อถูกปลุกเร้าด้วยมือของอีกฝ่าย....ลมหายใจนั้นขาดห้วงไปจนซาสึเกะต้องกระตุ้น

อย่ากลั้นหายใจ

เมื่อร่างข้างใต้พร้อมเด็กหนุ่มผมดำก็ค่อยๆเบียดตัวเข้าไปทีล่ะนิด ทิ้งช่วงห่างไว้เพื่อให้นารุโตะได้ปรับตัว

อึ๊ก...

เสียงครางนั้นหลุดออกมาเมื่ออีกฝ่ายเข้าไปทั้งหมด เล็บนั้นจิกเข้าที่แผ่นหลังแกร่ง
ร่างสูงยังไม่ขยับตัวเพราะอยากจะแน่ใจก่อนว่าการกระทำที่จะเกิดขึ้นต่อไปจะต้องไม่ทำร้ายอีกฝ่าย

ผ่อนคลาย อย่าเกร็ง ฉันจะค่อยๆ

นัยน์ตาสีฟ้าสดนั้นคลอไปด้วยน้ำตาแต่ก็ยังพยายามที่จะเอ่ย

ไม่เป็นไร....ตามใจนายเถอะ....

ซาสึเกะค่อยๆขยับตัวช้าๆในตอนแรก ไม่นานนักจังหวะของทั้งคู่ก็เขาหากันได้โดยไม่มีการติดขัดใดๆ

ปล่อยกายให้เป็นไปตามความต้องการแห่งใจจนหลอมเป็นหนึ่งเดียวกัน

เด็กหนุ่มร่างสูงยังคงฝังตัวเองอยู่ก่อนสักครู่แล้วจึงดึงอีกฝ่ายให้มานอนบนตัว
นารุโตะไม่ขัดขืนเพราะร่างกายเริ่มเหนื่อยอ่อน
แต่ก่อนที่จะเข้าสู่ห้วงนิทราซาสึเกะก็ไม่ลืมที่จะจูบอีกฝ่ายเบาๆ

ฝันดี หลับให้สบายเถอะ นารุโตะ

เมื่อแน่ใจว่าร่างที่นอนข้างๆนั้นหลับสนิท เด็กหนุ่มร่างสูงก็ค่อยๆผละออกมา
ชำระล้างร่างกายแต่งตัวใหม่อีกครั้ง ก่อนที่จะก้มลงเอาผ้าห่มมาห่มให้ร่างที่นอนอยู่ได้อบอุ่น

ซาสึเกะถอยจากเตียงหันหลังกลับข่มความอาลัยอาวรณ์เอาไว้

เส้นทางที่เลือกแล้วยากจะเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็ต้องแก้แค้นพี่ชายให้ได้
ถึงจะเจ็บปวดก็ต้องทำ ไม่อาจหันกลับไปมองร่างที่หลับไหล

เพราะหวั่นใจเหลือเกินว่าหากมองอีกแค่เพียงวินาทีเดียวเขาคงจะทิ้งเป้าหมายทุกอย่าง

ไม่ว่าจะการแก้แค้น ฟื้นฟูตระกูล หรือความทะเยอทะยานไขว่คว้าหาพลังอำนาจมาไว้ครอบครอง

ทิ้งแน่ๆเพื่อนารุโตะ!!!!!!

หน้าต่างบานเดิมที่ใช้เข้ามาถูกเปิดออกอย่างเงียบกริบ ม่านสีขาวปลิวสะบัด
ลมโชยกลิ่นสนมาแตะจมูก ถึงเวลาแล้วที่จะต้องกลับไปที่โอโตะ

ลาก่อน นารุโตะ.......

**************************

ซาสึเกะ!!!!!!!!!

เด็กหนุ่มตะโกนลั่น เหงื่อเย็นๆไหลตามลำคอและหน้าผาก
ฝัน?หรือความจริง??
เหลือบมองนาฬิกาที่ตั้งเอาไว้ เช้าตรู่แล้ว

นารุโตะยกมือปาดเหงื่อยังจำได้ถึงไออุ่นจากแผ่นอกกว้างของซาสึเกะ
น้ำหนักที่กดทับที่หน้าท้องและโคนขาทำให้รู้สึกดี

สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแข็งแรงที่ต่างจากเมื่อ 2 ปีก่อน คงเป็นหนุ่มยิ่งกว่าเขา สูงกว่าด้วยกระมัง

และ....น้ำตา...... มือที่ขยุมผ้าห่มแน่นเปลี่ยนมาจับที่ข้างแก้มไล้ลงมาจนถึงที่ปาก
เลือดสูบฉีดขึ้นบนใบหน้าขับให้เป็นสีแดงจัด ความเจ็บจากการเสียดสียังค้างอยู่ในตัวเขา

มองออกไปรอบกายไร้ซึ่งร่องรอยของคนที่ต้องการโอบกอดหาไออุ่นแห่งความผูกพัน

ซาสึเกะทิ้งเขาอีกครั้ง.........................................

ความจริงที่ผ่านเข้ามาช่างน่าอดสูจับใจ โดนคนที่รักทิ้งไปถึงสองครั้งสองครา!!!!!

แม้หลับตาก็ไม่อาจกลั้น เสียงสะอื้นไม่อาจข่ม น้ำตาอุ่นๆรินไหลเพราะคนคนเดียว
ทั้งรัก ทั้งผูกพัน เพราะผูกพันจึงเจ็บปวดเมื่อสูญเสีย ทำไมเขาจะไม่เข้าใจ

ก็คนพูดเองนั่นแหละที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ จ่อมจมอยู่กับความหวังลมแล้งว่าจะเอาคนคนนี้กลับคืนมาได้

แต่ผลสุดท้ายก็ไม่เคยต่างออกไป เหนี่ยวรั้งอย่างไรก็ไร้ความหมาย
มือที่สั่นระริกเอื้อมไปหยิบสมุดข้างเตียง เผื่อว่าได้เขียนระบายความคับข้องใจให้มันทอนลงไปได้บ้าง

พลิกถึงหน้าที่เขียนไว้เมื่อคืน อ่านไล่ลงมาเรื่อยๆพร้อมกับน้ำตาที่หลั่งรินหยดเป็นด่างดวงบนแผ่นกระดาษ ทว่าเมื่ออ่านมาจนถึงบรรทัดสุดท้าย พลัน!!!มือต้องกอดไดอะรี่นั้นไว้แน่นแนบ อก

ลายมือนั้นจำได้แม่นยำว่าของใคร



หาฉันให้เจอท่ามกลางความมืดมิดนี้ ดึงฉันออกไปให้พ้นมัน ฉันจะรอ .................”



คำสาบานที่ไม่อาจลบเลือน
คำสาบานที่จะต้องทำให้จงได้

ฉันจะเอานายกลับมา ซาสึเกะ!!!!!



Way To The Past…

-END-
  

Way To The Past 2

posted on 17 Nov 2008 23:38 by crazy-naruto

 

 

ตอนที่ 2 

ความลับนั้นเคยมีในโลกบ้างไหม หลายคนคงเคยถาม

หากฉันมีเพียงคำตอบเดียวที่จะให้ได้นั้นคือไม่มีสิ่งใด....... 

 

วัน.....เดือน.......ปี.........

วันนี้เป็นวันที้สองที่ต้องอยู่ในป่าสยองนี่ ไม่เข้าใจเล้ยจริงๆ  ว่าไหงเราถึงต้องมาอยู่ทีมเดียวกับเจ้าซาสึเกะด้วยนะ

โอ๊ยยยยยย เบื่ออออออ แถมมาติดแหง่กในป่าระหว่างการสอบจูนินอีก  

แหวะ  ตอนนอนยิ่งลำบาก ซากุระต้องนอนแยกออกไปห่างหน่อย(ก็เป็นเด็กผู้หญิงนี่นะ) 

 แล้วเราก็ต้องนอนใกล้กับเจ้าหมอนี่เนี่ยนะ 

หนอย พอบอกจะไปนอนที่อื่นก็เอาเรื่องความปลอดภัยของทีมมาอ้างอีก เฮอะ!  

ที่แค้นสุดๆก็เจ้านั่นดันแย่งผ้าห่มไปห่มหมด ทั้งที่มีแค่ 2 ผืนแท้ๆ

(ซากุระเอาไปผืนนึงอ่ะอีกผืนเจ้าซาสึเกะเอาไป แงๆ) ß แถมมีการพูดอีกว่า

นายมันพวกทนทายาทไม่ใช่เรอะ แค่ผ้าห่มไม่ต้องเอาหรอก  

 แต่คืนนั้นฝันประหลาด พิลึกกึกกือเจรงๆ  ดันฝันว่าเจ้าซาสึเกะแอบมาหอมแก้ม

เหวอออออออ ฝันอารายหยั่งงี้ฟะ ไม่พอยังรู้สึกเหมือนเจ้าบ้านั่นเอาผ้ามาห่มให้อีกแน่ะ 

ทั้งที่ตื่นมาไม่เห็นมีผ้าห่มซักผืน เจ้าซาสึเกะก็แปลกห่มผ้าก็ห่ม ทำไมมันถึงทั้งไอทั้งจามหว่า

........................................................................................... 

เด็กหนุ่มที่ยึดโซฟาเป็นที่ปักหลักอมยิ้มให้กับความไม่รู้เรื่องรู้ราวของเจ้าของบันทึก  

ก็จะใครซะอีกล่ะที่ยอมฝืนความง่วงรอจนเจ้าตัวซุ่มซ่ามประจำกลุ่มหลับ

แล้วถึงเอาผ้าห่มไปห่มให้ก็จะใครซะอีกล่ะที่ต้องฝืนลืมตาก่อนทุกคนแล้วมาเอาผ้าห่มคืน

ก่อนทิ้งรอยประทับแผ่วๆที่แก้มเรื่อ ทั้งหมดทำไป

เพราะไม่ต้องการให้นารุโตะรู้ถึงความรู้สึกอันซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยนั้น

หรือความเป็นจริงเขาอาจจะแค่กลัวว่านารุโตะจะรับไม่ได้กับความจริงที่ปิดบัง

ความจริงที่ว่า... เขารักและห่วง.....เพื่อนคนนี้ยิ่งกว่าใครๆ  

ความรักที่มากล้นจนเกินคำว่า แค่เพื่อนร่วมทีม

อย่างที่เคยคิดไว้แต่ก็ไม่มีวันได้ครอบครองเพื่อนคนนี้

................................ 

วันที่.... เดือน...ปี...               

ถึงจะอยู่ในป่านี่ เราก็ยังรอบคอบไม่ลืมสมุดบันทึกไว้ที่บ้าน เหอๆๆ เหน็บติดตัวตลอด 24 ช.ม.

เพราะงั้นช่วงที่คนอื่นหลับกันหมดนี่แหละ

ข้าน้อยจะขอเขียนบันทึกซักหน่อย สาธุ อย่าเพิ่งตื่นกันเลยน้า……..

คิดว่าหมู่นี้เราใจดีขึ้นจี๊ดนึงกะเจ้าซาสึเกะนะ ก็ตั้งแต่เจอะกะไอ้คนครึ่งงู(โอโรจิมารุ)

แล้วเราก็โดนงูยักษ์แด๊กนึกแล้วจะอ้วก....

กลับฮึดสู้ขึ้นมาจนสำเร็จเพราะนึกถึงหน้าเจ้าซาสึเกะ (ยังไงก็รู้สึกขอบใจนิดหน่อย)

นี่แหละสาเหตุที่พยายามใจดี(ไม่ค่อยเถียงเจ้านั่นกลับในบางเรื่อง)

ว่าแต่วันนี้ทำไมมันหนาวยะเยือกหยั่งงี้ว้า....

เอ่อ ใช่    ตะกี้แอบย่องไปห่มผ้าให้ซากุระจัง

ขากลับผ่านเจ้าซาสึเกะมันห่มผ้ายังไงฟะหลุดไปที่ขาหมด 

เลยใจบุญสงเคราะห์ห่มให้เห็นรอยแปลกๆที่คอ ด้วยง่า..... 

………………………………………. 

เด็กหนุ่มอุจิวะนั่งอมยิ้มนึกขำนารุโตะขึ้นมาเรื่องผ้าห่ม   

 ห่มกันไปห่มกันมาสรุปจะเป็นหวัดกันทั้งคู่นี่สิ 

มือที่ประคองหนังสือเปลี่ยนไปแตะที่รอยตรงต้นคอ

ดั่งว่าเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่าเขาไร้ซึ่งอิสระภาพ........

มีชีวิตอยู่เพื่อรอวันแห่งการแก้แค้นและเป็นภาชนะของโอโรจิมารุในอนาคตเพียงเท่านั้น 

 

ฉันคนนี้ ดูน่าสมเพชในสายตานายหรือเปล่า   นารุโตะ   

คนถูกถามหลับตาไม่รับรู้และไม่สามารถให้คำตอบใดๆ.

..................................... 

วันที่.....เดือน...ปี.....               

การประลองหลังจากผ่านมาจากป่าสยองนั่นสยองยิ่งกว่าจริงๆ

ล่อไม่ยอมให้พักหายใจหายคอกันเล้ยใครฟะคิดการประลองนี่ขึ้นมา ช่างหัวกระทิดีแท้....--..--.... 

2-3 วันมานี่ตอนอยู่ในป่า ซาสึเกะก็ดูแปลกๆ

ซากุระจังก็เหมือนกันพอถามเรื่องรอยที่คอของหมอนั่นก็ทำไม่รู้ไม่เห็นซะอย่างงั้น

 ดูเหมือนจะมีลับลมคมนัยกันอยู่ 2 คนโธ่โว้ยยยยยยย หงุดหงิดๆๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้   

ไอ้คนที่สู้กับซาสึเกะรอบประลองครั้งนั้นก็น่าโมโห !!! หนอยยย   

 ไอ้แว่นดำ นึกชื่อไม่ออกโว้ย ไม่อยากจำ  ทำเป็นเอาผ้าคลุมหน้า นึกว่าเท่ห์รึไงฟะ!!

ซาสึเกะเท่ห์กว่านายตั้งร้อยเท่า แบร่ๆๆ  สุดท้ายก็แพ้ซาสึเกะ

ก๊ากกกก สมน้ำหน้า แต่พอประลองเสร็จ ซาสึเกะก็โดนกักตัวเลยมันเรื่องอะไรกันฟะ 

อยากรู้ๆๆ โอ๊ยยย เป็นห่วงโว้ยยยß--- เอ๋... ตูห่วงมันไม แทนที่จะห่วงตัวเอง สู้กะคนคลั่งหมา(คิบะ)

รอดมาได้อย่างอีรุงตุงนังจริงๆ  แต่ยังไงก็รอด เอาวะ ช่างซาสึกะมัน......  

...............................

ซาสึเกะทำหน้าแปลกใจเขาไม่รู้เลยจริงๆว่าตอนนั้น นารุโตะก็เป็นห่วงเขา

จำได้แค่ว่าตัวเองสู้หัวชนฝาจนเกือบจะโดนอักขระกลืนกินอยู่แล้ว

แต่เสียงเชียร์แกมบ่นของนารุโตะก็ดังมากระทบหู ทำให้สามารถต้านอักขระนั่นไว้ได้.. 

ยิ่งอ่านบันทึกนี้มากเท่าไหร่ก็ดูเหมือนว่าได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความคิดของเจ้าของบันทึก 

ได้รู้มุมมองที่นารุโตะมองและรู้สึก เหมือนกับได้ย้อนกลับไปในแต่ละเหตุการณ์ที่บันทึกเอาไว้ที่นี่

ในสมุดเล่มนี้ของคนที่เขาเป็นห่วงมากมาย 

เด็กหนุ่มผู้เป็นดั่งแสงส่องทางในชีวิตของเขา  คนที่มีอิทธิพลต่อเขาเกินกว่าที่เขาได้คาดคิด

.............................................................. 

วันที่....เดือน...ปี... 

ทำไมวันนี้อากาศมันร้อน อบอ้าว อย่างนี้นะ

เจ้าบ้านั่นกับครูคาคาชิก็หายตัวไปไม่ยอมโผล่ซักที พรุ่งนี้มันจะประลองรอบสุดท้ายอยู่แล้วนะ

โอ๊ยยยยยย เจอกับใครไม่เจอมาเจอกับเจ้าเด็กอดนอนข้ามปีจนตาดำมิดมี๋เป็นหมีแพนด้านั่น

ยิ่งเล่นงานมันยากๆอยู่

เจ้าบ้า ซา----------ซึ--------------------เก่---------------------------

เฮ้ยยยยยยย!!!!   แล้วทำไมต้องมัวแต่นึกถึงเจ้านั่นด้วยเนี่ย

จะว่าไปอ่านๆบันทึกตัวเองมาก็มีเจ้านั่นโผล่ทุกครั้งเลยนี่หว่า อะไรกันเนี่ย  

อย่าบอกนะว่า เราคิดถึงซาสึเกะ!!!!!

ว๊ากกกกกกกกกกกก ไม่ช่ายยยยยยยยยย ไม่อ๊าววววว ต้องไม่ใช่แบบน้านนนนนนน 

พรุ่งนี้เราต้องเจอกับเนจิ ยังไงก็แพ้ไม่ได้สัญญากับฮินาตะไว้แล้วต้องทำให้ได้    

ต้องชนะ!!!!! 

 .......................................................................... 

เพิ่งรู้ตัว รึไงกัน นารุโตะ ฉันอ่านฉันก็รู้แล้วว่านายคิดถึงฉัน 

ร่างที่นั่งพิงโซฟาเอ่ยพึมพำกับตนเอง หากสายตานั่นจับจ้องไปที่ร่างบนเตียงใหญ่    

นารุโตะ ก็ยังเป็น นารุโตะ  ดื้อรั้น เอาแต่ใจ มุทะลุ ปากแข็ง 

แต่ก็จริงใจกับทุกๆคน   เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร.......ทำไมเขาจะไม่รู้

............................................................................................. 

วันที่.....เดือน.....ปี.......               

หลังจากการต่อสู้กับเจ้าแพนด้ากาอาระถึงจะสะบักสะบอมแต่มันก็คุ้มแฮะ 

 ได้รู้ว่าตัวเองนี่ก็เก่งใช่ย่อยนา  อิอิ ที่ดีใจสุดๆ

ก็ต้องเรื่องที่ไม่ต้องเป็นหนี้บุญคุณเจ้าซาสึเกะนี่แหละ ฮ่าๆๆๆ ยิ่งคิดยิ่งมีความสุข  

แต่ว่าไปหมอนั่นเองก็เจ็บตัวเหมือนกันนี่นา  เอาตัวมากันเราตอนจะกระแทกต้นไม้ด้วย

ที่ไม่อยากเชื่อหูอีกอย่างก็คือ เจ้านั่นดันพูดซะ.... ง่า  อย่าเข้าใจผิดได้ม้ายยยย

เจ้าบ้านารุโตะ ที่หมอนั่นบอกไม่อยากจะเสียคนสำคัญไปต่อหน้าต่อตาน่ะ

มันหมายถึงทุกคนในหมู่บ้านไม่ใช่เราคนเดียวซักหน่อย

ว๊ากกกกกก นึกถึงแล้วทำไมต้องเขินด้วยฟะ ตูบ้าไปแล้วเรอะ!!!!! 

แล้วตาลุงรุ่นที่สามก็ดันมาจากไปอีก ทั้งหมู่บ้านบรรยากาศเลยอึมครึมน่าดู   

แต่ฉันรู้ดีว่าไม่ควรจะให้ความเศร้ามันทำให้ชีวิตอับเฉา แต่บางทีมันก็อดรู้สึกอยู่ลึกๆไม่ได้ง่า   

 

วันที่.....เดือน.....ปี.....         

พรุ่งนี้จะออกเดินทางไปกับตาเซียนจ๊กมกแล้ว ฝึกวิชาๆๆๆๆๆ

ย้ากกกกก มันต้องสนุกสุดยอดแน่ๆ ฮ่าๆอยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆจัง!!

ว่าแต่ยังไม่ได้ไปลาซากุระจังกะเจ้านั่นเลย ว้าๆๆ   เอาเตอะ คงไปไม่นานเดี๋ยวก็คงกลับ(มั้ง)

ทำหยั่งกะจะลาไปเป็นปีแน่ะ ยังไงก็รู้จากครูคาคาชิอยู่ดี

...............................                                                                                         นัยน์ตาสีนิลไล่เรื่อยตามหน้ากระดาษลงมา พลางประติดประต่อเรื่องราวก็รู้ได้ว่า เหตุการณ์ต่อไปจะต้องมีเกี่ยวกับพี่ชายของตนแน่ นารุโตะคงไม่พลาดที่จะบันทึกไว้  เด็กหนุ่มจะรีบพลิกหน้าไปทันที                                            
 
วัน....เดือน.....ปี......                                                                                                                                                                           เวรกรรม ตาเซียนกบนั่นดันพาตูมาฝึกวิชาที่ไหนกันแน่ฟะ ที่นี่มันย่านเริงรมย์นี่หว่า  ฮ่วย!! อยากจะร้องไห้..... ป่านนี้ที่หมู่บ้านจะเป็นยังไงบ้างนะ ซาสึเกะ  ซากุระครูคาคาชิจะสบายดีอยู่รึเปล่านะ
                                                     

 วันที่..เดือน...ปี                                                                                                          เจอพี่ชายของซาสึเกะ  ชื่อ  อิทาจิ   บอกว่าอยากได้ตัวเราไปให้นายเหนือหัว 

เพราะ เรามีจิ้งจอกเก้าหางซาสึเกะตามมา แล้วสู้กัน  อิทาจิน่ากลัว   

ซาสึเกะก็ไม่เหมือนที่เรารู้จัก มันอะไรกัน....ภาพที่อิทาจิทำร้ายน้องชายตัวเอง   บีบคอ..... 

เกลียด....เกลียดมาก...... ไม่อยากมอง......พอซักทีเถอะไม่อยากนึกซาสึเกะจะต้องทรมานมากมายแค่ไหน 

 ไอ้บ้านั่นมันมีใจจะมารับรู้บ้างไหม!!!! อย่างนี้มันไม่ใช่พี่น้องกันแล้ว!!

ถ้าเซียนจ๊กมกไม่มา มันจะเป็นยังไง....... ซาสึเกะคงต้องตายแล้วเราก็โดนเอาตัวไป ใช่ไหม?  

เกลียดตัวเองที่อ่อนแอแบบนี้เหลือเกิน.... แค่ก้าวขาก็ยังก้าวไม่ออก 

ซาสึเกะ....ฉันขอโทษที่ทำอะไรไม่ได้เลย

.........................................................................................

เด็กหนุ่มเงยหน้าจากสมุด    ไม่ได้ทุกข์เพียงลำพังอย่างที่เคยเข้าใจ ซาสึเกะตระหนักขึ้นมาทันที 

ยามใดที่เขาทุกข์ทรมาน นารุโตะเองก็รู้สึกเช่นกัน  แต่เขาไม่เคยจะสนใจ หรือใส่ใจ

ได้แต่คิดว่าตนเองต้องแบกภาระและความขมขื่นนั่นไว้คนเดียว

หากแค่ลองมองไปที่ข้างๆก็จะเจออีกคนหนึ่งที่พร้อมจะช่วยแบ่งเบาแท้ๆ

 

Way To The Past 1

posted on 17 Nov 2008 23:29 by crazy-naruto

 

 

ตอนที่ 1

 

 เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีที่เขาตัดสินใจกลับมาที่โคโนะฮะ ทั้งที่จากไปนานแต่หมู่บ้านก็ไม่เคยเปลี่ยนไป

ผู้คนยังคงอึกทึกเช่นที่แล้วๆมา  เด็กหนุ่มผมดำเจ้าของเนตรวงแหวนแปลกใจเล็กน้อยกับสภาพแวดล้อมเช่นนี้

แต่กระนั้นสายตาที่จับจ้องกลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ 

สถานที่ไม่เปลี่ยน คนอาจเปลี่ยนก็ได้”  

เสียงรำพึงดังขึ้นพร้อมกับร่างที่เคลื่อนไหวอย่างว่องไวความจริงเขาไม่ได้มีธุระอะไรกับที่หมู่บ้านนี้อีก 

เพียงแค่อยากกลับมาดูสภาพบ้านร้างๆที่ทิ้งไปเท่านั้น  ตั้งแต่ตัดสินใจไปโอโตะตามเสียงยั่วยุของมารร้ายที่สิงสู่ใจ 

 แต่เขาไม่ใส่ใจ จะอะไรก็ช่าง เป้าหมายในชีวิตมีเพียงสิ่งเดียวคือแก้แค้นพี่ชายของตน

ทำทุกวิถีทางเพื่อเสาะหาพลังอำนาจที่จะโค่นล้มอิทาจิ 

 ไม่ว่ามันจะต้องทำร้ายใครที่อยู่เบื้องหลังให้ทนเจ็บปวดอย่างมากมายก็ตาม...  

ยังจำได้ถึงใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตา ไม่รู้ว่าเพราะเศร้าโศกหรือโกรธแค้นเขากันแน่  

ดวงตาที่เคยเป็นสีฟ้ากลายกลับเป็นสีเลือดแต่งแต้มเต็มนัยน์ทั้งสองข้าง   

แม้ไม่ได้อยากจะนึกถึงวันเวลาที่เคยผ่านมาแต่มันก็ยังคงลืมไม่ลง

มือนี้แหละที่เคยทะลวงร่างของคนที่ตนเคยบอกว่าสำคัญจนแทบดับดิ้น! 

หากนารุโตะยกมือปัดช้าไปเพียงอีกแค่อึดใจ มือของเขาก็คงดึงออกมาพร้อมกับก้อนหัวใจทียังคงเต้นของอีกฝ่าย

และนารุโตะก็คงจะตาย  ตอนนั้นจะฆ่าซะก็ยังได้  แต่ตอนนี้กลับสำนึกอย่างเจ็บปวด 

เมื่อมาถึงบ้านที่เคยอาศัย  ตราตระกูลที่คุ้นเคย   เขากลับมาเหยียบอีกครั้ง

เด็กหนุ่มแง้มหน้าต่างออกลอบเข้าไปอย่างไร้สุ่มเสียง   ชั้นล่างตัวบ้าน เขามองไปรอบๆ

 แปลกใจทั้งที่ทิ้งไปนาน ทำไมถึงยังสะอาดสะอ้านเหมือนมีคนอยู่แบบนี้ 

 

หรือจะมีคนอยู่จริงๆ”   

ซาสึเกะครุ่นคิดและตัดสินใจเดินดูรอบๆ ของทุกอย่างยังคงสภาพตามเดิมก่อนหน้าที่เขาจะจากไป

 ไม่รู้ว่าใครทำความสะอาด ทั้งที่เป็นบ้านที่แม้แต่เจ้าของยังไม่ใยดี ทำไมยังอุตส่าห์มาดูแลมันอีก 

ซากุระงั้นรึปากพูดชื่อหนึ่งในใจปรารถนาให้เป็นอีกชื่อหนึ่ง  รู้อยู่เต็มอกว่าเป็นไปไม่ได้ 

นารุโตะไม่มีวันที่จะให้อภัยเขาอีกต่อไปแล้ว ครั้งที่ไปอยู่โอโตะใหม่ๆเขาเพียรพยายามสืบข่าวของนารุโตะอยู่เงียบๆ

ว่าเป็นอย่างไรแต่ทุกครั้งก็คว้าน้ำเหลว คนที่นึกถึงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน คนที่สำคัญของเขาไม่อยู่ที่โคโนะฮะ

ข่าวที่มีอยู่ในกำมือรู้แค่เพียงตาม 1 ใน 3 นินจาจิไรยะไป ไม่ทราบว่าแห่งไหนเพราะไม่เคยอยู่เป็นหลักแหล่งนานเกินเดือน 

 

 สุดท้ายเขาจึงตัดใจที่จะตามสืบต่อไปอีกเหตุผลก็คือโอโรจิมารุเริ่มสังเกตเห็นถึงความผิดปรกตินี้

และทางฝ่ายจิไรยะก็ดูเหมือนจะเริ่มระวังระไวมากยิ่งขึ้น   ก็คงจะใช่ที่นารุโตะน่ะ พิเศษ”  

อย่าว่าแต่แสงอุษาเลยขนาดโอโรจิมารุเองบางครั้งยังเปรยทีเล่นทีจริงกับเขาด้วยซ้ำว่าจะอยากจะได้นารุโตะมาอยู่ที่นี่

ตอนแรกเห็นอยากกำจัดทิ้ง ไม่รู้ว่าโอโรจิมารุคิดอะไรถึงเอ่ยออกมาว่าอยากจะได้ตัวนารุโตะ

เขารู้สึกแค่เพียงอย่างเดียวเมื่อได้ยินคือ   ไม่พอใจ 

ร่างเปรียวสูงสง่าย่างเท้าเข้ามาในห้องที่เคยอาศัยนอน

แม้สลัวรางแต่ยังเห็นได้ชัดว่าของทุกอย่างยังอยู่ตำแหน่งเดิมของมันอย่างที่เคยเมื่อ 2 ปีก่อน ยกเว้นเพียง

กรอบรูปที่เขาคว่ำมันไว้ กลับตั้งขึ้น

ถึงจุดนี้เขาเริ่มเห็นสิ่งผิดแผกเลื่อนสายตาไปที่เตียงกว้างเพ่งดีๆคล้ายมีคนนอนอยู่ 

ใครกัน เด็กหนุ่มรำพึงแผ่วเบา เดินวกไปมองใบหน้าของแขกไม่ได้รับเชิญ

มีผ้าห่มคลุม แต่ไม่ต้องดึงออกก็เดาได้ว่าใคร  เรือนผมที่แสงจันทร์สาดส่องสะท้อนเป็นริ้วสีทองเจนตา

พลันมือที่เอื้อมจะเลิกผ้าห่มขึ้นจึงชักกลับ ใจที่เคยเรียบนิ่งดุจผิวกระจกกระเพื่อมไหวรุนแรงดั่งน้ำวน 

อีกครั้งที่ซาสึเกะเห็นมือตัวเองสั่นยามยื่นออกไป  ผ้าที่คลุมหน้าถูกดึงร่นลง เผยใบหน้าที่เฝ้าคำนึง

รูปหน้านั้นยาวรีกว่าที่เคยฝังไว้ในรอยจำ

ผิวนั้นคล้ำลงจากเดิมเล็กน้อยจากการตะล่อนไปทั่วและฝึกวิชาท่ามกลางแดดจ้า 

 

นารุโตะ 

 

มือเรียวแกร่งทาบบนแก้มของอีกฝ่ายเบาๆ นิ้วลากไล่ลงมาแตะริมฝีปากที่คลี่ออกเล็กน้อย 

สัมผัสถึงลมหายใจอุ่นๆที่รดมือ ข้างร่างที่หลับไหลมีสมุดเล่มหนึ่งวางอยู่ เด็กหนุ่มร่างสูงถือวิสาสะหยิบขึ้นมาอ่าน

ถึงได้รู้ว่าเป็นบันทึกและสมุดจดเรื่องสัพเพเหระ  เปิดไปผ่านจนถึงกลางสมุดจึงเห็นความแตกต่าง 

จากหน้ากระดาษที่ใช้วาดรูปเล่น เขียนเรื่องนู่นนี่มั่วๆ กลายเป็นบันทึกประจำวันตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อน                ……………………………. 

วันที่ …. เดือน....ปี...... 

เข้ามาในกลุ่ม 7 วันแรก ดีใจได้อยู่กับซากุระจังด้วย ครูคาคาชิก็เท่ห์ดีเหมือนกันถึงจะดูลามกก็เหอะ 

 แต่ที่แย่คือทามม้ายยยยย ต้องพ่วงเจ้าบ้าซาสึเกะมาด้วยนะ เซ็งจิ๊บเป๋ง แย่งบทเด่นตูยันเต  

ยังไงก็ไม่แพ้หรอกเฟ้ย!!!! 

………………………………  

ในสมุดเริ่มการบันทึกวันแรกไว้ 2 บรรทัดดูเหมือนว่านารุโตะจะเขม่นเขาตั้งแต่วันแรกเลย 

ซาสึเกะเริ่มไปนั่งที่โซฟาข้างเตียงเปิดบันทึกอ่านต่อไปเรื่อยๆ

 ……………………………. 

วันที่......เดือน.....ปี...... 

โอ๊ยยยย เบื่อ ไม่ว่าเมื่อไหร่ทำไมเจ้านั่นมันต้องโผล่มาช่วยตูทุกทีฟะ เวลาตูทำไรพลาด

ไม่ว่าจะตอนสู้กับนินจาตอนไปคุ้มครองตาแก่ดาซึนะ แล้วยังตอนจะตกต้นไม้อีกด้วย โว้ยยยยย เจ็บใจ หนอย 

แต่ว่านับจากนี้แหละฉันจะต้องเก่งขึ้นเพื่อเป็นโฮคาเงะให้ได้   ไม่แพ้เจ้าบ้านั่นหรอก!!!! 

เชอะ ซากุระจังเป็นกำลังจายยยย เหอ เหอ 

................................................................ 

ไม่ว่าจะอ่านเท่าไหร่ก็ดูเหมือนว่านารุโตะจะไม่ยอมเขาท่าเดียว เกลียดขี้หน้าเขานักหรือไงกัน 

สุดท้ายของประโยคจะต้องเป็น  ไม่แพ้หรอกเท่านั้น แต่ทั้งที่ไม่ชอบขี้หน้า

สงสัยนารุโตะทำไมถึงยังคงตามเขาไม่เลิกราตอนที่เขาจะไป         

ซาสึเกะอยากจะรู้ถึงจุดหักเหของความรู้สึกของอีกฝ่ายและหวังเหลือเกินว่าในบันทึกนี้จะมีคำตอบให้เขา

แท้จริงอยากอ่านบันทึกนั่นให้ละเอียดทุกถ้อยคำแต่กลัวว่าเจ้าของมันจะตื่นมาพบเสียก่อน

จึงได้แต่เปิดผ่านๆอย่างเสียดายจนมาถึงหน้าที่นารุโตะบันทึกช่วงที่ตนสู้กับฮาคุ 

.................................................................

วันที่.......เดือน......ปี....... 

พอหิมะตกทีไรฉันนึกถึงฮาคุทุกที ช่วงที่สู้กันมันช่างอึดอัดลำบากใจ 

 ตอนแรกที่ไม่รู้ถึงอดีตหมอนั่นโกรธแทบหูดับตับไหม้ ก็ทำไมฮาคุถึงต้องฆ่าเจ้าซาสึเกะ พอเห็นร่างหมอนั่นแน่นิ่ง 

ทำไมราวบรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกฉีกแหวกออก ได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองดังถี่รัว

ยอมรับว่าโกรธเสียยิ่งกว่าโกรธ ทั้งอึ้งทั้งช็อก ก็มันช่วยไม่ได้ตอนนั้นไม่รู้นี่ว่า ฮาคุไม่ตั้งใจจะฆ่าซาสึเกะจริงๆ

นึกถึงที่หมอนั่นพูด    ความฝันสิ่งเดียวของหมอนั่นคือฆ่าอิทาจิ  ในตอนนั้นฉันคิดแค่ว่า

ซาสึเกะมีความฝันที่จะต้องทำให้เป็นจริง แต่หมอนั่นตายใครจะสานต่อฝันนั้น  

ความฝัน ความหวังที่ไม่เป็นจริงมันทรมานนะ แค่นึกว่าฉันจะไม่ได้เป็นโฮคาเงะยังทรมานแทบตาย 

แต่................ ไม่เข้าใจมากที่สุดคือซาสึเกะ ปกป้องเราทำไม.........

ไม่น่าเอาตัวเองมาเสี่ยงเพื่อคนอย่างเราแท้ๆ ในสายตาหมอนั่นเราคือ เจ้าที่โหล่ เท่านั้นนี่นา

ไม่มีค่าพอที่จะปกป้องแล้วทิ้งฝันตัวเองซักนิด  ซาสึเกะฉันไม่เข้าใจนายเลยจริงๆๆๆๆๆๆ

นายคิดอะไรของนาย.......... 

ว่าแต่นายจะรู้ตัวรึเปล่าตอนนายหลับเพราะอาการบาดเจ็บที่คอคนที่แอบพันผ้าพันแผลที่หลุดหลุ่ยของนายน่ะ

ฉันเป็นคนทำเองล่ะ.................... ....................................................................... 

 

เด็กหนุ่มร่างสูงไม่อาจกลั้นยิ้มแห่งความยินดี อย่างน้อยนารุโตะก็ยังห่วงเขาเป็นเหมือนกัน

นึกว่าจะดีแต่ยั่วโมโห และทำให้เป็นห่วง  คนที่ทอดกายนอนหลับไม่รู้เรื่องขยับเล็กน้อย

ซาสึเกะจึงย้ายที่ออกมาเพื่อที่จะได้ไม่กวนการพักผ่อนของอีกฝ่าย เขาเลือกโซฟานุ่มข้างๆ

เป็นที่ปักหลักนั่งอ่านความลับ ความคิด กิจกรรมในแต่ล่ะวัน   รวมถึงความฝันและสิ่งที่วาดหวังของอีกฝ่าย 

ลมยามดึกนั้นหนาวเย็นยิ่ง หากสมุดบันทึกในมือกลับทำให้อบอุ่นได้อย่างประหลาด

อาจเพราะมันเป็นหนทางเดียวที่เขาจะได้รับรู้และสัมผัสถึงความคิดของเด็กหนุ่มอีกคนที่เขาผูกพัน  

 

ดั่งว่าได้ซึมซับจิตวิญญาณและหัวใจของนารุโตะ.............