Way To The Past 1
posted on 17 Nov 2008 23:29 by crazy-naruto
ตอนที่ 1
เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีที่เขาตัดสินใจกลับมาที่โคโนะฮะ ทั้งที่จากไปนานแต่หมู่บ้านก็ไม่เคยเปลี่ยนไป
ผู้คนยังคงอึกทึกเช่นที่แล้วๆมา เด็กหนุ่มผมดำเจ้าของเนตรวงแหวนแปลกใจเล็กน้อยกับสภาพแวดล้อมเช่นนี้
แต่กระนั้นสายตาที่จับจ้องกลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ
“สถานที่ไม่เปลี่ยน คนอาจเปลี่ยนก็ได้”
เสียงรำพึงดังขึ้นพร้อมกับร่างที่เคลื่อนไหวอย่างว่องไวความจริงเขาไม่ได้มีธุระอะไรกับที่หมู่บ้านนี้อีก
เพียงแค่อยากกลับมาดูสภาพบ้านร้างๆที่ทิ้งไปเท่านั้น ตั้งแต่ตัดสินใจไปโอโตะตามเสียงยั่วยุของมารร้ายที่สิงสู่ใจ
แต่เขาไม่ใส่ใจ จะอะไรก็ช่าง เป้าหมายในชีวิตมีเพียงสิ่งเดียวคือแก้แค้นพี่ชายของตน
ทำทุกวิถีทางเพื่อเสาะหาพลังอำนาจที่จะโค่นล้มอิทาจิ
ไม่ว่ามันจะต้องทำร้ายใครที่อยู่เบื้องหลังให้ทนเจ็บปวดอย่างมากมายก็ตาม...
ยังจำได้ถึงใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตา ไม่รู้ว่าเพราะเศร้าโศกหรือโกรธแค้นเขากันแน่
ดวงตาที่เคยเป็นสีฟ้ากลายกลับเป็นสีเลือดแต่งแต้มเต็มนัยน์ทั้งสองข้าง
แม้ไม่ได้อยากจะนึกถึงวันเวลาที่เคยผ่านมาแต่มันก็ยังคงลืมไม่ลง
มือนี้แหละที่เคยทะลวงร่างของคนที่ตนเคยบอกว่าสำคัญจนแทบดับดิ้น!
หากนารุโตะยกมือปัดช้าไปเพียงอีกแค่อึดใจ มือของเขาก็คงดึงออกมาพร้อมกับก้อนหัวใจทียังคงเต้นของอีกฝ่าย
และนารุโตะก็คงจะตาย ตอนนั้นจะฆ่าซะก็ยังได้ แต่ตอนนี้กลับสำนึกอย่างเจ็บปวด
เมื่อมาถึงบ้านที่เคยอาศัย ตราตระกูลที่คุ้นเคย เขากลับมาเหยียบอีกครั้ง
เด็กหนุ่มแง้มหน้าต่างออกลอบเข้าไปอย่างไร้สุ่มเสียง ชั้นล่างตัวบ้าน เขามองไปรอบๆ
แปลกใจทั้งที่ทิ้งไปนาน ทำไมถึงยังสะอาดสะอ้านเหมือนมีคนอยู่แบบนี้
“หรือจะมีคนอยู่จริงๆ”
ซาสึเกะครุ่นคิดและตัดสินใจเดินดูรอบๆ ของทุกอย่างยังคงสภาพตามเดิมก่อนหน้าที่เขาจะจากไป
ไม่รู้ว่าใครทำความสะอาด ทั้งที่เป็นบ้านที่แม้แต่เจ้าของยังไม่ใยดี ทำไมยังอุตส่าห์มาดูแลมันอีก
“ซากุระงั้นรึ” ปากพูดชื่อหนึ่งในใจปรารถนาให้เป็นอีกชื่อหนึ่ง รู้อยู่เต็มอกว่าเป็นไปไม่ได้
นารุโตะไม่มีวันที่จะให้อภัยเขาอีกต่อไปแล้ว ครั้งที่ไปอยู่โอโตะใหม่ๆเขาเพียรพยายามสืบข่าวของนารุโตะอยู่เงียบๆ
ว่าเป็นอย่างไรแต่ทุกครั้งก็คว้าน้ำเหลว คนที่นึกถึงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน คนที่สำคัญของเขาไม่อยู่ที่โคโนะฮะ
ข่าวที่มีอยู่ในกำมือรู้แค่เพียงตาม 1 ใน 3 นินจาจิไรยะไป ไม่ทราบว่าแห่งไหนเพราะไม่เคยอยู่เป็นหลักแหล่งนานเกินเดือน
สุดท้ายเขาจึงตัดใจที่จะตามสืบต่อไปอีกเหตุผลก็คือโอโรจิมารุเริ่มสังเกตเห็นถึงความผิดปรกตินี้
และทางฝ่ายจิไรยะก็ดูเหมือนจะเริ่มระวังระไวมากยิ่งขึ้น ก็คงจะใช่ที่นารุโตะน่ะ “พิเศษ”
อย่าว่าแต่แสงอุษาเลยขนาดโอโรจิมารุเองบางครั้งยังเปรยทีเล่นทีจริงกับเขาด้วยซ้ำว่าจะอยากจะได้นารุโตะมาอยู่ที่นี่
ตอนแรกเห็นอยากกำจัดทิ้ง ไม่รู้ว่าโอโรจิมารุคิดอะไรถึงเอ่ยออกมาว่าอยากจะได้ตัวนารุโตะ
เขารู้สึกแค่เพียงอย่างเดียวเมื่อได้ยินคือ “ไม่พอใจ”
ร่างเปรียวสูงสง่าย่างเท้าเข้ามาในห้องที่เคยอาศัยนอน
แม้สลัวรางแต่ยังเห็นได้ชัดว่าของทุกอย่างยังอยู่ตำแหน่งเดิมของมันอย่างที่เคยเมื่อ 2 ปีก่อน ยกเว้นเพียง
กรอบรูปที่เขาคว่ำมันไว้ กลับตั้งขึ้น
ถึงจุดนี้เขาเริ่มเห็นสิ่งผิดแผกเลื่อนสายตาไปที่เตียงกว้างเพ่งดีๆคล้ายมีคนนอนอยู่
“ใครกัน” เด็กหนุ่มรำพึงแผ่วเบา เดินวกไปมองใบหน้าของแขกไม่ได้รับเชิญ
มีผ้าห่มคลุม แต่ไม่ต้องดึงออกก็เดาได้ว่าใคร เรือนผมที่แสงจันทร์สาดส่องสะท้อนเป็นริ้วสีทองเจนตา
พลันมือที่เอื้อมจะเลิกผ้าห่มขึ้นจึงชักกลับ ใจที่เคยเรียบนิ่งดุจผิวกระจกกระเพื่อมไหวรุนแรงดั่งน้ำวน
อีกครั้งที่ซาสึเกะเห็นมือตัวเองสั่นยามยื่นออกไป ผ้าที่คลุมหน้าถูกดึงร่นลง เผยใบหน้าที่เฝ้าคำนึง
รูปหน้านั้นยาวรีกว่าที่เคยฝังไว้ในรอยจำ
ผิวนั้นคล้ำลงจากเดิมเล็กน้อยจากการตะล่อนไปทั่วและฝึกวิชาท่ามกลางแดดจ้า
“นารุโตะ”
มือเรียวแกร่งทาบบนแก้มของอีกฝ่ายเบาๆ นิ้วลากไล่ลงมาแตะริมฝีปากที่คลี่ออกเล็กน้อย
สัมผัสถึงลมหายใจอุ่นๆที่รดมือ ข้างร่างที่หลับไหลมีสมุดเล่มหนึ่งวางอยู่ เด็กหนุ่มร่างสูงถือวิสาสะหยิบขึ้นมาอ่าน
ถึงได้รู้ว่าเป็นบันทึกและสมุดจดเรื่องสัพเพเหระ เปิดไปผ่านจนถึงกลางสมุดจึงเห็นความแตกต่าง
จากหน้ากระดาษที่ใช้วาดรูปเล่น เขียนเรื่องนู่นนี่มั่วๆ กลายเป็นบันทึกประจำวันตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อน …………………………….
วันที่ …. เดือน....ปี......
เข้ามาในกลุ่ม 7 วันแรก ดีใจได้อยู่กับซากุระจังด้วย ครูคาคาชิก็เท่ห์ดีเหมือนกันถึงจะดูลามกก็เหอะ
แต่ที่แย่คือทามม้ายยยยย ต้องพ่วงเจ้าบ้าซาสึเกะมาด้วยนะ เซ็งจิ๊บเป๋ง แย่งบทเด่นตูยันเต
ยังไงก็ไม่แพ้หรอกเฟ้ย!!!!
………………………………
ในสมุดเริ่มการบันทึกวันแรกไว้ 2 บรรทัดดูเหมือนว่านารุโตะจะเขม่นเขาตั้งแต่วันแรกเลย
ซาสึเกะเริ่มไปนั่งที่โซฟาข้างเตียงเปิดบันทึกอ่านต่อไปเรื่อยๆ
…………………………….
วันที่......เดือน.....ปี......
โอ๊ยยยย เบื่อ ไม่ว่าเมื่อไหร่ทำไมเจ้านั่นมันต้องโผล่มาช่วยตูทุกทีฟะ เวลาตูทำไรพลาด
ไม่ว่าจะตอนสู้กับนินจาตอนไปคุ้มครองตาแก่ดาซึนะ แล้วยังตอนจะตกต้นไม้อีกด้วย โว้ยยยยย เจ็บใจ หนอย
แต่ว่านับจากนี้แหละฉันจะต้องเก่งขึ้นเพื่อเป็นโฮคาเงะให้ได้ ไม่แพ้เจ้าบ้านั่นหรอก!!!!
เชอะ ซากุระจังเป็นกำลังจายยยย เหอ เหอ
................................................................
ไม่ว่าจะอ่านเท่าไหร่ก็ดูเหมือนว่านารุโตะจะไม่ยอมเขาท่าเดียว เกลียดขี้หน้าเขานักหรือไงกัน
สุดท้ายของประโยคจะต้องเป็น ไม่แพ้หรอกเท่านั้น แต่ทั้งที่ไม่ชอบขี้หน้า
สงสัยนารุโตะทำไมถึงยังคงตามเขาไม่เลิกราตอนที่เขาจะไป
ซาสึเกะอยากจะรู้ถึงจุดหักเหของความรู้สึกของอีกฝ่ายและหวังเหลือเกินว่าในบันทึกนี้จะมีคำตอบให้เขา
แท้จริงอยากอ่านบันทึกนั่นให้ละเอียดทุกถ้อยคำแต่กลัวว่าเจ้าของมันจะตื่นมาพบเสียก่อน
จึงได้แต่เปิดผ่านๆอย่างเสียดายจนมาถึงหน้าที่นารุโตะบันทึกช่วงที่ตนสู้กับฮาคุ
.................................................................
วันที่.......เดือน......ปี.......
พอหิมะตกทีไรฉันนึกถึงฮาคุทุกที ช่วงที่สู้กันมันช่างอึดอัดลำบากใจ
ตอนแรกที่ไม่รู้ถึงอดีตหมอนั่นโกรธแทบหูดับตับไหม้ ก็ทำไมฮาคุถึงต้องฆ่าเจ้าซาสึเกะ พอเห็นร่างหมอนั่นแน่นิ่ง
ทำไมราวบรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกฉีกแหวกออก ได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองดังถี่รัว
ยอมรับว่าโกรธเสียยิ่งกว่าโกรธ ทั้งอึ้งทั้งช็อก ก็มันช่วยไม่ได้ตอนนั้นไม่รู้นี่ว่า ฮาคุไม่ตั้งใจจะฆ่าซาสึเกะจริงๆ
นึกถึงที่หมอนั่นพูด ความฝันสิ่งเดียวของหมอนั่นคือฆ่าอิทาจิ ในตอนนั้นฉันคิดแค่ว่า
ซาสึเกะมีความฝันที่จะต้องทำให้เป็นจริง แต่หมอนั่นตายใครจะสานต่อฝันนั้น
ความฝัน ความหวังที่ไม่เป็นจริงมันทรมานนะ แค่นึกว่าฉันจะไม่ได้เป็นโฮคาเงะยังทรมานแทบตาย
แต่................ ไม่เข้าใจมากที่สุดคือซาสึเกะ ปกป้องเราทำไม.........
ไม่น่าเอาตัวเองมาเสี่ยงเพื่อคนอย่างเราแท้ๆ ในสายตาหมอนั่นเราคือ เจ้าที่โหล่ เท่านั้นนี่นา
ไม่มีค่าพอที่จะปกป้องแล้วทิ้งฝันตัวเองซักนิด ซาสึเกะฉันไม่เข้าใจนายเลยจริงๆๆๆๆๆๆ
นายคิดอะไรของนาย..........
ว่าแต่นายจะรู้ตัวรึเปล่าตอนนายหลับเพราะอาการบาดเจ็บที่คอคนที่แอบพันผ้าพันแผลที่หลุดหลุ่ยของนายน่ะ
ฉันเป็นคนทำเองล่ะ.................... .......................................................................
เด็กหนุ่มร่างสูงไม่อาจกลั้นยิ้มแห่งความยินดี อย่างน้อยนารุโตะก็ยังห่วงเขาเป็นเหมือนกัน
นึกว่าจะดีแต่ยั่วโมโห และทำให้เป็นห่วง คนที่ทอดกายนอนหลับไม่รู้เรื่องขยับเล็กน้อย
ซาสึเกะจึงย้ายที่ออกมาเพื่อที่จะได้ไม่กวนการพักผ่อนของอีกฝ่าย เขาเลือกโซฟานุ่มข้างๆ
เป็นที่ปักหลักนั่งอ่านความลับ ความคิด กิจกรรมในแต่ล่ะวัน รวมถึงความฝันและสิ่งที่วาดหวังของอีกฝ่าย
ลมยามดึกนั้นหนาวเย็นยิ่ง หากสมุดบันทึกในมือกลับทำให้อบอุ่นได้อย่างประหลาด
อาจเพราะมันเป็นหนทางเดียวที่เขาจะได้รับรู้และสัมผัสถึงความคิดของเด็กหนุ่มอีกคนที่เขาผูกพัน
ดั่งว่าได้ซึมซับจิตวิญญาณและหัวใจของนารุโตะ.............
#1 By nove-9 on 2009-01-31 12:48