Way To The Past 3 [end]
posted on 17 Nov 2008 23:56 by crazy-naruto
ตอนที่ 3
ปีกข้างเดียวยังไงมันก็บินได้ไม่ไกลหรอกนะ........
ใครกันที่เคยบอกกับเขาเอาไว้...
.............................................................
ซาสึเกะพลิกหน้าถัดไปแต่ก็เริ่มไม่มีอะไรมากไปกว่ารูปวาดมั่วๆของอีกฝ่าย
พอจะเดาได้ว่าพยายามที่จะวาดภาพวิวที่ตัวเองเห็นแต่พอวาดออกมาแล้วยิ่งยุ่งจนดูไม่รู้เรื่อง
จากนั้นก็เป็นตารางบันทึกที่ที่นารุโตะเคยไปมากับ 1 ใน 3 นินจา จิไรยะ
แทบจะไม่มีบันทึกที่พูดถึงเรื่องราวทั่วๆไปหรือความรู้สึกของตัวเองอีก เด็กหนุ่มเจ้าของเนตรวงแหวนเริ่มสังเกตความผิดปรกติในบันทึก
บางครั้งเปิดๆไปก็มีแค่คำข้อความสั้นๆ ไม่มีวันที่กำกับและดูเหมือนจะมีแค่เจ้าตัวที่รู้เรื่องคนเดียวเวลาอ่าน
เช่น
"ป้าซึนาเดะ กระสุนวงจักร ต้องเก่งกว่านี้ ต้องชนะพนันของป้าซึนาเดะ!!
เหมือนรุ่นที่ 4 กามะบุนตะ กามะคิจิ"
แต่ที่ทำให้ถึงกับตาโพลงก็เป็น......
“โอโรจิมารุจะฆ่าฉัน นึกว่าจะตายซะแล้ว ป้าซึนาเดะช่วยไว้ พรุ่งนี้จะกลับหมู่บ้านพาป้าไปรักษาซาสึเกะ”
........................................................................................
เด็กหนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าไม่รู้เลยว่าข้อความที่ตนเองได้เขียนเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว
จะก่อเกิดแรงสะเทือนใจให้กับเด็กหนุ่มอีกคนในวันนี้ หน้าต่อมากลายเป็นบันทึกแบบเดิม
วันที่....เดือน....ปี....
ฉันจะพูดยังไงดีนะ ซาสึเกะ อยากให้นายได้เข้าใจจริงๆ
หลังจากที่ฉันกลับมาหมู่บ้านแล้วพบว่านายเปลี่ยนไปมากเหลือเกิน หลังจากที่ป้าซึนาเดะรักษานายแล้ว
แววตาขางนายมันไม่สะท้อนอะไรสักอย่าง ฉันเห็นแต่ความมืดมิด ว่างเปล่า กลวงโบ๋ในนั้น
ไม่มีภาพของซาสึเกะคนเก่าแม้แต่น้อย แต่เมื่อนายเห็นฉันนายกลับจ้องราวกับโกรธแค้นเสียเต็มประดา
ฉันเจ็บปวด......กับท่าทางแบบนั้น ที่โรงพยาบาลนั่น ฉันไม่อยากสู้ ไม่ได้อยากเลยจริงๆ
ทำไมต้องเป็นนายด้วย
ถ้าเป็นคนอื่นฉันคงไม่รู้สึกแย่ขนาดนี้หรอก เพราะตลอดเวลาที่ไม่ได้อยู่กับนาย
เวลาที่ฉันไปอยู่ที่ข้างนอกหมู่บ้านนั่น ความห่างไกลมันทำให้ได้รู้แน่ชัด
ฉัน....ชอบ...นาย.. มากๆเลย....
แต่...หลังจากที่ปะทะกันที่ดาดฟ้าฉันก็เข้าใจทันที นายเลือกทางเดินของนายเอง
ทางที่ไม่มีฉันอยู่ ฉันรู้ตั้งแต่วินาทีนั้น ที่นายหันพันปักษาใส่ฉัน แน่ใจว่าต้องมีครั้งที่ 2
เพราะ นายเลือกที่จะไปเพื่อแก้แค้น เลือกที่จะทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยมีร่วมกัน ความผูกพันที่กลายเป็งผงธุลี
ถึงฉันจะห้ามนายก็ไปอยู่ดี แต่ฉันก็ต้องห้ามเพราะนั่นเป็นสิ่งเดียวที่พอจะทำได้ในตอนนั้น
ตามนายไปฉุดรั้งนายไว้ และมันก็ไม่สำเร็จ.......
.......................................
พอหมดหน้านั้นก็กลายไปเป็นสมุดสเก็ตภาพแทน ทุกภาพบ่งบอกอะไรหลายๆอย่าง
ภาพแรกเป็นรูปประตูหมู่บ้านคาดเดาได้ว่าเป็นการออกไปเพื่อฝึกวิชากับ 1 ใน 3 นินจา
ซาสึเกะไม่แปลกใจเมื่อเห็นวันที่ใต้ภาพ
เพราะหลังจากนั้น 2-3 ปี เขาก็ไม่ได้ข่าวอะไรจากนารุโตะอีกซึ่งตรงกันกับปีที่เขียนกำกับนั่นเอง
ตัวเขาหลังจากไปที่โอโตะก็ต้องทนแบกรับความรู้สึกผิดไว้บนบ่า ภาพใบหน้าที่นองน้ำตานั้นไม่เคยเลือน
ทุกคืนจะนอนไม่หลับถึงหลับก็ฝันเห็นแต่ภาพเดิมๆ
ดวงตาที่เคยสีฟ้าถูกสีเลือดฉาบไว้นั้นเศร้าหมองระคนกันกับความผิดหวังและเจ็บปวด
ระหว่างนั้นเขา พยายามที่จะสืบข้อมูลอีกฝ่ายเท่าไหร่ก็ไม่มีเบาะแส
เท่าที่ดูภาพในสมุดก็รู้ได้ว่าเดินทางไปหลายที่ทำให้ยากแก่การตามข่าว
บัดนี้ไม่ต้องไปตามที่ไหนแล้ว นารุโตะอยู่ที่นี่…บ้านของเขาเอง
ลมยามดึกพัดเข้ามาทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่ บันทึกหน้าสุดท้ายเปิดออก
เด็กหนุ่มตั้งใจอ่านมันอีกครั้ง....เป็นบันทึกของวันนี้.....................
..........................................................
วันที่ 10 เดือน 10 ปีxxxx
วันนี้ถึงจะเป็นวันเกิดแต่ภารกิจกินแรงและเวลามากจริงๆ พวกศัตรูมีกันหลายคนมากและมีฝีมือทั้งนั้น
ดีที่ว่าซากุระช่วยวางแผน งานถึงได้สำเร็จแม้จะทุลักทุเลไปนิดก็เถอะ
แต่แย่มากๆตรงที่ฉันนึกถึงแต่เจ้าซาสึเกะ
ทั้งที่คิดว่าจะไม่เผลอแล้วเชียะ พอปฏิบัติภารกิจทีไรนึกทุกทีดีนะที่ตั้งสติทันไม่งั้นคงโดนเล่นงานแน่เลย
(อีกอย่างก็ต้องของคุณเจ้าตัวที่สิงอยู่นี่ดวยล่ะน้า)
พูดถึงซาสึเกะ ดึกป่านนี้จะทำอะไรอยู่กันนะที่โอโตะ หวังว่าคงไม่โดนเจ้างูยักษ์มันงาบไปแล้วนา
เริ่มห่วงนิดๆแฮะ ก็นะ ไอ้เรามันก็เคยโดนงาบไปหนนึงตอนสอบจูนินที่ป่ามรณะนั่นนึกแล้วยังแสยงไม่หาย
นึกถึงอดีตอีกแล้วสิเรา อดีตที่ไม่มีทางได้กลับคืนมา ทำไมถึงมีแต่ซาสึเกะๆๆๆๆอยู่เต็มไปหมด
กลับหมู่บ้านครั้งนี้เดินไปที่ไหนๆก็เจอแต่ภาพเก่าๆ
นึกขึ้นมาก็อดแปลกใจตัวเองไม่ได้แฮะไอ้ความรู้สึกนี่น่ะ
ฉันไม่รู้หรอกนะว่ามันรู้ได้ยังไงแต่ใช่แน่ๆว่าเราต่างเคยอยู่ร่วมกันมาหลายครั้งหลายหน
ผ่านวันคืนอันยาวนาน และอดีตที่แสนไกล
จำได้ไหมถึงแววตานั่น จำได้ไหมถึงสัมผัสอุ่นที่น่าโหยหา และครั้งนี้ ตอนนี้ฉันจำได้ถึงความคุ้นเคยนั้น
ไม่ว่านายจะเปลี่ยนหน้าตา รูปกาย น้ำเสียงไปมากมายเท่าไร ฉันก็ยังคงจำได้
จำได้ถึงดวงวิญญาณของนายดวงนั้น
และฉันมั่นใจ ต้องใช่นายคนที่เคยอยู่ร่วมกันมา คนที่เคยอยู่เคียงข้าง
การรอคอยของฉันได้สิ้นสุดลงนับตั้งแต่วันที่ฉันได้พบเจอกับนาย นายคือทุกสิ่งในชีวิตของฉัน
นายอาจจะจำไม่ได้เลยแม้เพียงเศษเสี้ยว อาจไม่รู้สึกแม้เพียงสักนิดอย่างที่ฉันรู้สึก
แต่ ได้โปรดเถอะฉันมั่นใจจริงๆ
และเมื่อวันที่นายตัดสินใจไปความเจ็บปวดรานร้าวมันก็เริ่มกัดกินใจฉันอย่างตะกละตะกราม
ใจฉันกำลังจะตาย นายไม่รู้ถึงได้ถาม
“ทำไมนายถึงยึดติดกับฉันขนาดนี้”
ประโยคที่ฉันตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้กระบวนการทางสมองเข้าช่วยมีแค่ใจที่รู้อยู่เต็มปรี่ ว่า
ฉันไม่ต้องการเสียนายไป
ฉันรู้ ในสายตาของนายความผูกพันของฉันมันมีค่าน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย
เมื่อเทียบกับความแค้นเคืองที่แผดเผาใจนายอยู่ทุกค่ำเช้า
ทว่าแรงประทะครั้งสุดท้ายตอนสู้กัน ฉันก็ได้ตระหนัก
เราเชื่อมถึงกันได้.....
มันคือสิ่งที่ฉันไม่เคยคาดคิด แต่เมื่อฉันเปิดเปลือกตาของตัวเองอีกครั้งที่โรงพยาบาล
ก็ต้องทนยอมรับกับตัวเองว่านายไม่อยู่ที่นี่อีกแล้ว
ฉันไม่มีน้ำตาให้ไหล วิญญาณฉันชาด้านจากการฉีกกระชากโดยฝีมือนาย
ครึ่งหนึ่งมันหายไปและจะไม่มีวันสมบูรณ์ตราบใดที่ฉันยังไม่ได้นายคืนมา
ฉับพลัน
ท่ามกลางเสียงของความทรมานที่กำลังแทะใจฉันอย่างเอร็ดอร่อย
มันก็เกิดนึกถึงบางสิ่งและเป็นสิ่งที่ค้ำชูให้ฉันไม่ละความพยายามที่จะตามหาเอานายกลับคืน
รอยสัมผัสที่ตกค้าง ฉันแตะริมฝีปากตัวเองอย่างเบามือก่อนจะกุมมันไว้จนแน่น
จูบที่เย็นเยียบจากริมฝีปากและรสเลือดของนายที่แตะลงมา รับรู้ถึงความเจ็บปวดของนายที่เก็บเอาไว้
มันทำให้ฉันสาบานกับตัวเองว่า ต่อให้นายจมอยู่กลางความมืดมิดหรือถูกย้อมให้ดำสนิทอย่างไร
ฉันจะควานหานายให้เจอ จะดึงนายขึ้นมาจากความมืดมิดนั้นให้จงได้ และฉันต้องทำสำเร็จ
ทุ่มเทสักเท่าไหร่ก็จะไม่บ่น ใช้เวลาเนิ่นนานเพียงไหนก็จะไม่หวั่น และถ้านายกลับมา
ทั้งชีวิตของฉันถ้านายอยากได้ฉันก็จะให้!!!!!
ให้.......จวบจนลมหายใจสุดท้ายของฉันจะถูกพรากไปจากร่างกายนี้
ขอเพียงแค่นายกลับมา.........ซาสึเกะ...
ฉันคิดถึงนาย........................................................
............................................
หน้าของบันทึกในวันนี้ค้างอยู่เพียงแค่นั้น ที่ว่างของหน้ากระดาษใต้บันทึกเป็นรูปภาพของเขา
ที่มีปีกแค่ข้างเดียว ความหมายที่ซ่อนเร้นไว้โดยนัย ของภาพ ไม่ใช่ว่าไม่รู้...........
เด็กหนุ่มเนตรสีแดงสดวางมันลงบนโต๊ะข้างเตียง คนที่เขียนมันยังคงนอนหลับ
ไม่รับรู้อะไรอยู่บนเตียงที่เขาเคยใช้นอน
หากเป็นแต่ก่อนคงนึกตำหนิคนที่ก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของเขา แต่บัดนี้ไม่ใช่
ใบหน้าของซาสึเกะยังคงไม่ฉายแววอารมณ์ใด หากนัยน์ตานั้นมีความอาวรณ์ไหวระริก
อยากเห็นดวงตาสีฟ้าสดใสนั่นอีกสักครั้ง!!!
กาลเวลาไม่เคยเปลี่ยนใจเขาได้ ผ่านไปแล้วถึง 2 ปีเต็มแต่ก็ยังคงยืนยันคำตอบเดิมๆ
ทั้งที่ปากเคยลั่นวาจาไว้เองว่าจะตัดทำลายความผูกพันด้วยมือตัวเองสุดท้ายกลับยิ่งโดนความผูกพันนั่นเกี่ยวกระหวัดให้แน่นหนาจนดิ้นไม่หลุด
ในหัวไม่อาจจะลบหน้าที่นองน้ำตาของนารุโตะไปได้
ทุกค่ำเช้าจากที่เคยร้อนรนเพราะพี่ชายร่วมสายโลหิตกลับกลายเป็นถูกเผาผลาญด้วยน้ำตาที่ไหลรินจากดวงตาของผู้ที่นอนอยู่นี่แทน
เด็กหนุ่มหย่อนตัวลงนั่งอย่างระมัดระวังไม่ต้องการปลุกนารุโตะให้ตื่นขึ้นมา
นิ้วเรียวหากแข็งแกร่งบรรจงเกลี่ยไปบนโหนกแก้ม เปลือกตาของร่างตรงหน้าช้าๆก่อนหยุดลงที่ปากอิ่ม
อีกสักครั้งเถอะที่จะทำตามใจเรียกร้อง
“นารุโตะ”
ซาสึเกะใช้มือข้างหนึ่งยันตัวเองไว้แล้วก้มลง
จูบครั้งนี้เนิ่นนานกว่าครั้งแรกและครั้งที่ 2 ใจกลัวว่าคนตรงหน้าจะตื่นแต่ความโหยหานั้นมากกว่า
อยากจะเก็บเอารสสัมผัสนี้ไว้ให้นานที่สุด ไม่อยากจะถอนตัว ทันใดเด็กหนุ่มร่างสูงก็ต้องตกใจ
เขายังไม่กล้าใช้ลิ้นล่วงล้ำเข้าไป
แต่ปากของอีกฝ่ายที่ปิดสนิทตอนแรกกลับเปิดออกเหมือนกับว่าเชิญชวน
แขนที่ลู่อยู่ข้างลำตัวเริ่มขยับขึ้นโอบแผ่นหลังเขาเอาไว้ กอดแน่น........
ราวกับว่ากลัวเหลือเกินว่าจะหายไป ซาสึเกะทิ้งน้ำหนักตัวลง
ร่างทั้งร่างครอบคลุมอีกฝ่ายจนมิด เสียงครางเล็ดลอดออกมาจากปาก
นารุโตะอุทธรณ์เมื่อรูสึกถึงความผิดปรกติ
หนัก........ แต่กลับอบอุ่น...... กลิ่นที่คุ้นเคย................. สัมผัสที่เคยขาดหาย...........
จมูกโด่งรั้นซุกเข้ากับอกของซาสึเกะทั้งที่ยังคงหลับ
มันคือความเคยชินที่ฝังแน่นอยู่ในจิตใต้สำนึกตั้งแต่อดีตกาล ข้ามผ่านกาลเวลาอันแสนยาวนาน
กระทั่งถึงตอนนี้
ก็เคยอยู่ร่วมกันมากี่ครั้งกี่หนแล้วกันเล่า!!!
“ซาสึเกะ”
ชื่อที่ถนัดปากมากที่สุดถ่ายทอดออกมาด้วยเสียงที่แสนห่วงหา
เด็กหนุ่มนัยน์ตาสีดำสนิทแทบน้ำตาคลอ ความรู้สึกที่อัดแน่นนี้คืออะไร
สุข เศร้า ทุกข์ เจ็บปวด กังวล คิดถึง ปลื้มปิติ มันรวมกันจนไม่รู้ว่าเป็นอย่างไหนแน่
แต่ที่มั่นใจคือคนที่จะทำให้เขาเป็นแบบนี้มีเพียงคนเดียวคือ
คนที่อยู่ในอ้อมกอดเขาตอนนี้ยังไงล่ะ
ซาสึเกะก้มหน้าจูบที่กลางกระหม่อม กลิ่นหอมอ่อนๆที่ไม่ต่างไปจากครั้งเก่าก่อน
รัก รักเหลือเกิน เกินกว่าจะพูดได้
“นารุ ฉันจะทำยังไงต่อดี ช่วยฉันที มันสับสนไปหมดแล้ว ระหว่างการแก้แค้นกับการทิ้งมัน
ปล่อยมันไป ช่วยบอกฉันทีเถอะ” เสียงพร่ำบ่นนั้นแฝงความอ่อนล้า หมดหนทาง
ดั่งคนตกอยู่ในความมืดหาทางออกไม่พบ
“อยู่กับฉัน...ซาสึเกะ”
ไม่แน่ใจนักว่าเสียงที่หลุดออกมาคือแค่ละเมอหรือตั้งใจให้เขาได้ยินกันแน่
เขารู้แค่เพียงว่าแก้มของนารุโตะบัดนี้มีน้ำตาของเขาไหลเปรอะอยู่ จูบอีกครั้งที่รอยน้ำตานั้น..........
เขาจำต้องไป กลับไปโอโตะ กลับสู่ความมืดมิดที่เหมาะกับเขามากกว่าที่นี่ ที่แสงแห่งตะวันสาดส่องถึง
เด็กหนุ่มยันกายขึ้น พอผิวสัมผัสต้องห่างใจทั้งใจก็ดิ่งวูบ
“ทำไมนายต้องทรมานฉันด้วย นารุโตะ ทำไมล่ะ ทำไม ทั้งที่ฉันก็ตัดสินใจจะไปจากที่นี่
ไปจากหมู่บ้านนี้ ไปจากนาย แต่ทำไม นายยังตามฉันอยู่อีก
ทำไมไม่ปล่อย ฉันไปทั้งที่ฉันมันก็แค่........ไอ้คนเห็นแก่ตัวที่คิดแต่เรื่องตัวเอง
เพื่อตัวเองเท่านั้น ฮะ นารุโตะ ทำไม..”
ซาสึเกะหลับตานึกถังวันเวลาที่ผันผ่านตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาในทีม 7
ใช่ เขาเคยคิดว่านารุโตะก็แค่เด็กแบบที่ทุกคนเรียก “เจ้าที่โหล่ เจ้าโหลยโท่ย”
ทว่ายิ่งนานไปเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรู้ชัดว่ามันไม่ใช่ ไม่ใช่แบบนั้น นารุโตะถึงจะบ้าจะบอแต่จริงจังเด็ดเดี่ยว
ลองได้พูดแล้วจะไม่กลับคำเด็ดขาด
ภายนอกดูแข็งกระด้างแต่ก็อ่อนโยนกว่าใครเพียงไม่ได้แสดงออกมาให้คนอื่นๆได้เห็นมากนักเท่านั้นเอง
และในที่สุดเขาก็รักเข้าจนได้ ตั้งคำถามกับตัวเอง และถามย้ำซ้ำอยู่อย่างนั้น
ทำไมต้องคอยดูแลนารุโตะ ทำไมต้องช่วยทุกครั้งที่มีอันตราย
และทำไมเวลาช่วย ต้องช่วยได้เป็นคนแรกเสมอ
“อย่าให้ต้องทำบุญทำคุณนักซี่” ที่พูดก็เพราะอยากจะให้นารุโตะรู้จักระวังตัวเองมากขึ้น รอบคอบมากขึ้น
ไม่ได้มีเจตนาจะท้าทายแต่อย่างใด ยิ่งสู้ร่วมกันมากเท่าไหร่ก็ยิ่งตระหนักนารุโตะสำคัญกับเขามาก
มากจนเขาเองกลัว.......ยิ่งสำคัญก็ยิ่งเป็นจุดอ่อนชั้นดี
ในที่สุดก็ต้องจากมาเพราะสิ่งที่นารุโตะให้เขาก็เพียง...
ความรู้สึกที่ว่า เป็นพี่น้อง เพื่อนพ้อง..........................................
อยากได้มากกว่านั้น อยากเป็นยิ่งกว่าพี่น้อง ยิ่งกว่าเพื่อนที่ใกล้ชิด
อยากเป็นทั้งหมดทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตนารุโตะ
และถ้าไม่ได้มาก็กลัวว่าจะกลายเป็นคนที่ทำลายมันทิ้ง…….จากทั้งที่ใจยังผูกพัน
แต่วันนี้ในสมุดบันทึกที่เขาถือวิสาสะอ่านกลับยิ่งทำให้ตัวเองรู้สึกโง่เขลาเหลือประมาณ
“แล้วฉันจะจากนายไปเพื่ออะไร.....”
เพราะเคยนึกว่าอีกฝ่ายคิดเพียงเพื่อนจึงเจ็บปวดและคิดจะหลีกหนีไปให้ไกลแต่เมื่อมันไม่ใช่
นารุโตะรักเขา ทุกถ้อยคำที่เขียนลงไปมันสื่อออกมาราวกับจะพูดได้ ทุกตัวอักษร ทุกบรรทัด
“อือ---- อ๊ะ!!ซาสึเกะ นาย!!”
เด็กหนุ่มอุจิวะรีบผละลงจากตัวคนที่เพิ่งตื่นและทำท่าจะหนีออกนอกหน้าต่าง
หากโดนคว้าเสื้อเอาไว้ได้ก่อน แววตาของร่างตรงหน้านั้นเจ็บปวด รานร้าว
“อย่าทิ้งฉันแบบนี้”
ซาสึเกะยืนก้มนิ่งขณะที่นารุโตะค่อยๆลุกขยับเข้าใกล้ มือที่เล็กกว่าเขากำลังสั่นแต่ก็ยังกำเสื้อแน่น
อีกฝ่ายขยับเข้าใกล้เขาจนกายชิดกัน ซาสึเกะปล่อยให้นารุโตะใช้มือสำรวจใบหน้าเขา
เด็กหนุ่มจิ้งจอกเก้าหางทำหน้าคล้ายจะร้องไห้แต่ฝืนเอาไว้อย่างเต็มความสามารถ
ดวงตาที่สดใสในครั้งก่อน บัดนี้แฝงความเศร้าลึก มือเรียวไล่ลงมาเรื่อยจนถึงอกและหัวไหล่กว้าง
ซาสึเกะโผกอดอีกฝ่ายแน่นและรวดเร็ว
ไม่มีการขัดเขินหรือขัดขืนแต่อย่างใด ความรู้สึกที่ใกล้จะประทุ
คิดถึง โหยหา ต้องการ อยากได้ ล้วนเกิดขึ้นและยากจะดับมอดลง
นารุโตะเขย่งตัวพร้อมเอียงคอจูบอีกฝ่ายที่สูงกว่าเหมือนคนที่เดินทางกลางทะเลทรายได้พบแหล่งน้ำ
ตักตวงอย่างหิวกระหาย เสียงริมฝีปากที่ดูดเม้มซึ่งกันและกัน ดังขึ้นไม่ขาดระยะ
ลมหายใจร้อนผะผ่าว เมื่อทนไม่ไหวซาสึเกะจึงอุ้มร่างในวงแขนขึ้นแล้วทึ้งลงบนเตียงที่เคยเป็นของเขาเอง
“ไม่เสียใจแน่นะ”
ซาสึเกะต้องการความมั่นใจในสิ่งที่เขาทั้งสองกำลังจะทำลงไป
คำตอบนั้นหนักแน่นแบบที่นารุโตะเป็นมาตลอด
“ไม่มีวัน!”
เพียงจบประโยคความเงียบจึงเริ่มครอบงำ บรรยากาศรอบตัวหนักหน่วง
อากาศนั้นเย็นหากว่าร่างนั้นร้อนรุ่มด้วยเพลิงแห่งราคะที่บรรจงมอบให้แก่กัน
ราวกับว่าไม่เพียงพอและไม่มีวันพอ เด็กหนุ่มร่างสูงดึงมือร่างข้างใต้ที่กำผ้าแน่นมาคล้องรอบคอแทน
ผิวสัมผัสนุ่มนวลทว่าแฝงความร้อนแรงยากระงับพาให้ซาสึเกะหมดความอดทน
เขาไม่อยากจะหยุดอยู่แค่จูบและซุกไซร้ซอกคอของนารุโตะ
สิ่งที่พึงใจยิ่งกว่าคือได้ฝังตัวเองอยู่ในร่างข้างใต้นี่ต่างหาก
เด็กหนุ่มรูดซิปเสื้อโลมเลียสำรวจเรือนร่างอีกฝ่ายดั่งว่าคุ้นเคยดีทั้งที่เป็นครั้งแรก
เจ้าของเรือนผมสีทองเริ่มครางเมื่อถูกปลุกเร้าด้วยมือของอีกฝ่าย....ลมหายใจนั้นขาดห้วงไปจนซาสึเกะต้องกระตุ้น
“อย่ากลั้นหายใจ ”
เมื่อร่างข้างใต้พร้อมเด็กหนุ่มผมดำก็ค่อยๆเบียดตัวเข้าไปทีล่ะนิด ทิ้งช่วงห่างไว้เพื่อให้นารุโตะได้ปรับตัว
“อึ๊ก...”
เสียงครางนั้นหลุดออกมาเมื่ออีกฝ่ายเข้าไปทั้งหมด เล็บนั้นจิกเข้าที่แผ่นหลังแกร่ง
ร่างสูงยังไม่ขยับตัวเพราะอยากจะแน่ใจก่อนว่าการกระทำที่จะเกิดขึ้นต่อไปจะต้องไม่ทำร้ายอีกฝ่าย
“ผ่อนคลาย อย่าเกร็ง ฉันจะค่อยๆ”
นัยน์ตาสีฟ้าสดนั้นคลอไปด้วยน้ำตาแต่ก็ยังพยายามที่จะเอ่ย
“ไม่เป็นไร....ตามใจนายเถอะ....”
ซาสึเกะค่อยๆขยับตัวช้าๆในตอนแรก ไม่นานนักจังหวะของทั้งคู่ก็เขาหากันได้โดยไม่มีการติดขัดใดๆ
ปล่อยกายให้เป็นไปตามความต้องการแห่งใจจนหลอมเป็นหนึ่งเดียวกัน
เด็กหนุ่มร่างสูงยังคงฝังตัวเองอยู่ก่อนสักครู่แล้วจึงดึงอีกฝ่ายให้มานอนบนตัว
นารุโตะไม่ขัดขืนเพราะร่างกายเริ่มเหนื่อยอ่อน
แต่ก่อนที่จะเข้าสู่ห้วงนิทราซาสึเกะก็ไม่ลืมที่จะจูบอีกฝ่ายเบาๆ
“ฝันดี หลับให้สบายเถอะ นารุโตะ”
เมื่อแน่ใจว่าร่างที่นอนข้างๆนั้นหลับสนิท เด็กหนุ่มร่างสูงก็ค่อยๆผละออกมา
ชำระล้างร่างกายแต่งตัวใหม่อีกครั้ง ก่อนที่จะก้มลงเอาผ้าห่มมาห่มให้ร่างที่นอนอยู่ได้อบอุ่น
ซาสึเกะถอยจากเตียงหันหลังกลับข่มความอาลัยอาวรณ์เอาไว้
เส้นทางที่เลือกแล้วยากจะเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็ต้องแก้แค้นพี่ชายให้ได้
ถึงจะเจ็บปวดก็ต้องทำ ไม่อาจหันกลับไปมองร่างที่หลับไหล
เพราะหวั่นใจเหลือเกินว่าหากมองอีกแค่เพียงวินาทีเดียวเขาคงจะทิ้งเป้าหมายทุกอย่าง
ไม่ว่าจะการแก้แค้น ฟื้นฟูตระกูล หรือความทะเยอทะยานไขว่คว้าหาพลังอำนาจมาไว้ครอบครอง
ทิ้งแน่ๆเพื่อนารุโตะ!!!!!!
หน้าต่างบานเดิมที่ใช้เข้ามาถูกเปิดออกอย่างเงียบกริบ ม่านสีขาวปลิวสะบัด
ลมโชยกลิ่นสนมาแตะจมูก ถึงเวลาแล้วที่จะต้องกลับไปที่โอโตะ
“ลาก่อน นารุโตะ.......”
**************************
“ซาสึเกะ!!!!!!!!!”
เด็กหนุ่มตะโกนลั่น เหงื่อเย็นๆไหลตามลำคอและหน้าผาก
ฝัน?หรือความจริง??
เหลือบมองนาฬิกาที่ตั้งเอาไว้ เช้าตรู่แล้ว
นารุโตะยกมือปาดเหงื่อยังจำได้ถึงไออุ่นจากแผ่นอกกว้างของซาสึเกะ
น้ำหนักที่กดทับที่หน้าท้องและโคนขาทำให้รู้สึกดี
สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแข็งแรงที่ต่างจากเมื่อ 2 ปีก่อน คงเป็นหนุ่มยิ่งกว่าเขา สูงกว่าด้วยกระมัง
และ....น้ำตา...... มือที่ขยุมผ้าห่มแน่นเปลี่ยนมาจับที่ข้างแก้มไล้ลงมาจนถึงที่ปาก
เลือดสูบฉีดขึ้นบนใบหน้าขับให้เป็นสีแดงจัด ความเจ็บจากการเสียดสียังค้างอยู่ในตัวเขา
มองออกไปรอบกายไร้ซึ่งร่องรอยของคนที่ต้องการโอบกอดหาไออุ่นแห่งความผูกพัน
ซาสึเกะทิ้งเขาอีกครั้ง.........................................
ความจริงที่ผ่านเข้ามาช่างน่าอดสูจับใจ โดนคนที่รักทิ้งไปถึงสองครั้งสองครา!!!!!
แม้หลับตาก็ไม่อาจกลั้น เสียงสะอื้นไม่อาจข่ม น้ำตาอุ่นๆรินไหลเพราะคนคนเดียว
ทั้งรัก ทั้งผูกพัน เพราะผูกพันจึงเจ็บปวดเมื่อสูญเสีย ทำไมเขาจะไม่เข้าใจ
ก็คนพูดเองนั่นแหละที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ จ่อมจมอยู่กับความหวังลมแล้งว่าจะเอาคนคนนี้กลับคืนมาได้
แต่ผลสุดท้ายก็ไม่เคยต่างออกไป เหนี่ยวรั้งอย่างไรก็ไร้ความหมาย
มือที่สั่นระริกเอื้อมไปหยิบสมุดข้างเตียง เผื่อว่าได้เขียนระบายความคับข้องใจให้มันทอนลงไปได้บ้าง
พลิกถึงหน้าที่เขียนไว้เมื่อคืน อ่านไล่ลงมาเรื่อยๆพร้อมกับน้ำตาที่หลั่งรินหยดเป็นด่างดวงบนแผ่นกระดาษ ทว่าเมื่ออ่านมาจนถึงบรรทัดสุดท้าย พลัน!!!มือต้องกอดไดอะรี่นั้นไว้แน่นแนบ อก
ลายมือนั้นจำได้แม่นยำว่าของใคร
“หาฉันให้เจอท่ามกลางความมืดมิดนี้ ดึงฉันออกไปให้พ้นมัน ฉันจะรอ .................”
คำสาบานที่ไม่อาจลบเลือน
คำสาบานที่จะต้องทำให้จงได้
“ฉันจะเอานายกลับมา ซาสึเกะ!!!!!”
Way To The Past…
-END-

#1 By nove-9 on 2009-01-31 13:14