Devil Desire 1 [ภาคต่อ Way To The Past]
posted on 25 Jun 2009 23:07 by crazy-narutoนอกจากที่นี่แล้วฟิคส่วนใหญ่ของเราตอนนี้ลงอยู่ที่เด็กดีอ่ะจ้า ตามลิ้งค์ข้างล่างอ่ะ
http://writer.dek-d.com/chiva_chan/writer/
Devil Desire
Sasu x Naru , Oro x Naru
เรื่องนี้มีบางตอนที่ไม่เหมาะกับเด็กๆนะ ขอเตือนไว้ก่อน ถ้าไม่ชอบหรือรับไม่ได้อย่าอ่านจะดีกว่าจ้า
ตอนที่ 1
แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก
เสียงหอบแห้งๆสะท้อนไปในบรรยากาศของคืนเดือนเพ็ญที่หนาวเยือก
เงาตะคุ่มไม้สูงดำทะมึนราวกับจะถาโถมเข้าช่วงชิงดวงวิญญาณที่บอบช้ำดั่งมัจจุราชผู้กระหายหิว
ฝีเท้านั้นไม่อาจจะหยุดวิ่ง ยามเหยียบย่ำลงบนพื้นดิน
บันดาลให้เกิดเสียงแสกสากน่าขนลุกจากกองใบไม้แห้งๆที่ทับถมกัน
รากไม้หงิกๆงอๆต่างผุดขึ้นระเกะระกะ แต่เขาไม่มีเวลามานั่งมองมัน
“อ๊ะ!!!”
ตุ้บๆๆ
ร่างที่วิ่งอย่างสุดชีวิตล้มกลิ้งไปกับพื้น
อาภรณ์ที่ติดกายแค่เสื้อคลุมตัวโคร่งที่บัดนี้เปื้อนเศษกรวดและดินทรายเผยให้เห็นผิวกายภายใต้อาภรณ์นั้น
ข้างแก้มโดนกิ่งไม้หักถากจนเลือดซิบ ตามเนื้อตัวและแขนขาก็มีรอยขีดข่วนเล็กใหญ่อยู่ทั่ว
แม้กระทั่งเท้าก็บวมอักเสบเนื่องจากไม่มีสิ่งใดป้องกันยามวิ่ง
หินคมบาดไปตามร่องนิ้วจนได้เลือด ทั่วตัวเปรอะเปื้อนมอมแมม
ถึงสภาพร่างกายจะดูเหมือนว่าไม่มีแรงจะวิ่งต่อ
หากท่ามกลางความมืดมิดนั้นแววตาสีฟ้าคมจัดก็ไม่อาจลดทอนความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวยิ่งลงไปได้
ดั่งประกาศกร้าว ว่า จะไม่ยอมแพ้ต่อปีศาจแห่งรัตติกาลที่ติดตามเขามาอย่างแน่นอน
ถึงใจจะสู้ไม่ถอยหากกายบัดนี้แทบจะไม่มีแม้แต่แรงจะยันตัวเองให้ลุกขึ้น
เด็กหนุ่มพยายามใช้มือและข้อศอกดันพื้นจนนั่งได้อย่างทุลักทุเล
แล้วค่อยๆชันเข่าเถือกไถตัวเองจนหลังสามารถพิงต้นไม้ได้
เสียงลมหายใจหอบถี่ ประสาทตื่นตัวเต็มที่รับรู้สภาวะรอบด้าน ความกลัวบีบคั้นเขาให้จนมุม
ยกมือซ้ายขึ้นมาเพื่อดูบาดแผลที่ถลอกแต่มันก็สั่นเสียจนต้องเอามืออีกข้างยึดเอาไว้ให้แน่น
ฝามือมีรอยแตก เล็บที่สั้นเสมอกันบางเล็กฉีก
“บ้าชิบ!!!”
หากยังนั่งอยู่ที่นี่ไม่นานคงโดนตามจนเจอแน่
แต่จากการกะเวลาเขาหนีออกมาจากที่นั่นได้ราวๆ 7 -8 ชั่วโมง
คาดว่าคงมีเวลาพักได้สักไม่กี่นาที
จะไม่ยอมโดนลากตัวกลับไปแน่ รู้ดีว่าพวกมันไม่ฆ่าเขาอย่างแน่นอนแต่หากกลับไป
เขาต้องเจอเหตุการณ์ซ้ำเดิมอีกซักกี่ค่ำคืน!!!
ต้องทนทุกข์ทรมานให้ไอ้บ้านั่นเหยียดหยามดูถูก เสพสุขจากตัวเขาอีกซักเท่าไหร่จึงจะพอ!!!!
“ฮึ๊ก!!”
เมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เหงื่อเย็นเยียบก็เกาะพราวเต็มใบหน้า
ดวงตาเบิกกว้างเหมือนกับใกล้จะเสียสติ แขนสอบข้างรวบตัวเองไว้แน่น
“โอโรจิมารุ แก ไอ้สารเลว!!”
ยังจำได้ขึ้นใจก่อนที่จะเข้ามาที่เขตของโอโตะ
เขาวางแผนลอบเข้ามาสื่บข่าวเรื่องของซาสึเกะด้วยตัวเองโดยบอกทางหมู่บ้าน
ว่าจะไปทำธุระที่ต่างเมืองสักอาทิตย์
ด้วยความที่เห็นเขาโตแล้วจึงไม่มีใครทักท้วง
อีกทั้งยังไว้ใจในฝีมือของตัวเองและจักระจิ้งจอกเก้าหางแต่นั่นเป็นจุดบกพร่องอย่างใหญ่หลวง
ไม่ได้ข่าวของซาสึเกะ มิหนำซ้ำยังโดน โอโรจิมารุปิดผนึก 4 วิถีถึง 2 ชั้นอีก น่าเจ็บใจนัก!!
ยังไม่ทันจะได้พักเสียงตะโกนก็ดังก้องขึ้น
“เฮ้ย ค้นให้ทั่ว แถวนั้นมีรึเปล่า ขืนไม่เจอเดี๋ยวท่านโอโรจิมารุเอาตาย”
“ท่านโอโรจิมารุก็เหลือเกิน คิดจะเลี้ยงเจ้าเด็กจิ้งจอกให้เชื่อง มันจะไปทำได้ยังไง”
“ฉันว่าไม่เลี้ยงเฉยๆมั้งเห็นหิ้วเอาเข้าห้องไปตั้งหลายวันนี่ ฮ่าๆๆๆ”
“ช่วยไม่ได้ว่ะ ดันไปถูกใจท่านโอโรจิมารุเข้าให้นี่หว่า ว่าแต่นี่ขนาดหิ้วเข้าห้องแล้วยังเอาไม่อยู่อีกเหรอวะ ”
“โธ่ เอ๊ยย ก็เด็กมันดื้อด้านออกซะขนาดนั้น
ฉันแอบได้ยินมาจากคาบูโตะซังว่าสภาพห้องงี้หยั่งกะผ่านการรบมาเลยว่ะ
ตอนเข้าไปจัดการทำความสะอาด แล้วสภาพเจ้าหนูนั่นก็สะบักสะบอมหลับไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียง”
“ว่าแต่ทำไม เจ้าเด็กผมดำตอนมาไม่โดนมั่งวะ ฉันล่ะหมั่นไส้มัน
เห็นเป็นคนโปรดท่านโอโรจิมารุนะเนี่ยเลยไม่อยากยุ่ง”
“ก็นั่นมันร่างในอนาคตก็ต้องถนอมหน่อยล่ะ แต่เจ้าเด็กจิ้งจอกนี่สงสัย.......”
“สงสัยอะไร......”
“สงสัยเอาไว้บำรุงบำเรอมั้ง ”
“อะไรกัน นึกว่าจะเอาไว้ใช้งานซะอีกเห็นมีจิ้งจอกเก้าหางในตัวนี่หว่า”
“ก็แบบว่า ไม้อ่อนไม่ได้ผลก็เลยใช้ไม้แข็งไง ฮ่าๆๆ”
บทสนทนานินทาเจ้านายของนินจาลูกกระจ๊อก ทำเอาเขาอยากจะอาเจียน
ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกขยะแขยงคนที่พวกนั้นเรียกว่า "นาย"
นารุโตะกวาดตามองหาช่องทางที่จะหลีกหนีเจ้าพวกทที่มาตามให้พ้น
ถัดไปอีกหน่อยมีโพรงไม้ที่พอจะเข้าไปหลบได้ เขาพยายามกระเสือกกระสนไปจนถึง
เมื่อเข้าไปได้ก็ปิดปากเงียบรอดูนินจา 2 คนเมื่อครู่
ตอนนี้อย่าว่าแต่อาวุธพื้นฐานเลยแค่รองเท้าเขาก็ยังไม่มีจะใส่
“อึ๊ก ฮึก ฮึก.....”
เขารู้ดีว่าลูกผู้ชายไม่ควรที่จะร้องไห้แต่ตอนนี้มันไม่ไหวแล้วจริงๆ
ถึงจะหนีออกมาแต่ก็ไม่รู้อยู่ดีว่าทางไหนถึงจะกลับหมู่บ้านได้ แผนที่
เข็มทิศ ทุกอย่างที่เอาติดตัวมาโดนโอจิมารุยึดไปทั้งหมด
“เพี๊ยะ อย่าเพิ่งบ้าสิ ค่อยๆคิดไปน่ะ นารุโตะ นายทำได้”
เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าตบหน้าตัวเองเพื่อนเตือนสติให้เข้มแข็ง หากเกินกำหนดหนึ่งอาทิตย์
ครูคาคาชิ คนอื่นๆก็ต้องเอะใจบ้างล่ะ ยังไม่หมดหนทางไปซะทีเดียวหรอก
ยังไงป้าซึนาเดะก็ต้องตามตัวเขาแน่ แต่ตอนนี้เขาจะต้องพยายามด้วยตัวเองก่อน
“เฮื๊อก!!!”
อยู่ๆเด็กหนุ่มก็รู้สึกร้อนที่ท้อง ความร้อนนั้นแผ่ขยายตัวออกไปเรื่อยๆ
นารุโตะจึงแหวกเสื้อดู
รอยผนึกกลายเป็นสีเพลิงและหมุนเป็นวงเร็วรี่
‘ไอ้บ้านั่น มันใช้คาถาอะไรกับฉันอีก!!!’
ตุ้บ
“อื้ออออ”
เขาทรงกายไว้ไม่อยู่แล้ว มันร้อนทรมาน อึดอัด
อึดอัดเหมือนตอนที่โอโรจิมารุยัดเยียดตัวเองเข้ามาในกายเขา
“พอ พอที...” สติรับรู้เริ่มเลือนลางลงทุกขณะ………………………
………….
“ท่านโอโรจิมารุ มาเองเลยหรือครับ”
“อือ”
บทสนทนานั่นอยู่ไม่ไกลจากโพรงไม้เลย เขาต้องหนี ต้องหนี..........
ต้องหนี...................
“อยู่นี่เองรึ นารุโตะคุง”
เสียงสุดท้ายก่อนที่จะสิ้นสติเป็นเสียงของคนที่เขารังเกียจที่สุดในชีวิต.........................................................
.....................................
......................
.............
.....
............
.......................
.........................................
แสบตา…..
ใครก็ได้ปิดม่านที.......แสบตา
นารุโตะขยับเปลือกตาขึ้นช้าๆ มองเห็นฝ้าเพดานสีขาว
ที่นี่มันห้องของโอโรจิมารุ!!! เขามาอยู่ได้ยังไง
“โอ๊ย” เด็กหนุ่มที่เพิ่งตื่นยันตัวลุกจากเตียงแล้วยกแขนข้างที่รู้สึกเจ็บขึ้นมาดู
“สายน้ำเกลือ ทำไมกัน”
“ฟื้นแล้วเหรอ” นารุโตะหันไปทางต้นเสียงเป็นคนที่เขาเกลียดจริงๆซะด้วย
มันกำลังนั่งมองเขาอย่างสบายอารมณ์ คงจะนึกเยาะเย้ยอยู่ในใจเป็นแน่
“สลบไป 2 วันเต็มๆเชียวนา” ชายหนุ่มเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน แกมหยอกเย้า
แต่นารุโตะกลับรู้สึกไม่พอใจอย่างรุนแรง
“ใครพาฉันกลับมา ”
“จะใครล่ะ นารุโตะคุง”
“อย่ามาเรียกชื่อฉัน!!!! ไอ้คนชั่ว!!!!”
“หิวมั้ย กินอะไรบ้างก็ดีนะ” อีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่องราวกับว่าไม่ได้ยินคำผรุสวาท
พลางเดินไปยกชามซุป
“ไม่กิน!!!”
“หึๆๆ ทำตัวเป็นเด็กดื้อแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ กินซักหน่อยเถอะ
เพื่อจะได้มีแรงหนีฉันอีกไงล่ะ หึ หึ”
นารุโตะจ้องอีกฝ่ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะดึงชามซุปมายกซดในคราวเดียวจนหมด
“แล้วอย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกัน ที่พาฉันกลับมา”
แววตาที่จ้องอีกฝ่ายนั้นดุดัน แข็งกร้าวบ่งบอกซึ่งเจตนารมณ์ที่อยู่ภายใน
“หึ เจ้าจิ้งจอกน้อย คนอย่างฉันไม่เคยเสียใจทีหลัง จำเอาไว้” กล่าวจบโอโรจิมารุก็เดินออกไปพอดีกับที่เด็กหนุ่ม
เขวี้ยงชามซุปหมายจะให้โดนหากก็แตกกระจายลงตรงประตูที่ถูกปิดลง
ซาสึเกะ ฮึก ฮึก นายจะรู้ไหมว่าฉันอยู่ที่นี่ ฉันมาตามนาย ตามสัญญาไงล่ะ
แต่ตอนนี้ฉันกำลังจะถูกความมืดนั่นกลืนกิน.................ซาสึเกะ............
จะยอมแพ้ไม่ได้เพื่อตัวเราและเพื่อซาสึเกะเอง!!!
นารุโตะกระชากสายน้ำเกลือออกแล้วปัดมันทิ้งอย่างไม่ไยดี
เลือดซึมออกมาจากแผลที่เคยฝังสายน้ำเกลือเอาไว้แต่ก็ไม่อาจทำให้เด็กหนุ่มสนใจมันได้
เขากระเถิบตัวลงจากเตียง พื้นที่สัมผัสปลายเท้าเย็นเฉียบ เท้าเขายังคงบวมระบม
หากก็มีผ้าพันเอาไว้ห้ามเลือด นารุโตะพยายามเดินแต่เดินไปได้หน่อยก็ล้มลง
“ไอ้ขาบ้านี่ !!!!”
ปึ้ก! ปึ้ก! ปึ้ก!
ร่างที่ล้มอยู่บนพื้นทุบขาตัวเองอย่างแรง สับสน มึนงง เขาเป็นอะไร
ขาไม่มีแรง พอโดนผนึก จักระจิ้งจอกเก้าหางก็ไม่อาจที่จะช่วยเยียวยาบาดแผลใดๆ
ตระหนักได้ทันที่ว่าเขาเองพึ่งพาจักระของจิ้งจอกเก้าหางมากเกินไปแล้ว
พอโดนผนึกก็เป็นแค่เด็กอวดดีเท่านั้น
“มันจะอ่อนแอเกินไปแล้ว อึ๊ก”
เด็กหนุ่มจิ้งจอกเก้าหางใช้มืออุดปากตัวเองแน่น เกลียดการร้องไห้ เกลียดความอ่อนแอ.....
นารุโตะยันตัวขึ้นอีกครั้งดีขึ้นกว่าเดิมหน่อย แต่ยังต้องเดินเกาะผนังไปยังห้องน้ำ
พอประตูห้องน้ำปิดลงนารุโตะก็ทรุดฮวบลงทันที
“ร่างกายเป็นอะไร!! ปวด ปวด ร้อนที่ท้อง ทรมาน” มือสั่นเทาถกเสื้อคลุมขึ้น
‘ผนึก รูปผนึกเปลี่ยนไป!! ทำไม!! เจ้าโอโรจิมารุ!!’
นารุโตะกุมท้องแน่น เหงื่อผุดพราวขึ้นเต็มใบหน้า
ไม่อยากนึกแต่ภาพมันไม่จางสักครั้ง
มือของไอ้บ้านั่นที่ทิ้งร่องรอยความรุนแรงไว้บนตัวเขา
ล้วนเป็นความทรงจำที่ขมขื่น!!!
“อ๊าาาาาาาาา!!!!! ฮืออ ฮึก ฮึก”
เกินที่จะเก็บไว้ได้ เจ็บทั้งใจทั้งกาย
ซาสึเกะ!!
TBC
edit @ 25 Jun 2009 23:16:32 by ชิวา
เเง ซาสึเกะมาช่วยโตะเร็วดิ
#1 By nove-9 on 2009-09-13 22:07