Devil Desire 2
posted on 25 Jun 2009 23:19 by crazy-narutoนอกจากที่นี่แล้วฟิคส่วนใหญ่ของเราตอนนี้ลงอยู่ที่เด็กดีอ่ะจ้า ตามลิ้งค์ข้างล่างอ่ะ
http://writer.dek-d.com/chiva_chan/writer/
Devil Desire
Sasu x Naru , Oro x Naru
เรื่องนี้มีบางตอนที่ไม่เหมาะกับเด็กๆนะ ขอเตือนไว้ก่อน
ถ้าไม่ชอบหรือรับไม่ได้อย่าอ่านจะดีกว่าจ้า
ตอนที่ 2
“ นารุโตะ!!!”
ร่างสูงสะดุ้งดวงตาเบิกกว้างพร้อมกับหันขวับ สายตากวาดไปทั่วหากก็ไม่เจอใคร
น่าแปลกใจ เขามั่นใจว่าได้ยินเสียงนารุโตะเรียกเขา น้ำเสียงนั้นทรมานระคนวิงวอน
ทว่าเบื้องหลังก็เป็นแค่พื้นป่าเวิ้งว้างเช่นเดิม
เขาออกมาเพื่อหาสมุนไพรบางชนิดที่ใช้เป็นยาสมานแผล
พืชบางชนิดบางครั้งหาได้ง่ายๆทั่วไปแต่บางชนิดก็ต้องรอคอย
“หญ้าขนตามังกร ออกแค่ปีล่ะหน ใช้เป็นยาสมานแผลชั้นเยี่ยม”
เด็กหนุ่มเอ่ยเมื่อหาหญ้าชนิดนั้นเจอ
ซาสึเกะเคยคิดว่ามาที่โอโตะเขาคงจะได้แต่วิชาจำพวกทำลายล้าง
แต่เปล่า วิชาแพทย์และสูตรยาใหม่ๆที่นี่ก็มีคิดค้นอยู่เสมอ ไม่ใช่ใครก็คาบูโตะนั่นแหละ
แม้ฝ่ายนั้นจะไม่อยากสอนเขานักแต่คำสั่งของโอโรจิมารุถือเป็นสิทธิ์ขาด
ก็ดี ได้ใช้ประโยชน์จากตำแหน่งคนโปรดก็ตรงนี้ล่ะ
มีวิชาหลายอย่างที่เขาได้เรียนรู้จากโอโรจิมารุ
ท่าทางว่าอีกฝ่ายจะอยากให้เขาช่วยงานก่อนที่ใช้เป็นร่างต่อไป ทำไมเขาจะไม่รู้
เพราะรู้จึงแสร้งว่าภักดีแสดงบทคนโง่ไปเรื่อยๆเพื่อแลกกับวิชา แม้กระทั่งวิชานอกรีต
ฝ่ายนั้นก็เคยสอนเขามาแล้ว!!!
เพิ่งตระหนักว่าตนเองก็เป็นคนกระหายพลังอำนาจและความรู้
อยากจะเรียนทุกสิ่งแม้ว่าวิชานั้นจะเป็นวิชาของพวกเดรัจฉาน
ไอ้เจ้างูนั่นชอบใช้ศพคนมาเล่นน่าดู ใจกระหวัดไปนึกถึงอาการหูฝาดของตนเองเมื่อครู่
“อุปทาน ”
อาจเพราะเป็นห่วงมากเกินไป รู้ดีตอนนี้คนที่เขาปักใจยังคงปลอดภัยดีอยู่ที่โคโนะฮะ
ไม่มีทางที่จะเรียกเขาด้วยน้ำเสียงแบบที่เขาได้ยินเป็นแน่
เด็กหนุ่มกำลังมุ่งหน้ากลับไปที่โอโตะ เพื่อรอคอยคำสัญญานั่น
รอวันที่นารุโตะจะสามารถนำพาเขาออกจากความมืดมิด แต่เมื่อคืนนี้มีเรื่องน่าสงสัย
ทำไมเจ้าโอโรจิมารุถึงได้ออกมาจากห้องได้หลังจากไม่เห็นหัวมาหลายวัน
แม้ว่าฝ่ายนั้นจะเลี้ยงดูเขาอย่างดีเพียงใดหากใจเขารู้ดีที่สุด
“ไม่มีวันภักดีต่อมัน ที่อยู่จนถึงตอนนี้ก็เพื่อไขว่คว้าพลังอำนาจ และรอคอยคนๆหนึ่ง ”
ยังคงนึกถึงวันที่เขาหนีออกมาเฉยๆโดยไม่ได้บอกกล่าวอีกฝ่าย
ใบหน้าเปี่ยมสุขยามหลับไหลไม่อยากจะทำลายลง
ได้แต่เขียนโน้ตทิ้งท้ายไว้หวังว่านารุโตะจะได้อ่านมันและเข้าใจ....
............................................................................................................................................................
.......................................................................................................
“กลับมาแล้วรึ ซาสึเกะคุง หมู่นี้ออกไปข้างนอกบ่อยนะ”
คาบูโตะเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นหน้าเด็กหนุ่มเดินเข้ามาทางประตู อีกฝ่ายยังคงสีหน้านิ่งเฉย
มือล้วงเอาหญ้าขนตามังกรออกมาให้ส่วนหนึ่ง
“ผมออกไปเก็บไอ้นี่ คุณจะเอาไหมล่ะ เห็นอยากได้อยู่นี่”
ไม่ทันที่คาบูโตะจะตอบคำถามซาสึเกะก็เอาหญ้านั้นยัดใส่มือชายหนุ่มแล้วเลี่ยงไป
“ไปเจอเรื่องน่าชื่นใจอะไรมารึเปล่านะ”
‘แต่คงชื่นใจไม่ออกแน่ถ้ารู้ว่าเพื่อนตัวเองตอนนี้โดนท่านโอโรจิมารุขังไว้.......น่าสงสารนารุโตะคุง’
ชายหนุ่มผมเงินยาวรวบไว้ด้านหลังคิด รู้สึกอิดหนาระอาใจ
ถึงเขาจะเป็นศัตรูกับโคโนะฮะและเคยปะทะกับนารุโตะมาก่อนแต่พอมาเจอเรื่องแบบนี้
ก็อดที่จะเคืองนายของตนไม่ได้ว่าทำรุนแรงเกิน
ครั้งนี้เขาเดาใจของเจ้านายไม่ถูกว่าทำแบบนั้นไปเพื่อออะไร
แก้แค้นท่านจิไรยะรึก็ไม่น่าจะใ ช่เพราะคนที่หักหลังก็เป็นตัวท่านโอโรจิมารุเอง
อีกเหตุผลที่แว่บเข้ามาในหัวทำถึงกับทำเขาส่ายหน้าทันที
“ไม่มีทางเป็นเหตุผลนี่แน่นอน คนอย่างท่านโอโรจิมารุไม่มีหัวใจแบบนั้น
คงรักใครไม่เป็นหรอก
แล้วยิ่งกับนารุโตะคุงยิ่งแล้วใหญ่ ตอนนั้นเห็นตั้งใจจะฆ่าจริงๆเลยไม่ใช่รึไงกัน ”
ชายหนุ่มขยับแว่นก่อนนำหญ้าหนวดมังกรไปเก็บที่ห้องปรุงยา
แล้วเลยไปที่ห้องของโอโรจิมารุเพื่อดูอาการของคนที่ถูกจับตัวได้เมื่อคืน
ตามทางเดินที่เป็นกำแพงอิฐมีคบเพลิงเรียงรายคอยให้แสงสว่าง
ห้องส่วนใหญ่จะฝังตัวอยู่ใต้ดินหากจะมีบานหน้าต่างไว้เพื่อระบายอากาศทำให้ไม่อับชื้นจนเกินไป
หน้าห้องมีพวกนินจาระดับกลางเฝ้าอยู่
“คาบูโตะซัง อรุณสวัสดิ์ครับ”
“อือ อรุณสวัสดิ์ ขอฉันเข้าไปหน่อย ”
นินจาที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูหลีกทางให้เขาแต่โดยดี ภายในห้องว่างเปล่า
แม้กระทั่งบนเตียง ชายหนุ่มวิ่งเข้าไปใบหน้าร้อนรน
ยกสายน้ำเกลือที่ตกอยู่บนเตียงขึ้นมา
ตรงส่วนปลายสายที่ต้องใส่เข้าไปตรงหลังมือมีรอยหยดเลือด
“กระชากออกเลยงั้นเหรอเนี่ย แย่จริงๆ ไม่ดูสารรูปตัวเองบ้างเลยว่าใช้พลังของจิ้งจอกเก้าหางไม่ได้”
พลันหูก็ได้ยินเสียงน้ำจากฝักบัว ชายหนุ่มจึงเปิดประตูห้องน้ำออก
“นารุโตะคุง!!!!!!!”
ดั่งคาด นารุโตะอยู่ในนั้นนอนหน้าคว่ำตัวงอ มือกุมท้องแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ
แม้จะหมดสตินิ้วก็ยังไม่คลายจากอาการเกร็ง
ชายหนุ่มดึงเอาผ้าเช็ดตัวมาห่อร่างที่เปลือยเปล่าพร้อมกับอุ้มออกมาวางลงบนเตียง
ตัวของเจ้าเด็กจิ้งจอกเย็นเฉียบ
คาบูโตะรีบเอายาคลายกล้ามเนื้อกับกลูโคสที่ใช้ฉีดเข้ากระแสเลือดโดยตรงออกมาแล้วฉีดให้อีกฝ่ายทันที
ไม่นานสีหน้าของเด็กหนุ่มก็ดีขึ้น คาบูโตะเอายาสมานแผลมาทาที่หลังมือ
แรงกระชากทำให้ปากแผลเปิดเขาเลยพันผ้าไว้ให้และเจาะสายน้ำเกลือที่มืออีกข้าง
สายตาเขาเริ่มพินิจพิเคราะห์ ทั่วตัวมีรอยจ้ำแดง สลับกับรอยฟกช้ำ ตามแขนขาก็มีแต่รอยขีดข่วนอยู่เต็ม
น่าเวทนา แม้ร่างกายจะเติบโตขึ้นมากจากเมื่อ 2 ปีก่อน
ทว่านารุโตะก็ยังตัวเล็กกว่าเขาอยู่ดี
ร่างกายที่ต้องแบกรับภาระที่น่าอดสูทั้งที่ยังเติบโตได้ไม่เต็มที่เลยด้วยซ้ำ!!!
“คงพยายามหนีอย่างสุดชีวิตสินะ”
ชายหนุ่มดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาปกปิดร่างเปล่าๆให้
จะว่าไปคนที่ทำให้นารุโตะอยู่ในสภาพคล้ายตายทั้งเป็นแบบนี้ก็ไม่ใช่ใครเขาเองนี่ล่ะ
.................................................
2 อาทิตย์ก่อน
“นั่นใคร” ชายหนุ่มผมยาวมือขวาของโอโรจิมารุตวาดเมื่อรู้สึกถึงเงาดำวูบไหวอย่างรวดเร็ว
ทางด้านนอกที่พำนัก ในคืนที่ลมสงบแบบนี้
ใบไม้ซักใบก็ไม่กระดิกจะมีเงาที่เคลื่อนไหวได้อย่างไร คาบูโตะเริ่มระแวงระวังมากขึ้น
‘หรือจะเป็นซาสึเกะ……..’
“ไม่น่าจะใช่ หมอนั่น ”
เหตุผลที่เขามั่นใจว่าไม่ใช่สายเลือดของอุจิวะเพราะรายนั้นเวลาจะไปไหนมาไหนที่นี่ไม่เคยต้องหลบซ่อน
จะเดินอย่างไม่ใยดีคนอื่นอยู่เป็นประจำ
ทางด้านเด็กหนุ่มผมสีทองบลอนด์พอรู้ว่าตนทำให้อีกฝ่ายสงสัยก็หาทางกลบเกลื่อนร่องรอย
เคร้ง!!
นารุโตะตัดใจปาดาวกระจายไปทางอื่นเพื่อเบนความสนใจอีกฝ่าย
ได้ผล นารุโตะเห็นคาบูโตะ ไปที่ต้นเสียง
ร่างปราดเปรียวค่อยๆเลื่อนตัวออกมา ดวงตายังจ้องมองอย่างระแวดระวัง
กวาดไปทั่วบริเวณตรงหน้า แต่เนื่องจากการหลบอยู่หลังเสาบวกกับความมืด
ทำให้เกิดจุดบอดที่ด้านหลัง
จึ้ก!!!!!
“อุ๊บ!!!”
เด็กหนุ่มรู้สึกเจ็บที่หลังคอคล้ายโดนเข็มเล่มใหญ่ทิ่ม จึงหันกลับไปดู
“แก....โอโรจิ.....”
สามารถเอ่ยได้เพียงเท่านั้น ไม่นานก็เริ่มตาพร่า นิ้วมือเริ่มชา แขนขาไร้เรี่ยวแรง
ก่อนจะทรุดฮวบลง ฝ่ายนั้นรับเขาไว้ก่อนกระแทกพื้น
“ไม่เจอกันนานนะ นารุโตะคุง ฉันอยากคุยกับเธอพอดี ไม่นึกว่าจะมาหาถึงที่ แต่ว่า.....”
“ทำไม................ รู้.....” เด็กหนุ่มพูดอย่างลำบากพลางคว้าขอบเสื้อยูคาตะของอีกฝ่ายอย่างโกรธเคือง ทั้งๆที่สติกำลังจะดิ่งวูบ
“อย่าพูดเลย...พิษที่โดนไม่ถึงตายหรอกแค่เป็นยาชาผสมยาสลบเท่านั้นแหละ....
ตอนนี้หลับซะเถอะนะ………….”
TBC
#1 By nove-9 on 2009-09-13 22:11