Devil Desire 4
posted on 25 Jun 2009 23:29 by crazy-naruto
นอกจากที่นี่แล้วฟิคส่วนใหญ่ของเราตอนนี้ลงอยู่ที่เด็กดีอ่ะจ้า
ตามลิ้งค์ข้างล่างอ่ะ
http://writer.dek-d.com/chiva_chan/writer/
Devil Desire
Sasu x Naru , Oro x Naru
เรื่องนี้มีบางตอนที่ไม่เหมาะกับเด็กๆนะ ขอเตือนไว้ก่อน
ถ้าไม่ชอบหรือรับไม่ได้อย่าอ่านจะดีกว่าจ้า
Devil Desire
ตอนที่ 4
ร่างกายที่อ่อนล้า
หัวใจถูกปิดตาย
ทุกสิ่งที่เห็นพร่าเลือนไป
แต่สิ่งที่ชัดเจนกลับมีเพียงความชิงชังที่พอกพูน
ร่างกายที่แสนโสโครก
ชื่อหนึ่งของคนที่เฝ้ารอคอย
นัยน์ตาสีรัตติกาลอันอบอุ่น
ความอ่อนโยนนั้นอยู่หนใด
เด็กหนุ่มเดินเข้าไปในห้องที่ประตูเปิดแง้มไว้ โอโรจิมารุไม่น่าที่จะสะเพร่าขนาดนี้
ถือวิสาสะสำรวจ สภาพห้องดูผิดแผกจากที่เคย
‘ทำไมมันถึงได้เละเทะแบบนี้’
ซาสึเกะคิดในใจขณะที่เดินอย่างระมัดระวังเศษชุดน้ำชาที่แตกกระจายเกลื่อนพื้น
พลางเหลือบไปที่เตียงนอนหลังใหญ่ มีคนนอนอยู่แต่ไม่ใช่โอโรจิมารุ
ถาดที่ใช้ใส่อาหารถูกยกมาวางไว้หากจานและชามหกกลิ้ง
มองไม่เห็นหน้าร่างที่นอนอยู่ว่าเป็นใคร เขาไม่สงสัยมากนัก
เป็นเรื่องธรรมดาที่เจ้างูนอกรีตนั่นมักจะหอบใครต่อใครมาบำรุงบำเรอตัวเองไม่ขาดสาย
แต่ครั้งนี้มันแปลกกว่าทุกที ซาสึเกะสะดุดตาเรือนผมที่โผล่พ้นผ้า ถึงร่างนั้นจะนอนคว่ำ
ใบหน้าโดนหมอนใบใหญ่ปิดบัง แต่ผมสั้นสีทองจัดนั่นมันช่างคุ้นตา
“ไม่น่าจะใช่หรอกน่ะ”
เด็กหนุ่มเดินรี่เข้าไปเอื้อมมือหมายจะดึงหมอนที่ปิดบังใบหน้านั้นออก ในใจดิ้นเร่าๆ
“ซาสึเกะคุง เข้ามาทำอะไรน่ะ”
เด็กหนุ่มร่างสูงหันควับ คาบูโตะเดินเข้ามาพร้อมกับชุดยาสมานแผลและเข็มฉีดยา
ทำให้อีกฝ่ายอดถามไม่ได้
ยิ่งเห็นท่าทีอีกฝ่ายที่ตกใจตอนเห็นหน้าเขาในห้องนี้ซาสึเกะยิ่งสงสัยหนักกว่าเดิม
“ยาอะไร เอามาให้ใคร”
ถามไปเพื่อเริ่มบทสนทนาทั้งที่เด็กหนุ่มนัยน์ตาสีรัตติกาลเองก็รู้
ว่าเอามาให้คนที่นอนไม่เห็นหน้าอยู่บนเตียงนั่น
ร่างที่คุ้นอย่างประหลาด กับเรือนผมสีทอง
ไม่ถามเปล่ามือก็หยิบชุดยาขึ้นมาด้วย ถ้าเป็นคนอื่นคงโดนต่อว่าไม่ก็โดนลากออกไปนานแล้ว
แต่เพราะเป็นเด็กหนุ่มอุจิวะจึงไม่มีใครกล้าหือ แม้กระทั่งเขา
คาบูโตะเห็นอีกฝ่ายดูคลางแคลงใจจึงเอ่ยให้กระจ่าง
“แขกของท่านโอโรจิมารุไม่ค่อยสบายครับ”
“แขก?”
“ใช่ แขก ถึงจะเป็นซาสึเกะคุงก็เถอะ ถ้าท่านโอโรจิมารุรู้เข้าว่ามายุ่มย่ามกับ ‘แขก’
ของท่านท่านจะโมโหได้นะครับ”
แม้ตามจริงถึงชายหนุ่มจะอายุมากกว่าแต่ด้วยความแตกต่างหลายอย่างทางสถานะ
จึงเหมือนกับว่า เขาอยู่ใต้เด็กหนุ่มอุจิวะนี่
นอกจากโอโรจิมารุแล้วก็มีแค่ อุจิวะ ซาสึเกะ แค่คนเดียวเท่านั้น....
“ฉันจะดูหน้าหน่อยไม่ได้รึไง แขกที่ว่าน่ะ”
“ไม่ได้ครับ!!!!”
ไม่ทันที่คาบูโตะจะเข้าไปห้าม ซาสึเกะก็ดึงทึ้งหมอนกับผ้าห่มจากร่างที่นอนอยู่ลงมากองกับพื้น
-- ตุ้บ--
“นี่มัน!!!! นารุโตะ.. มะ.. ไม่ใช่!!!”
แรงทึ้งพาเอาร่างไร้ผ้าปกปิดที่หลับไม่ได้สตินั้นไหลร่วงตามมาด้วย
ช่างคล้ายนารุโตะมากเสียจนน่าตกใจ
ต่างตรงที่ไม่มีรอยที่เป็นเอกลักษณ์ที่ข้างแก้มและผิวนั้นก็ขาวยิ่งกว่ากระเบื้องเคลือบราคาแพง
ขาว...จนน่ากลัวเกินกว่าที่จะเป็นคนที่เขารักไปได้
นารุโตะผิวมักจะเป็นสีแทนเสมอเหมาะกับบุคลิกของคนที่ชอบเที่ยวเล่นข้างนอกบ่อยๆ
กับทั้งสีนัยน์ตานั้นไม่แน่นักว่าจะเป็นสีอะไร
ร่างนั้นยังคงหลับสนิทแม้โดนรบกวนถึงขนาดหล่นจากเตียง
“ว่าไงล่ะ ซาสึเกะ แขก ของฉัน น่ารักถูกใจเธอมากถึงขนาดอยากเห็นหน้าเลยรึ”
เสียงเหยียดเยาะที่คุ้นหู เจ้าของห้องเดินเข้ามา ร่างที่นอนไม่ได้สติกลับค่อยเหยียดกายขึ้น
โอโรจิมารุตรงมาอุ้ม แขก ของตน
ฝ่ายนั้นดูขัดใจเล็กน้อยแต่ก็ยอมถูกอุ้มแต่โดยดีทั้งที่ยังไม่ลืมตา
“ไม่ตื่นขึ้นมาทักมือขวาของฉันซักหน่อยล่ะ ฮึ ซาสึเกะเขาอุตส่าห์สนใจเธอนะ”
ได้เห็นตาคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นช้าๆ หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นระรัว หากสุดท้ายกลับกลายหยุดชะงัก
สีดำ ดำสนิท.........
ซาสึเกะจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น ดำสนิทยิ่งกว่าท้องฟ้าคืนเดือนมืด อีกฝ่ายก็จ้องตอบ
“ซา..สึ....เกะ”
ร่างในอ้อมแขนโอโรจิมารุเอ่ยชื่อเขา แม้กระทั่งเสียงก็คล้ายยิ่งกว่าคล้ายจนเผลอหลุดปากเรียกออกไป
“นารุโตะ!!!!!”
อีกฝ่ายสะดุ้งเล็กน้อยคล้ายนึกอะไรบางอย่างได้ ก่อนก้มลงมองสำรวจมือและแขนของตนอย่างมึนงง
คล้ายเพิ่งได้สติ แต่พอหันไปเห็นหน้าคนอุ้มกลับผลักเต็มแรงจนตัวเองก็ตกลงมาด้วย
ท่าทางผิดกับเมื่อครู่ยิ่ง
“คาบูโตะ!! ยา!!”
ชายเจ้าของห้องสั่งเสียงกร้าวคนถูกเรียกรู้หน้าที่จัดแจงเตรียมเข็มฉีดยาอย่างชำนาญ
ร่างที่เริ่มดิ้นรนหนีโอโรจิมารุพยายามจะเข้ามาหาเขา ซาสึเกะเองก็โผเข้าไปหาอีกฝ่ายโดยทันที
“เอาล่ะ ซาสึเกะเธอออกไปก่อนเถอะ หากมีธุระอะไรค่อยมาคุยอีกทีแล้วกัน”
ชายหนุ่มผมเงินรวบไว้ด้านหลังเอ่ยพลางดันซาสึเกะให้ออกไป
ไม่!!!! เดี๋ยว!!!! ซา...สึ!!!!
ไม่ทันที่จะเอ่ยชื่อเขาจนจบประตูก็ปิดลง เด็กหนุ่มอุจิวะถูกกันไว้ด้านนอกเพียงผู้เดียว
แบกความสงสัยไว้เต็มบ่า หัวใจเริ่มร้อนรนหนัก
นั่นใช่ นารุโตะรึเปล่า ถ้าใช่ทำไมถึงได้มีสภาพเปลี่ยนไปแบบนั้น
และถ้าหากเป็นแค่คนที่คล้ายคลึงธรรมดาล่ะ
แต่ใบหน้าที่จ้องมองเขา ดวงตาที่เจ็บปวด วิงวอน มันหมายถึงอะไร
ปัง!!! ตึง!!! โครมมม!!!!!
เสียงดังที่เคล้ามากับเสียงตะโกนโหวกเหวกไม่ได้ศัพท์ลอดออกมาถึงข้างนอก
ซาสึเกะเองก็ทุบประตูถี่รัว
ปัง ปัง ปัง!!!
“เปิดประตู คาบูโตะ โอโรจิมารุ!!!!!!!”
นึกถึงลางสังหรณ์ประหลาดนั่น เสียงของนารุโตะ
พลันประตูก็ถูกกระชากออก คนที่วิ่งพ้นประตูโผเข้าหากอดเขาแน่น มีชาย 2 คนในห้องตามติด
“ช่วย..ด้วย..ซาสึเกะ ฉัน.....เฮือกกก!!!”
คนที่ร้องขอความช่วยเหลือจากเขาสะดุ้งสุดตัวก่อนไหลลงไปนอนขดงอกับพื้น แขนโอบตัวเองแน่น
น้ำตาใสๆไหลอาบแก้ม ซาสึเกะลงไปประคอง
เด็กหนุ่มร่างสูงเห็นตาคู่นั้นที่มองตรงมาแวบนึงเป็นสีฟ้า!!!
ฟ้าเพียงข้างเดียว ก่อนที่จะกลับมาดำสนิท
“เอาล่ะ ซาสึเกะคุง ส่ง แขก ของฉันมาได้แล้วล่ะ”
เสียงนั้นเอ่ยเย็นหากแฝงความหฤโหดเอาไว้ เด็กหนุ่มประคองกอดร่างนั้นแน่นยิ่งขึ้น
จะใช่หรือไม่ใช่นารุโตะเขาเองก็ไม่มั่นใจนักแต่ความรู้สึกที่อยากจะ ‘ปกป้อง’ นี่ไม่โกหก
“เด็กคนนี้ ขอได้มั้ย”
โอโรจิมารุทำหน้าแปลกใจ เมื่อได้ยินเด็กหนุ่มอุจิวะเอ่ยเช่นนั้น
คาบูโตะตั้งท่าจะเข้าไปพาร่างที่สั่นระริกนั้นกลับเข้าห้อง แต่โดนโอโรจิมารุยกมือห้ามไว้
“เพราะว่าคล้ายนารุโตะคุงใช่ไหมล่ะ”
“ไม่ต้องมาถาม ตกลงจะให้มั้ย!!!” ซาสึเกะเริ่มขึ้นเสียง
ความเยือกเย็นที่เคยมีต่อหน้าคนที่นี่พลันหายไปสิ้น
จะเหตุผลอะไรก็ช่าง เขารู้แค่อยากจะได้คนในอ้อมแขนนี้มาปกป้อง ไม่อยากให้โอโรจิมารุ!!!
“ใจเย็นน่า ซาสึเกะคุง ฉันรู้ว่าเธอสงสัยว่าเด็กคนนี้คือนารุโตะใช่มั้ยล่ะ เพียงแต่สีผิวกับสีตาไม่ใช่”
“ใช่ ฉันสงสัย”
“ถ้าเป็นคาถาลวงตาอะไรแบบนั้นเธอใช้เนตรวงแหวนก็น่าจะรู้ได้ทันที หรือ ไม่ใช่”
ซาสึเกะเถียงไม่ออกแว่บแรกเขาลองใช้เนตรวงแหวนตรวจดูแล้ว
กลับไม่พบความผิดปรกติใดๆ คนคนนี้ไม่ใช่นารุโตะ
แต่เสียงลางสังหรณ์บางอย่างมันดังลั่นเกินกว่าจะเพิกเฉย
“ตกลงจะให้หรือไม่ให้!!!”
“หึหึ อยากได้ก็เอาไป ฉันเคยบอกเองนี่ ว่าถ้าเธอสนใจแขกคนไหนของฉันจะเอาไปก็ได้
แต่ฉันแค่แปลกใจ”
“อะไร!!”
“แขกหลายคนที่ผ่านมาของฉันไม่เห็นเธอใส่ใจจะมอง กลับมาสนใจแค่...หึหึ...”
โอโรจิมารุตั้งใจเว้นช่วงด้วยเสียงหัวเราะเยาะหยันในลำคอ
เด็กหนุ่มสังเกตเห็น คาบูโตะทำหน้าตกใจกับสิ่งที่เจ้างูนอกรีตนี่ตัดสินใจและมันก็ทำให้เขาหงุดหงิด
“แค่อะไร!!!”
ฝ่ายนั้นจ้องกลับมา สายตาไร้แววแห่งความปรานีใด มีเพียงแค่สิ่งที่บ่งบอกว่าพึงใจคล้ายคนเล่นสนุก
“ก็แค่......โสเภณีขี้ยา.......”
“ท่านโอโรจิมารุ เด็กคนนั้นไม่ได้.....!!!”
ครั้งนี้คนขึ้นเสียงกลับเป็นคาบูโตะเสียเอง
แต่ไม่ทันจะได้พูดมากไปกว่านั้นก็ต้องปิดปากเงียบเมื่อเห็นสายตาของผู้เป็นนาย
“เอาล่ะ ออกไปได้แล้วทั้งคู่ ฉันอยากจะนอนพักซักหน่อย
ซาสึเกะเอาเด็กของฉันไปแล้วก็ดูแลดีๆแล้วกัน
ถึงจะเป็นแค่โสเภณี ขี้ยาก็เถอะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เด็กหนุ่มนัยน์สีดำพยายามสกัดความโกรธเอาไว้จะใช่นารุโตะหรือไม่ใช่
เขาก็ไม่พอใจอีกฝ่ายที่เรียกคนในอ้อมแขนเขาแบบนั้น เขาอุ้มร่างที่ใกล้จะหมดสตินั้นขึ้นก่อนเดินออกไป
เมื่อประตูปิดลง ชายหนุ่มผมเงินเอ่ยถามร้อนรนทันที
“ท่านโอโรจิมารุคิดจะทำอะไรน่ะครับ!!”
“หึหึหึ แค่อยากเห็นอะไรสนุกๆเท่านั้นแหละน่า ”
“แต่ให้เด็กคนนั้น..เอ่อ นารุโตะคุงกับซาสึเกะคุงแบบนั้น จะดีแน่เหรอครับ แถมสภาพยัง.....”
“เพราะแบบนี้ถึงสนุกไงล่ะ”
ชายหนุ่มมองนายของตนรู้สึกรังเกียจขึ้นมาดื้อๆ
“ถ้าเกิดซาสึเกะรู้แล้วโกรธขึ้นมาจะทำยังไงล่ะครับ แล้วถ้าซาสึเกะคุงคิดจะฆ่าท่านเพื่อเอาคืนขึ้นมา แม้แต่ผมตอนนี้ก็คงช่วยอะไรไม่ได้แล้วนะครับ”
“ไม่หรอก เธอช่วยได้มากเชียวล่ะ คาบูโตะ”
“อย่าบอกนะครับว่าเพราะเรามี ยา นั่น”
“ใช่ เธอก็รู้ว่าเจ้าหนูจิ้งจอกสำคัญมากแค่ไหนกับซาสึเกะคุง ถ้าเพื่อนารุโตะล่ะก็ ไม่ว่าอะไรก็ทำทั้งนั้นแหละ..”
“หรือเป็นแผนอะไรรึเปล่าครับ”
ชายหนุ่มนายของแคว้นโอโตะนั่งลงบนเก้าอี้ท่าทางไม่ยี่หระต่อสิ่งใดพยักหน้าเอ่ยชม
ความหัวไวของเขาก่อนเผยในสิ่งที่เขาเองก็คาดไม่ถึง
“ช่วยไม่ได้นี่นะ ก็ซาสึเกะคุงน่ะชักจะเก่งมากขึ้นทุกวัน
เนตรวงแหวนกับวิชานินจาต่างๆก็ร้ายกาจมากขึ้นเรื่อยๆวันนึงอาจจะคิดทรยศฉันก็ได้
จุดอ่อนของเขาก็มีแค่นารุโตะ ฉันก็เลย….”
“ใช้นารุโตะคุงเป็นเครื่องมือเพื่อต่อรองกับซาสึเกะงั้นสินะครับ”
“ใช่.....และอีกเหตุผล”
คาบูโตะตั้งใจฟังนายตนเอ่ย บางครั้งความคิดของโอโรจิมารุก็เกินกว่าที่เขาจะเข้าใจได้
และครั้งนี้ก็คงเช่นกัน เหตุผลในการลงมือทำสิ่งต่างๆนั้นบางครั้งก็แค่นึกสนุก
แต่เป็นความสนุกที่อาจสร้างความวอดวายให้แก่ผู้อื่นได้อย่างเลือดเย็น
“ก็แค่....อยากเห็นซาสึเกะแสดงความอ่อนแอออกมา
และให้รู้ตัวซักทีว่าถ้าให้ความสำคัญกับอะไรมากๆเพียงสิ่งเดียวมันเป็นจุดอ่อนที่น่ากลัวแค่ไหน”
“ปีศาจชัดๆเลยนะครับ”
“ช่างหาคำชมจริงนะ คาบูโตะ หึหึ ดีนะที่ฉันกำลังอารมณ์ดี”
หลังจากที่ชายหนุ่มขอเลี่ยงออกมา โอโรจิมารุได้เผยให้เขาได้รู้ว่า
นารุโตะยังมีบทบาทในการเป็นเครื่องมือชั้นดีต่ออีก นึกสงสัย
การที่ให้นารุโตะกับเด็กหนุ่มอุจิวะไปนั้น นาย ของตนต้องการจะทำอะไรแน่
รายนั้นพูดแค่
“ถ้าเจ้าหนูจิ้งจอกเจ็บปวดทรมาน คนที่เป็นทุกข์ทรมานยิ่งกว่าจะเป็นใคร ถ้าไม่ใช่ ซาสึเกะคุง...”
เพียงเท่านั้นชายหนุ่มก็นึกขึ้นได้ทันที ‘ยา’ที่เขาให้เป็นสารเสพติด
ระยะแรกถ้าใช้ไม่ต่อเนื่องก็จะกลับมาเป็นปรกติได้
การที่สีตาและผิวเปลี่ยนนั้นเป็นผลข้างเคียงของยา
และถ้าหมดฤทธิ์ยา สีตาและผิวก็จะกลับมาเป็นปรกติ
ซาสึเกะต้องรู้แน่นอน!!
ยิ่งถ้าเห็นร่องรอยตามเนื้อตัวของนารุโตะแล้วคงต้องโกรธแค้นเป็นธรรมดา
โอโรจิมารุวางแผนไว้หมด
ยั่วให้ซาสึเกะโกรธแต่ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะมีนารุโตะที่รับยานั้นเป็นกันชน
หากขาดยานารุโตะจะทรมานทุรนทุรายถึงขนาดคลั่งได้
ซาสึเกะคงไม่ยอมทนเห็นคนสำคัญต้องทนเจ็บปวดเป็นแน่....
............ความปรารถนาของปีศาจช่างน่ากลัวนัก.............
Devil Desire
TBC..
edit @ 25 Jun 2009 23:34:22 by ชิวา
edit @ 25 Jun 2009 23:37:52 by ชิวา
#1 By nove-9 on 2009-09-13 22:23