ดวงตะวัน....
ทานตะวัน....
“มันเป็นทานตะวันพันธุ์พิเศษนอกจากต้องมีแดด ดิน น้ำ แล้วก็ต้องมีรักจากเจ้าของด้วย อีกอย่างมันเป็นทานตะวันสารภาพรักนา จะเอาเรอะ”
“เอาสิป้า นี่แหละน่าสนสุดๆ ว่าแต่ทานตะวันมันพูดได้ด้วยเหรอ” เสียงบทสนทนาดังลอดออกมาถึงด้านหน้าร้านขายดอกไม้ที่มีดอกไม้หลากชนิดหลายพันธุ์ประดับไว้ เด็กหนุ่มเจ้าของคำถามเอ่ยหน้าซื่อ(บื้อ)จนป้าเจ้าของร้านแทบจะเบิ้ดกะโหลกให้แหกกันไปข้าง(โหดจริง)
พอดีวันนี้นารุโตะได้ค่าจ้างจากภารกิจเลยคิดจะหาอะไรไปให้ซากุระจัง จนแล้วจนรอดก็คิดไม่ออกสุดท้ายเลยลงเอยที่ดอกไม้นี่ล่ะ แต่ไอ้คนอย่างเขาก็เลือกดอกไม้ไม่เป็นเลยต้องให้ป้าเจ้าของร้านวิ่งวุ่นแนะนู่นแนะนี่(และที่แนะไปก็ใช่จะเข้าหัว) เพราะชื่อดอกไม้แต่ล่ะอย่างประหลาดทั้งนั้น ป้าเจ้าของร้านเลยแนะนำดอกไม้พื้นๆให้และเขาก็สะดุดกับดอกทานตะวันสารภาพรักอะไรนี่ทันที
“ไม่ช้าย ทานตะวันปีศาจแล้วงั้นน่ะ ”
“อ้าวแล้วงั้นมันสารภาพไงง่ะ” นารุโตะยังทำหน้าซื่อ(บื้อ)ต่อไป ป้าเจ้าของร้านก็เลยจำใจต้องอธิบายต่อ
“รู้ไหมเวลาที่มันออกดองเหลืองๆแล้วน่ะให้เอาไปให้คนที่เราชอบ ถ้าเขามีใจให้เราตอบเวลาโดนเจ้าทานตะวันนี่น่ะ จากไอ้กลีบที่เหลืองๆมันจะค่อยๆกลืนเป็นสีชมพู โอ๊ย พูดแล้วนึกถึงสมัยสาวๆตอนลุงเขาเอามาให้ แหม ไอ้เราก็ไม่รู้ร๊อก ว่าทำไมอยู่ๆมันกลายเป็นสีชมพู นี่นะแล้วลุงเขายัง...อ้าว ไปไหนแล้วล่ะ”
ป้าเจ้าของร้านมัวฝันหวานถึงสมัยสาวๆจนไม่ได้สังเกตว่าเด็กหนุ่มผมทองเอาเงินวางไว้ให้ที่เคาเตอร์แล้วเดินออกไปได้ครู่ใหญ่แล้ว
พอถึงบ้านนารุโตะรีบเอากระถางไปวางข้างหัวนอนที่แสงแดดจะเข้ามาได้ดีที่สุด ไม่พอยังอุตส่าห์วิ่งไปซื้อบัวรดน้ำขนาดจิ๋วมาเพื่อรดน้ำเจ้าทานตะวันนี่อีก
“ฉันจะเรียกแกว่าซันจังนะ แล้วก็โตไวๆดอกใหญ่ๆด้วยล่ะ ซากุระจังจะได้ชอบ”
เมื่อตั้งชื่อเป็นที่เรียบร้อยหนุ่มน้อยก็ได้แต่นั่งอมยิ้มดูซันจัง หลังจากนั้นทุกวันนารุโตะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเอาซันจังไปรับแดดอ่อนๆ พอสายแดดแรงเข้าก็เอาเข้ามาในบ้านเพราะซันจังยังต้นเล็กอยู่ถ้าตากแดดแรงเกินไปอาจจะแห้งตายได้ เวลารดน้ำก็ต้องค่อยๆบรรจงรด ระวังอย่าให้กิ่งหัก พรวนดินให้เป็นครั้งคราว และเมื่อเลี้ยงซันจัง จึงไม่ได้ฝึกซ้อมวิชาบ่อยเท่าที่เคย ครั้งหนึ่งนารุโตะจำได้ว่าไปฝึกวิชา แต่ลืมรดน้ำให้ทิ้งซันจังตากแดดแรงๆไว้อย่างนั้นทั้งวันพอกลับมาจากการซ้อม ซันจัง ก็อาการป้อแป้ จนต้องดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่หลายวันถึงขนาดขอลากิจกับครูคาคาชิยังมี
“หมู่นี้ นารุโตะเป็นอะไรของเขา เวลาทำภารกิจนอกหมู่บ้านดูลุกลี้ลุกลนจัง เหมือนห่วงอะไรอยู่” เมื่อทนไม่ไหวซากุระจึงได้เอ่ยถามกันกับซาสึเกะและครูคาคาชิ
“นั่นสิ ปกติถ้าบอกจะเลี้ยงราเม็งต้องยกมือคนแรกแท้ๆ นี่ไม่แล้วบอกจะรีบกลับบ้าน” ขนาดคาคาชิยังจนคำตอบมีหรือเด็กๆจะรู้
เช้าตรู่ของวันที่ต้องออกไปปฎิบัติภารกิจ ร่างที่ซุกตัวอยู่ในผ้าห่มเริ่มขยับลุกบิดขี้เกียจ เส้นผมสีทองอ่อนนุ่มยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง
“ฮ้าว วันนี้แล้วสิ ซากุระจัง..” นารุโตะเอ่ยขณะมองไปที่กระถางข้างหน้าต่างที่ดอกทานตะวันสีเหลืองออกดอกสวยสดพลางยิ้มมีความสุข เด็กหนุ่มอาบน้ำแต่งตัวตามปกติ ก่อนออกจากบ้านก็ไม่ลืมที่จะรดน้ำซันจัง และเปิดหน้าต่างให้แสงเข้าได้ดีขึ้น วันนี้เป็นวันที่เขาตัดสินใจจะมอบ ซันจัง เพื่อสารภาพพร้อมทั้งพิสูจน์รักกับสาวน้อยตระกูล ฮารุโนะ
“รอตอนเย็นก่อนนะเจ้าทานตะวัน เจ้าก็จะได้ทำหน้าที่ของเจ้าแล้ว”
ระหว่างทำภารกิจ นารุโตะอารมณ์ดีทั้งวัน ขนาดปกติซาสึเกะพูดอะไรแดกดันต้องสวนกลับเหย็งๆแต่วันนี้ไม่ซักแอะ เอาแต่ยิ้มท่าเดียว
“นับวันก็ยิ่งประหลาดมากขึ้นเรื่อยๆแฮะ นารุโตะคุงน่ะ” ซากุระเสนอความเห็นกับครูโจนินและเด็กหนุ่มผมดำ
“อย่างนี้ก็ดีออกนะ เงียบดี ซาสึเกะคุงก็ชอบแบบนี้ใช่ไหมล่ะ” คาคาชิออกความเห็น
“ก็ดี” ปากบอกอย่างใจคิดอย่าง ภายใต้ใบหน้าที่นิ่งเฉยเด็กหนุ่มคิดไปร้อยแปดพันเก้าแล้วว่าเจ้าตัวยุ่งนั่นเป็นอะไร ตาทั้งสองข้างจ้องมองตรงที่อีกฝ่ายโดยที่นารุโตะไม่ได้รู้ตัวเอาซะเลย
สุดท้ายภารกิจก็เสร็จสิ้น ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน นารุโตะตรงรี่ไปเอา ซันจัง กะจะเอาไปทำเซอร์ไพรส์ซากุระ ถึงบ้านฉวยกระถางใส่ถุงได้ก็วิ่งออกมาทันที บ้านเขากับซากุระถ้าจะไปต้องผ่านขึ้นเนินถนน ระหว่างที่นารุโตะเดินขึ้นเนิน อีกฝั่งเด็กหนุ่มอุจิวะก็เดินมาเหมือนกัน
‘นั่น เจ้านารุโตะจะไปไหนนะ ท่าทางรีบๆ’ ซาสึเกะคิด พอเจ้าตัวยุ่งสังเกตเห็นเขาก็ดันทำตัวน่าสงสัย รีบเอาของซ่อนไว้ข้างหลังซะอย่างงั้น
“เจ้าเบ๊อะเซอะ จะไปไหนน่ะ”
“เปล่า ไม่ได้ไป”
‘ก็เห็นว่ากำลังจะไปอยู่ชัดๆ’ ซาสึเกะคิดอย่างขัดใจที่ไม่ได้คำตอบที่ต้องการ
“แล้ว....นายซ่อนอะไรไว้ข้างหลัง”
“เปล๊าาาา ไม่ได้ซ่อน”
‘จะบอกว่าเมื่อกี้ ฉันตาฝาดรึไงเนี่ย!! ’ เด็กหนุ่มร่างสูงกว่ายิ่งสงสัยหนักเข้าไปอีกความหงุดหงิดที่ไม่รู้สาเหตุเริ่มพุ่งขึ้นสูง
“แต่ฉันเห็น นั่นอะไรบอกมา” ไม่พูดเปล่าซาสึเกะอ้อมมือไปด้านหลังของร่างเล็ก นารุโตะก็ไม่ยอมพยายามบังไปพร้อมกับเบี่ยงตัวหลบสุดฤทธิ์
ยิ่งหลบเขาก็ยิ่งแคลงใจ ซาสึเกะเริ่มหัวเสียกับอาการลับๆล่อๆของนารุโตะ ความจริงเขาแค่กลัวว่าเจ้าตัวยุ่งจะไปแอบเก็บอะไรที่อันตรายมาต่างหาก ก็หมอนี่ยิ่งซื่อบื้ออยู่ด้วยเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะเดือดร้อนเอา
“นายนี่ อย่าดื้อกับฉันนะ!!”
“ก็ฉันไม่ให้นายดูนี่!”
‘นั่นไง ซ่อนอะไรไว้จริงๆด้วย! แล้วทำไมไม่บอกเราดีๆ!!’ เด็กหนุ่มเจ้าของเนตรวงแหวนนึกฉุน
ต่างคนก็ต่างขึ้นเสียง ซาสึเกะฉวยโอกาสเอี้ยวตัวไปด้านหลัง ผลที่ได้คือนารุโตะหมุนตัวกลับกอดเจ้าสิ่งนั้นเข้าหาอกซะแน่นแล้วเอาหลังตัวเองบังไว้ ทางเลือกสุดท้ายที่เด็กหนุ่มอุจิวะเลือกในสถานการณ์เช่นนี้ก็คงจะไม่พ้น...
หมับ!!
เฮ้ย!! เจ้าบ้าซาสึเกะ ปล่อยฉัน!! พอโดนรวบเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่ายนารุโตะทำอะไรไม่ได้ มือก็ถือกระถางซันจัง แผ่นหลังรู้สึกถึงไอร้อนจากอกของอีกฝ่ายที่กอดเขาอยู่จนทำอะไรไม่ถูก ใบหน้ารู้สึกร้อนผะผ่าวหยั่งกับเป็นไข้ ก็เขาไม่เคยโดนซาสึเกะกอดแรงแบบนี้ แล้วก็แน่นแบบนี้มาก่อนนี่นา!!
“เอาล่ะ จะบอกดีๆได้รึยัง ว่านายซ่อนอะไร” น้ำเสียงที่ซาสึเกะใช้เขารู้สึกได้ว่ามันนุ่มลงไม่ใช่บังคับแต่เป็นการขอร้อง
แต่ถึงยังไงก็จะไม่ยอมหรอก ขืนให้ซาสึเกะรู้เรื่องซันจังเป็นทานตะวันสารภาพรักล่ะก็น่าอายตายเลย หมอนี่ต้องล้อเขาแน่ เมื่อเด็กหนุ่มร่างสูงเห็นว่านารุโตะเริ่มจะดิ้นอีกเขาเลยรีบคว้าของที่อีกฝ่ายกอดไว้จากด้านหลังนั่นแหละ
“อย่าดึง!!เดี๋ยวซันจัง.....อ๊า!!”
เพล้ง!!
ไม่ทันขาดคำซันจังของนารุโตะก็กลิ้งโค่โร่ๆลงไปตามเนิน ทิ้งเศษกระถางที่แตกๆไว้ดูต่างหน้า เด็กหนุ่มร่างสูงกว่าเริ่มหน้าถอดสี ก็คนที่ทำทานตะวันสุดรักสุดหวงของเจ้าตัวดีกลิ้งขลุกๆลงไป กิ่งหัก กลีบดอกหลุดกว่าครึ่งอยู่ที่พื้นเบื้องล่างน่ะมันเขาเองน่ะสิ!! ตาสีฟ้าเบิกกว้างอย่างตกใจ ปากอ้าเหวอก่อนจะหันมาถลึงตาใส่ซาสึเกะอย่างโกรธเคือง ฝ่ายผิดได้แต่อ้ำอึ้งพูดไม่ออก ครั้งนี้ยังไงเขาก็ผิดเต็มประตู
“อะ เอ่อ ขอโทษที มันหลุดมือน่ะ” ซาสึเกะอธิบายเหตุผลที่ดูยังไงก็ฟังไม่เข้าหูเอาเสียเลย นารุโตะน้ำตาเริ่มคลอ ปกติเรื่องแค่นี้เขาคงไม่ร้องไห้หรอกแต่ว่า!
ซันจังของเขาที่อุตส่าห์ประคบประหงมเลี้ยงแทบตายกว่าจะออกดอกเหลืองสวยเพื่อจะได้เอาไปพิสูจน์รักกับซากุระสาวน้อยในดวงใจ ไอ้บ้านี่ดันมาทำกลิ้งตกเนิน!
“ซาสึเกะ นาย...นายเนี่ยนะ ไปให้พ้นหน้าฉันเลย ไป๊!!” จิ้งจอกน้อยของเราตะโกนไล่คอโก่ง น้ำตาเลยร่วงผล็อยๆ ทำเอาเด็กหนุ่มมาดขรึมทำอะไรไม่ถูกไปได้เหมือนกัน ก่อนที่จะตวัดเสียงตอบตามแบบฉบับเวลาที่ต้องเถียงกับเจ้าตัวป่วนประจำหมู่บ้านนี่
“นายจะเว่อร์ไปหน่อยล่ะมั้ง แค่ดอกทานตะวันเอง” ได้ผลนารุโตะหยุดร้องกึกหากเปลี่ยนมามองเขานิ่ง แล้วก็..
พลั่ก!!
“ไอ้คนไร้หัวใจ!!”
นารุโตะผลักซะเต็มแรงจนเขากระเด็นแถมยังตะโกนว่าเขาซะด้วย ไม่ทันให้เขาได้เอาคืนเจ้าตัวดีก็เผ่นแน่บ
กลับไปซะอย่างนั้น
จากนั้นเป็นต้นมาไม่ว่าจะเป็นการออกไปปฎิบัติภารกิจหรือการเจอกันโดยบังเอิญนารุโตะจะเมินเข้าตลอด ขนาดเขาพยายามเข้าไปคุยก่อนทั้งที่ไม่เคยทำ เจ้าตัวดีเดินหนีซะเฉย พูดด้วยก็ไม่พูด จนออร่ามึนตึงของทั้งคู่กระทบถึงคาคาชิและซากุระ
“อะไรอีกล่ะ 2 คนนี้ เฮ้ออ”
“หมู่นี้ทีมเวิร์คไม่ค่อยเข้าท่าเล้ย” สาวน้อยหนึ่งเดียวในกลุ่มนั่งถอนใจข้างครูโจนินที่ยืนทำท่าระอาใจ
2 อาทิตย์ผ่านไป
“เจ้านารุโตะ มันจะอะไรกันนักหนานะ ก็แค่ดอกทานตะวัน” ซาสึเกะนั่งบ่นหน้ามุ่ยอยู่กับบ้านในวันหยุด ยิ่งนึกถึงหน้าเจ้าตัวยุ่งตอนน้ำตาร่วงผล็อยๆยิ่งหงุดหงิดรำคาญใจ มันรบกวนเขาซะจนตั้งสมาธิฝึกวิชาอะไรไม้ได้ซักอย่าง
“โธ่โว้ย!!!”
ความอดทนขาดผึง เด็กหนุ่มลุกพรวดพราดจากเก้าอี้คว้าของบางอย่างที่ตั้งไว้บนโต๊ะริมระเบียงเดินตึงๆออกจากบ้านมุ่งหน้าไปหาคนที่ทำให้เขาต้องวุ่นวายใจไม่ได้หยุดหย่อน
“ไอ้บ้าซาสึเกะ ไอ้ห่วยแตก ไอ้คนไม่มีหัวใจ!!” เด็กหนุ่มจิ้งจอกเก้าหางตะโกนโหวกเหวกด่าเพื่อนดังลั่น
ถึงจะผ่านมา 2 อาทิตย์แต่มันก็ยังโมโหอยู่เรื่อยพอนึกถึง
“ไม่คิดจะมาขอโทษเลยรึไงฟะ ไอ้เจ้าบ้าซาสึเกะ นี่แน่ะๆๆๆ”
ก็อก ก็อก
นารุโตะเดินไปที่ประตูอย่างโกรธๆ ปากบ่นซาสึเกะไปตลอดทาง
“ใครมากันซะเย็น แถมวันหยุดแท้ๆ”
แกร็ก แอ๊ด—
“ใคร?... อ๊ะ! ซันจัง! ซาสึเกะ นี่นาย...”
นารุโตะได้แต่มองตาโต ตกใจกับสิ่งที่เด็กหนุ่มร่างสูงกว่ายื่นให้ดื้อๆ เขาไม่นึกเลยว่าซันจังที่หมดสภาพขนาดนั้นคนอย่างซาสึเกะจะเก็บเอาไปดูแลต่อ สังเกตเห็นมือและนิ้วเรียวๆ
มีพลาสเตอร์พันไว้ บ่งบอกว่าพยายามสุดความสามารถที่จะช่วยซันจังของเขา ทั้งที่เด็กหนุ่มตรงหน้าห่วงการฝึกฝนฝีมือเสียยิ่งกว่าอะไร เขารู้ดีถ้าเลี้ยงซันจังการฝึกก็หยุดคิดไปได้เลย เพราะเวลาว่างที่มีจะต้องมานั่งรดน้ำ พรวนดิน เอาซันจังออกไปโดนแดดอ่อนๆยามเช้า ไม่พอยังต้องทำด้วยความรักและตั้งใจอีกต่างหากถึงจะออกดอกมาได้สวยและใหญ่โตขนาดนี้ เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าสดเพ่งมองหน้าของฝ่ายที่ยื่นเจ้าทานตะวันดอกโตมาให้ด้วยสีหน้าทึ่งนิดๆ ซาสึเกะถูกมองแบบนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเอ่ยอะไรออกไปได้ดีกว่า
“ก็แค่ดอกทานตะวัน”
นารุโตะยื่นมือออกไป คลี่ยิ้ม ขณะที่รับมือพลันสัมผัสกันโดยบังเอิญ นิ้วเรียวแกร่งของซาสึเกะ หลังมือนุ่มของนารุโตะ แล้วพอทั้งคู่เลื่อนมือออกอย่างรวดเร็วจากการสัมผัสที่ชวนหวั่นไหว มือเจ้ากรรมก็ดันไปโดนเจ้าต้นทานตะวันสีเหลืองสดเข้าให้อีก และมันก็ทำให้ทั้งสองประหลาดใจ แต่เป็นคนละเรื่อง
“อ๊ะ นารุโตะ ทำไมทานตะวันถึงได้...”
“เปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อน!” ร่างเล็กกว่าต่อทันควัน ‘ซาสึเกะชอบเราแล้วเราก็ชอบซาสึเกะงั้นเหรอ’ นารุโตะแปลกใจแต่ไม่รู้สึกต่อต้านเลย อีกฝ่ายยังคงมองดอกทานตะวันสีชมพูอย่างงงงันแต่ก็ต้องหยุดอาการลงทันใดที่ได้ยินเสียงใสของคนตรงหน้า
“ขอบใจนะ ซาสึเกะ” เด็กหนุ่มร่างสูงยิ้มที่มุมปากตามความเคยชินเวลายิ้มให้เจ้าเพื่อนตัวยุ่ง ก่อนจะหมุนตัวกลับไปตามทางที่มา นารุโตะปิดประตูมือถือกระถางซันจังวางลงที่ข้างหน้าต่างหัวนอน สายตาเหลือบเห็นรูปที่เคยถ่ายกันทั้งทีม ถึงสายตาของซาสึเกะจะเย็นชาแต่หากมองดูดีๆมองให้ลึกลงไป ความห่วงใย ความอบอุ่นมีอยู่เสมอ ร่างเปรียวบางรีบรุดออกไปทันที ไม่สนใจจะปิดประตู กลัวเพียงอย่างเดียวคือจะไม่ทันคนที่เดินไปแล้วเมื่อครู่
“ซาสึเกะ! รอก่อน!!” คนถูกเรียกหันควับ มองเด็กหนุ่มร่างเล็กกว่าเขา วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาใกล้ ก่อนหยุดหอบแฮ่กอยู่ข้างๆ
“รีบร้อนอะไร ฮึ นารุโตะ”
“”ฉะ..ฉัน จะบอก แฮ่ก แฮ่ก นายว่า…” นารุโตะพยายามที่จะพูดเรียบเรียงประโยคไม่ให้ติดขัดจากอาการหอบเหนื่อย เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆสองสามเที่ยว ขณะที่ร่างสูงยังคงยืนรอฟังอย่างตั้งใจ ต่างฝ่ายต่างยิ้มขำ ก่อนที่นารุโตะจะตั้งสมาธิกับสิ่งที่จะถามอีกครั้ง ครานี้เอ่ยแน่วแน่ มั่นคง
“เย็นนี้ไปกินราเม็งกันไหม” เจ้าของคำถามคาดหวัง.น้ำเสียงแกม...เว้าวอน.....
....คำตอบขอให้ตกลง....
“อือ ไป ก็นายอุตส่าห์วิ่งมาถามเท้าเปล่าเลยนี่ ดูสิ ถลอกหมดแล้วนั่นน่ะ”
“อ้าว จริงด้วย”
“เจ้าเบ๊อะเอ๋ย มานี่เลยมา”
“อ๊ะ ซาสึเกะ เดี๋ยว! เดี๋ยวก่อน!!”เด็กหนุ่มอุจิวะแบกคนตรงหน้าขึ้นพาดบ่า นารุโตะท้วงติงพลางดิ้นรน
“นายเดินไม่ได้หรอกน่า”
“ได้ ทำไมจะไม่ได้ เอาฉันลง อายเขามั่งเซ่ เจ้าซาสึเกะ คนเขามองกันใหญ่แล้ว”
ปากตะโกนแต่สุดท้ายก็ยอมให้อุ้ม
และถ้าซาสึเกะถามเรื่องทานตะวัน ยังไงก็ไม่บอกหรอกว่าทำไม….
.........มันกลายเป็นสีชมพู..........
THE END