Just a dream [end]

posted on 17 Nov 2008 23:14 by crazy-naruto

 

 

 

Shika X Naru

 

ยามสายที่แสนสบายอย่างวันนี้ เด็กหนุ่มเจ้าของคาถาเงาเลียนแบบก็ไม่พ้นนอนดูเมฆอีกเช่นเคย

นอนดูเมฆนี่มันสบายจริงจริ๊งชิกามารุเปรยขณะนอนเอกเขนกดูเหล่าปุยนุ่นขาวๆที่ล่องลอยไปมาอย่างสบายอารมณ์

แต่สงบอยู่ได้ไม่นานก็มีเสียงฝีเท้าวิ่งมาตรงที่เขานอนอยู่


เฮ้ ชิกามารู้---------------------------เสียงใสดังขึ้น

ร่างหนึ่งเดินเข้ามา นัยน์ตาสีฟ้าสะท้อนแสงแดดเป็นประกายสดใส


เฮ้อ นึกว่าจะสงบ ตัวยุ่งมาซะแล้ว ตูล่ะเบี่ยเด็กหนุ่มที่รวบผมสูงพึมพำ

ร่างที่เดินมาใหม่ทรุดตัวลงนอนข้างๆเขาไม่พูดพร่ำทำเพลง


ฉันขอนอนดูเมฆด้วยนะนารุโตะเอ่ย เด็กหนุ่มร่างสูงกว่าไม่พูดอะไร แต่เขยิบให้ที่ร่างบางเอนตัวลงนอน
แล้วคนอื่นไปไหนล่ะชิกามารุถามด้วยความสงสัย


อ๋อ ครูคาคาชิเข้าให้พักน่ะ เพราะภารกิจเพิ่งเสร็จเมื่อกี้ ฉันเลยหาที่งีบ

อือ เหรอ ตามใจนายเหอะ อย่ากวนฉันแล้วกันเด็กหนุ่มร่างสูงพูดท่าทางเบื่อๆ


นารุโตะเลยไม่พูดอะไรอีกนอนมองดูเมฆพร้อมชิกามารุไปเรื่อยๆ เมฆก้อนแล้วก้อนเล่าผ่านหน้าไปเอื่อยๆ


เมฆก้อนนั้นเหมือนชามราเม็งเลยร่างบอบบางเอ่ยลอยๆ ไม่คาดคิดจะได้ความเห็นจากฝ่ายตรงข้ามเท่าใดนัก


อือ นั่นสิ ส่วนนั่นคล้ายขนมที่เจ้าโจจิมันชอบเลย

อือ นั่นเหมือนกระป๋องน้ำถั่วแดง


ทั้งคู่ต่างผลัดกันพูดว่าตนเองเห็นเมฆที่อยู่ตรงหน้าคล้ายกับอะไร ชิกามารุเองก็ดูจะเพลินไปกับจินตนาการพิลึกๆของนารุโตะที่เห็นเจ้าก้อนสีขาวๆเป็นนู่นบ้างนี่บ้างโดยไม่รู้ตัว


นู่น เหมือนกอริลล่าแฮะเด็กหนุ่มที่รวบผมสูงเอ่ย คล้ายขอความเห็นร่างที่นอนอยู่ข้างๆ แต่ทว่าเงียบ.............

ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา ที่ได้ยินมีเพียงเสียงลมหายใจที่ลึกยาวสม่ำเสมอ

พอหันไปมองก็เห็นอกที่กระเพื่อมไหวเป็นจังหวะช้าๆ เจ้าของนัยน์ตาสีเดียวกับท้องฟ้าผล็อยหลับไปเมื่อครู่นี้เอง


นี่คงดูจนเพลินหลับไป ชิกามารุคิดพลางดูใบหน้ายามหลับของร่างบาง


///
เจ้านารุโตะตอนหลับนี่ผิดกับตอนตื่นลิบเลย/// เด็กหนุ่มไอคิวกว่า 200 คิดพลางมองหน้าคนที่หลับผล็อยอยู่ข้างๆอย่างพินิจพิเคราะห์


หน้าตาตอนหลับเรียบร้อยเป็นบ้าชิกามารุหลุดปาก

////
มองดีๆหมอนี่ก็น่ารักอีกต่างหาก แถมไอ้แก้มขาวๆนี่ก็น่าหมั่นเขี้ยว

แล้วยังไอ้ปากสีแดงเรื่อๆนี่อี๊กกก

โอ๊ยยยยย นี่ตรู เป็นอาร้ายยยยยยยยยย /////// เด็กหนุ่มขี้เบื่อใช้มือกุมขมับด้วยความปวดเฮดกับความคิดบ้าๆของตัวเอง

เขาพยายามตั้งสมาธิดูเมฆที่ลอยไปมาอีกหนแต่สายตาเจ้ากรรมก็ต้องเหลือบไปมองร่างที่อยู่ข้างๆทุกที


----
อือ---- เด็กหนุ่มที่หลับตาพริ้มอยู่คราง หันหน้ามาทางเด็กหนุ่มที่พยายามจ้องก้อนเมฆอย่างเอาเป็นเอาตาย


////
ชิกามารุเอ๋ย เย็นไว้ นี่มันเจ้านารุโตะนะไม่ใช่สาวน้อยร่างบอบบางที่ไหน!!!!! /////


เด็กหนุ่มเตือนตัวเองร้อนรน เหงื่อเริ่มผุดขึ้นที่หน้าผาก



ผ่านไป 5 นาที หลังจากที่ชิกามารุรบรากับความคิดตัวเองอย่างลากเลือด

และในที่สุดเมื่อเขาเห็นใบหน้าและริมฝีปากที่เผยอขึ้นอย่าเย้ายวน ความอดทนก็ขาดผึง


////
ตรูไม่ทงไม่ทนมันแล้วโว้ยยยยยยยยยยยย!!!!!!!! ////


เด็กหนุ่มตระกูลนาราตะโกนดังลั่นในใจ มือสอดเข้าไปประคองศีรษะร่างที่หลับอยู่ช้าๆ ริมฝีปากเคลื่อนเข้าหากันจนทาบสนิท

เด็กหนุ่มขี้เบื่อไม่รับรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร รู้แต่ว่าริมฝีปากของร่างบอบบางนี้ช่างนุ่มนวลอบอุ่นและหวานล้ำ


////
ปากของเจ้านารุโตะนุ่มขนาดนี้เชียว ///// ลิ้นอุ่นแทรกผ่านริมฝีปากบาง

จิตใจและอารมณ์ของเด็กหนุ่มยามนี้คล้ายโดนสะกดด้วยร่างที่หลับสนิทอยู่

ริมฝีปากนี้ไม่มีการขัดขืนแต่อย่างใดกลับอ้ารับเขาน้อยๆด้วยซ้ำ


ขณะที่ชิกามารุเริ่มบดริมฝีปากหนักขึ้น ร่างบางก็เริ่มขยับตัว ทำให้เขาต้องถอนริมฝีปากออกทันทีแล้วแสร้งนอนมองดูเมฆอย่างเก่า


เด็กหนุ่มจิ้งจอกเก้าหางลุกพรวด ดวงตายังหรี่ปรือตื่นท่าทางยังตื่นไม่เต็มที่นัก แล้วเอ่ยโดยไม่หันไปมองคนที่นอนอยู่ข้างๆ ซึ่งตอนนี้หน้าเป็นสีแดงเรื่อๆ แต่กลบเกลื่อนแสร้งทำว่าดูเมฆอยู่โดยไม่ได้ขยับตัวทำอะไรเล้ยจริงๆ


นี่ ชิกามารุ ฉันฝันล่ะนารุโตะพูดน้ำเสียงงัวเงีย

ว่าไรล่ะ

เก๊าะ ฝันว่า..............อือ........ ..เอ่อ........ร่างบอบบางอ้ำอึ้ง แต่เด็กหนุ่มที่รวบผมสูงรู้แล้วล่ะว่าร่างที่นั่งอยู่หมายถึงอะไร


ที่เขาทำไปเมื่อกี๊ นารุโตะคิดว่าเป็นแค่ฝันนั่นเอง

ช่างเหอะ ไม่ว่าจะฝันอะไร มันก็เป็นแค่ฝันล่ะน่าเด็กหนุ่มขี้เบื่อแสร้งบอกปัดๆ

นั่นสิ อ๊ะ นี่ก็เย็นแล้ว ฉันไปก่อนล่ะ เดี๋ยวครูคาคาชิบ่น ทั้งที่ตัวเองก็มาสาย ชิ!นารุโตะเอ่ยแล้วกระโดดลุกขึ้นยืน


ไปก่อนนะ ชิกามารุ

เออ ไปเหอะ

ร่างเล็กวิ่งไปอย่างคล่องแคล่วว่องไว โดยมีเด็กหนุ่มตระกูลนารามองตามหลังไป


แต่ทันใด!!!!


เขาก็ได้ยินเสียงตะโกนกลับมาจากร่างที่วิ่งไปไกลพอประมาณว่า


เมื่อกี๊ ฉันฝันดีมากเลย วันหลังฉันจะมานอนดูเมฆกะนายอีกนะนารุโตะเอ่ยน้ำเสียงช่างดูกระตือรือร้นและตื่นเต้นเล็กๆ ทำเอาร่างที่นอนอยู่ลุกขึ้นมานั่ง

อ้าปากเหวอ ก่อนจะหัวเราะเสียงดัง


ชีวิตนี้มันก็ไม่น่าเบื่อไปซะทุกอย่างหรอกน้า


หลังจากนั้นชิกามารุก็นอนดูเมฆต่อไปสักพัก รู้สึกเมฆที่อยู่ตรงหน้านี่คล้ายนารุโตะยังไงๆอยู่ แล้วมันก็ทำให้เขาเผลอยิ้มออกมาซะด้วยซิ


just a dream !!!!..............

END
 

 

Le soliel [end]

posted on 17 Nov 2008 23:09 by crazy-naruto

 

 

ดวงตะวัน....

ทานตะวัน....

 

มันเป็นทานตะวันพันธุ์พิเศษนอกจากต้องมีแดด ดิน น้ำ แล้วก็ต้องมีรักจากเจ้าของด้วย อีกอย่างมันเป็นทานตะวันสารภาพรักนา จะเอาเรอะ

เอาสิป้า นี่แหละน่าสนสุดๆ ว่าแต่ทานตะวันมันพูดได้ด้วยเหรอ เสียงบทสนทนาดังลอดออกมาถึงด้านหน้าร้านขายดอกไม้ที่มีดอกไม้หลากชนิดหลายพันธุ์ประดับไว้  เด็กหนุ่มเจ้าของคำถามเอ่ยหน้าซื่อ(บื้อ)จนป้าเจ้าของร้านแทบจะเบิ้ดกะโหลกให้แหกกันไปข้าง(โหดจริง)

 

พอดีวันนี้นารุโตะได้ค่าจ้างจากภารกิจเลยคิดจะหาอะไรไปให้ซากุระจัง จนแล้วจนรอดก็คิดไม่ออกสุดท้ายเลยลงเอยที่ดอกไม้นี่ล่ะ แต่ไอ้คนอย่างเขาก็เลือกดอกไม้ไม่เป็นเลยต้องให้ป้าเจ้าของร้านวิ่งวุ่นแนะนู่นแนะนี่(และที่แนะไปก็ใช่จะเข้าหัว) เพราะชื่อดอกไม้แต่ล่ะอย่างประหลาดทั้งนั้น ป้าเจ้าของร้านเลยแนะนำดอกไม้พื้นๆให้และเขาก็สะดุดกับดอกทานตะวันสารภาพรักอะไรนี่ทันที

ไม่ช้าย  ทานตะวันปีศาจแล้วงั้นน่ะ

อ้าวแล้วงั้นมันสารภาพไงง่ะนารุโตะยังทำหน้าซื่อ(บื้อ)ต่อไป ป้าเจ้าของร้านก็เลยจำใจต้องอธิบายต่อ

 

รู้ไหมเวลาที่มันออกดองเหลืองๆแล้วน่ะให้เอาไปให้คนที่เราชอบ ถ้าเขามีใจให้เราตอบเวลาโดนเจ้าทานตะวันนี่น่ะ จากไอ้กลีบที่เหลืองๆมันจะค่อยๆกลืนเป็นสีชมพู โอ๊ย พูดแล้วนึกถึงสมัยสาวๆตอนลุงเขาเอามาให้ แหม ไอ้เราก็ไม่รู้ร๊อก ว่าทำไมอยู่ๆมันกลายเป็นสีชมพู นี่นะแล้วลุงเขายัง...อ้าว ไปไหนแล้วล่ะ

 

 ป้าเจ้าของร้านมัวฝันหวานถึงสมัยสาวๆจนไม่ได้สังเกตว่าเด็กหนุ่มผมทองเอาเงินวางไว้ให้ที่เคาเตอร์แล้วเดินออกไปได้ครู่ใหญ่แล้ว

 

พอถึงบ้านนารุโตะรีบเอากระถางไปวางข้างหัวนอนที่แสงแดดจะเข้ามาได้ดีที่สุด ไม่พอยังอุตส่าห์วิ่งไปซื้อบัวรดน้ำขนาดจิ๋วมาเพื่อรดน้ำเจ้าทานตะวันนี่อีก

ฉันจะเรียกแกว่าซันจังนะ  แล้วก็โตไวๆดอกใหญ่ๆด้วยล่ะ ซากุระจังจะได้ชอบ

 

เมื่อตั้งชื่อเป็นที่เรียบร้อยหนุ่มน้อยก็ได้แต่นั่งอมยิ้มดูซันจัง  หลังจากนั้นทุกวันนารุโตะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเอาซันจังไปรับแดดอ่อนๆ พอสายแดดแรงเข้าก็เอาเข้ามาในบ้านเพราะซันจังยังต้นเล็กอยู่ถ้าตากแดดแรงเกินไปอาจจะแห้งตายได้ เวลารดน้ำก็ต้องค่อยๆบรรจงรด ระวังอย่าให้กิ่งหัก พรวนดินให้เป็นครั้งคราว  และเมื่อเลี้ยงซันจัง จึงไม่ได้ฝึกซ้อมวิชาบ่อยเท่าที่เคย ครั้งหนึ่งนารุโตะจำได้ว่าไปฝึกวิชา แต่ลืมรดน้ำให้ทิ้งซันจังตากแดดแรงๆไว้อย่างนั้นทั้งวันพอกลับมาจากการซ้อม ซันจัง ก็อาการป้อแป้ จนต้องดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่หลายวันถึงขนาดขอลากิจกับครูคาคาชิยังมี

 

หมู่นี้ นารุโตะเป็นอะไรของเขา เวลาทำภารกิจนอกหมู่บ้านดูลุกลี้ลุกลนจัง เหมือนห่วงอะไรอยู่  เมื่อทนไม่ไหวซากุระจึงได้เอ่ยถามกันกับซาสึเกะและครูคาคาชิ

นั่นสิ ปกติถ้าบอกจะเลี้ยงราเม็งต้องยกมือคนแรกแท้ๆ นี่ไม่แล้วบอกจะรีบกลับบ้านขนาดคาคาชิยังจนคำตอบมีหรือเด็กๆจะรู้

 

เช้าตรู่ของวันที่ต้องออกไปปฎิบัติภารกิจ ร่างที่ซุกตัวอยู่ในผ้าห่มเริ่มขยับลุกบิดขี้เกียจ เส้นผมสีทองอ่อนนุ่มยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง

ฮ้าว วันนี้แล้วสิ ซากุระจัง..นารุโตะเอ่ยขณะมองไปที่กระถางข้างหน้าต่างที่ดอกทานตะวันสีเหลืองออกดอกสวยสดพลางยิ้มมีความสุข   เด็กหนุ่มอาบน้ำแต่งตัวตามปกติ  ก่อนออกจากบ้านก็ไม่ลืมที่จะรดน้ำซันจัง  และเปิดหน้าต่างให้แสงเข้าได้ดีขึ้น วันนี้เป็นวันที่เขาตัดสินใจจะมอบ ซันจัง เพื่อสารภาพพร้อมทั้งพิสูจน์รักกับสาวน้อยตระกูล ฮารุโนะ

รอตอนเย็นก่อนนะเจ้าทานตะวัน เจ้าก็จะได้ทำหน้าที่ของเจ้าแล้ว

 

ระหว่างทำภารกิจ นารุโตะอารมณ์ดีทั้งวัน ขนาดปกติซาสึเกะพูดอะไรแดกดันต้องสวนกลับเหย็งๆแต่วันนี้ไม่ซักแอะ เอาแต่ยิ้มท่าเดียว

นับวันก็ยิ่งประหลาดมากขึ้นเรื่อยๆแฮะ นารุโตะคุงน่ะซากุระเสนอความเห็นกับครูโจนินและเด็กหนุ่มผมดำ

อย่างนี้ก็ดีออกนะ เงียบดี ซาสึเกะคุงก็ชอบแบบนี้ใช่ไหมล่ะ  คาคาชิออกความเห็น

ก็ดี ปากบอกอย่างใจคิดอย่าง  ภายใต้ใบหน้าที่นิ่งเฉยเด็กหนุ่มคิดไปร้อยแปดพันเก้าแล้วว่าเจ้าตัวยุ่งนั่นเป็นอะไร ตาทั้งสองข้างจ้องมองตรงที่อีกฝ่ายโดยที่นารุโตะไม่ได้รู้ตัวเอาซะเลย

 

สุดท้ายภารกิจก็เสร็จสิ้น ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน นารุโตะตรงรี่ไปเอา ซันจัง กะจะเอาไปทำเซอร์ไพรส์ซากุระ   ถึงบ้านฉวยกระถางใส่ถุงได้ก็วิ่งออกมาทันที  บ้านเขากับซากุระถ้าจะไปต้องผ่านขึ้นเนินถนน  ระหว่างที่นารุโตะเดินขึ้นเนิน  อีกฝั่งเด็กหนุ่มอุจิวะก็เดินมาเหมือนกัน

 

นั่น  เจ้านารุโตะจะไปไหนนะ  ท่าทางรีบๆซาสึเกะคิด       พอเจ้าตัวยุ่งสังเกตเห็นเขาก็ดันทำตัวน่าสงสัย รีบเอาของซ่อนไว้ข้างหลังซะอย่างงั้น

เจ้าเบ๊อะเซอะ  จะไปไหนน่ะ

เปล่า ไม่ได้ไป

ก็เห็นว่ากำลังจะไปอยู่ชัดๆซาสึเกะคิดอย่างขัดใจที่ไม่ได้คำตอบที่ต้องการ

แล้ว....นายซ่อนอะไรไว้ข้างหลัง

เปล๊าาาา ไม่ได้ซ่อน

จะบอกว่าเมื่อกี้ ฉันตาฝาดรึไงเนี่ย!! เด็กหนุ่มร่างสูงกว่ายิ่งสงสัยหนักเข้าไปอีกความหงุดหงิดที่ไม่รู้สาเหตุเริ่มพุ่งขึ้นสูง

แต่ฉันเห็น  นั่นอะไรบอกมา   ไม่พูดเปล่าซาสึเกะอ้อมมือไปด้านหลังของร่างเล็ก นารุโตะก็ไม่ยอมพยายามบังไปพร้อมกับเบี่ยงตัวหลบสุดฤทธิ์

ยิ่งหลบเขาก็ยิ่งแคลงใจ ซาสึเกะเริ่มหัวเสียกับอาการลับๆล่อๆของนารุโตะ ความจริงเขาแค่กลัวว่าเจ้าตัวยุ่งจะไปแอบเก็บอะไรที่อันตรายมาต่างหาก ก็หมอนี่ยิ่งซื่อบื้ออยู่ด้วยเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะเดือดร้อนเอา

นายนี่ อย่าดื้อกับฉันนะ!!” 

ก็ฉันไม่ให้นายดูนี่!”

นั่นไง ซ่อนอะไรไว้จริงๆด้วย! แล้วทำไมไม่บอกเราดีๆ!!’ เด็กหนุ่มเจ้าของเนตรวงแหวนนึกฉุน

ต่างคนก็ต่างขึ้นเสียง ซาสึเกะฉวยโอกาสเอี้ยวตัวไปด้านหลัง ผลที่ได้คือนารุโตะหมุนตัวกลับกอดเจ้าสิ่งนั้นเข้าหาอกซะแน่นแล้วเอาหลังตัวเองบังไว้ ทางเลือกสุดท้ายที่เด็กหนุ่มอุจิวะเลือกในสถานการณ์เช่นนี้ก็คงจะไม่พ้น...

 

หมับ!!

 

เฮ้ย!! เจ้าบ้าซาสึเกะ ปล่อยฉัน!!   พอโดนรวบเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่ายนารุโตะทำอะไรไม่ได้ มือก็ถือกระถางซันจัง แผ่นหลังรู้สึกถึงไอร้อนจากอกของอีกฝ่ายที่กอดเขาอยู่จนทำอะไรไม่ถูก  ใบหน้ารู้สึกร้อนผะผ่าวหยั่งกับเป็นไข้      ก็เขาไม่เคยโดนซาสึเกะกอดแรงแบบนี้ แล้วก็แน่นแบบนี้มาก่อนนี่นา!! 

  

เอาล่ะ  จะบอกดีๆได้รึยัง ว่านายซ่อนอะไรน้ำเสียงที่ซาสึเกะใช้เขารู้สึกได้ว่ามันนุ่มลงไม่ใช่บังคับแต่เป็นการขอร้อง

แต่ถึงยังไงก็จะไม่ยอมหรอก ขืนให้ซาสึเกะรู้เรื่องซันจังเป็นทานตะวันสารภาพรักล่ะก็น่าอายตายเลย หมอนี่ต้องล้อเขาแน่   เมื่อเด็กหนุ่มร่างสูงเห็นว่านารุโตะเริ่มจะดิ้นอีกเขาเลยรีบคว้าของที่อีกฝ่ายกอดไว้จากด้านหลังนั่นแหละ

อย่าดึง!!เดี๋ยวซันจัง.....อ๊า!!”

 เพล้ง!!

ไม่ทันขาดคำซันจังของนารุโตะก็กลิ้งโค่โร่ๆลงไปตามเนิน ทิ้งเศษกระถางที่แตกๆไว้ดูต่างหน้า   เด็กหนุ่มร่างสูงกว่าเริ่มหน้าถอดสี ก็คนที่ทำทานตะวันสุดรักสุดหวงของเจ้าตัวดีกลิ้งขลุกๆลงไป กิ่งหัก กลีบดอกหลุดกว่าครึ่งอยู่ที่พื้นเบื้องล่างน่ะมันเขาเองน่ะสิ!!  ตาสีฟ้าเบิกกว้างอย่างตกใจ ปากอ้าเหวอก่อนจะหันมาถลึงตาใส่ซาสึเกะอย่างโกรธเคือง  ฝ่ายผิดได้แต่อ้ำอึ้งพูดไม่ออก ครั้งนี้ยังไงเขาก็ผิดเต็มประตู

 อะ เอ่อ  ขอโทษที มันหลุดมือน่ะ ซาสึเกะอธิบายเหตุผลที่ดูยังไงก็ฟังไม่เข้าหูเอาเสียเลย   นารุโตะน้ำตาเริ่มคลอ ปกติเรื่องแค่นี้เขาคงไม่ร้องไห้หรอกแต่ว่า!

ซันจังของเขาที่อุตส่าห์ประคบประหงมเลี้ยงแทบตายกว่าจะออกดอกเหลืองสวยเพื่อจะได้เอาไปพิสูจน์รักกับซากุระสาวน้อยในดวงใจ  ไอ้บ้านี่ดันมาทำกลิ้งตกเนิน!

 ซาสึเกะ นาย...นายเนี่ยนะ ไปให้พ้นหน้าฉันเลย ไป๊!!” จิ้งจอกน้อยของเราตะโกนไล่คอโก่ง น้ำตาเลยร่วงผล็อยๆ ทำเอาเด็กหนุ่มมาดขรึมทำอะไรไม่ถูกไปได้เหมือนกัน ก่อนที่จะตวัดเสียงตอบตามแบบฉบับเวลาที่ต้องเถียงกับเจ้าตัวป่วนประจำหมู่บ้านนี่

นายจะเว่อร์ไปหน่อยล่ะมั้ง แค่ดอกทานตะวันเองได้ผลนารุโตะหยุดร้องกึกหากเปลี่ยนมามองเขานิ่ง แล้วก็..

 

พลั่ก!!

ไอ้คนไร้หัวใจ!!”

 

นารุโตะผลักซะเต็มแรงจนเขากระเด็นแถมยังตะโกนว่าเขาซะด้วย ไม่ทันให้เขาได้เอาคืนเจ้าตัวดีก็เผ่นแน่บ

กลับไปซะอย่างนั้น

 

จากนั้นเป็นต้นมาไม่ว่าจะเป็นการออกไปปฎิบัติภารกิจหรือการเจอกันโดยบังเอิญนารุโตะจะเมินเข้าตลอด ขนาดเขาพยายามเข้าไปคุยก่อนทั้งที่ไม่เคยทำ เจ้าตัวดีเดินหนีซะเฉย  พูดด้วยก็ไม่พูด  จนออร่ามึนตึงของทั้งคู่กระทบถึงคาคาชิและซากุระ

อะไรอีกล่ะ 2 คนนี้ เฮ้ออ

หมู่นี้ทีมเวิร์คไม่ค่อยเข้าท่าเล้ย  สาวน้อยหนึ่งเดียวในกลุ่มนั่งถอนใจข้างครูโจนินที่ยืนทำท่าระอาใจ

 

2 อาทิตย์ผ่านไป

เจ้านารุโตะ มันจะอะไรกันนักหนานะ ก็แค่ดอกทานตะวัน   ซาสึเกะนั่งบ่นหน้ามุ่ยอยู่กับบ้านในวันหยุด ยิ่งนึกถึงหน้าเจ้าตัวยุ่งตอนน้ำตาร่วงผล็อยๆยิ่งหงุดหงิดรำคาญใจ มันรบกวนเขาซะจนตั้งสมาธิฝึกวิชาอะไรไม้ได้ซักอย่าง

โธ่โว้ย!!!”

ความอดทนขาดผึง  เด็กหนุ่มลุกพรวดพราดจากเก้าอี้คว้าของบางอย่างที่ตั้งไว้บนโต๊ะริมระเบียงเดินตึงๆออกจากบ้านมุ่งหน้าไปหาคนที่ทำให้เขาต้องวุ่นวายใจไม่ได้หยุดหย่อน

 

ไอ้บ้าซาสึเกะ ไอ้ห่วยแตก ไอ้คนไม่มีหัวใจ!!” เด็กหนุ่มจิ้งจอกเก้าหางตะโกนโหวกเหวกด่าเพื่อนดังลั่น

ถึงจะผ่านมา 2 อาทิตย์แต่มันก็ยังโมโหอยู่เรื่อยพอนึกถึง

ไม่คิดจะมาขอโทษเลยรึไงฟะ ไอ้เจ้าบ้าซาสึเกะ  นี่แน่ะๆๆๆ 

 ก็อก ก็อก

นารุโตะเดินไปที่ประตูอย่างโกรธๆ ปากบ่นซาสึเกะไปตลอดทาง

ใครมากันซะเย็น แถมวันหยุดแท้ๆ

แกร็ก  แอ๊ด

ใคร?... อ๊ะ! ซันจัง! ซาสึเกะ นี่นาย... 

 

นารุโตะได้แต่มองตาโต ตกใจกับสิ่งที่เด็กหนุ่มร่างสูงกว่ายื่นให้ดื้อๆ เขาไม่นึกเลยว่าซันจังที่หมดสภาพขนาดนั้นคนอย่างซาสึเกะจะเก็บเอาไปดูแลต่อ   สังเกตเห็นมือและนิ้วเรียวๆ

มีพลาสเตอร์พันไว้  บ่งบอกว่าพยายามสุดความสามารถที่จะช่วยซันจังของเขา ทั้งที่เด็กหนุ่มตรงหน้าห่วงการฝึกฝนฝีมือเสียยิ่งกว่าอะไร เขารู้ดีถ้าเลี้ยงซันจังการฝึกก็หยุดคิดไปได้เลย เพราะเวลาว่างที่มีจะต้องมานั่งรดน้ำ พรวนดิน เอาซันจังออกไปโดนแดดอ่อนๆยามเช้า ไม่พอยังต้องทำด้วยความรักและตั้งใจอีกต่างหากถึงจะออกดอกมาได้สวยและใหญ่โตขนาดนี้  เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าสดเพ่งมองหน้าของฝ่ายที่ยื่นเจ้าทานตะวันดอกโตมาให้ด้วยสีหน้าทึ่งนิดๆ ซาสึเกะถูกมองแบบนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเอ่ยอะไรออกไปได้ดีกว่า

ก็แค่ดอกทานตะวัน

นารุโตะยื่นมือออกไป  คลี่ยิ้ม ขณะที่รับมือพลันสัมผัสกันโดยบังเอิญ   นิ้วเรียวแกร่งของซาสึเกะ  หลังมือนุ่มของนารุโตะ  แล้วพอทั้งคู่เลื่อนมือออกอย่างรวดเร็วจากการสัมผัสที่ชวนหวั่นไหว มือเจ้ากรรมก็ดันไปโดนเจ้าต้นทานตะวันสีเหลืองสดเข้าให้อีก และมันก็ทำให้ทั้งสองประหลาดใจ แต่เป็นคนละเรื่อง

อ๊ะ  นารุโตะ ทำไมทานตะวันถึงได้...

เปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อน!”  ร่างเล็กกว่าต่อทันควัน  ซาสึเกะชอบเราแล้วเราก็ชอบซาสึเกะงั้นเหรอนารุโตะแปลกใจแต่ไม่รู้สึกต่อต้านเลย อีกฝ่ายยังคงมองดอกทานตะวันสีชมพูอย่างงงงันแต่ก็ต้องหยุดอาการลงทันใดที่ได้ยินเสียงใสของคนตรงหน้า

 

ขอบใจนะ ซาสึเกะ  เด็กหนุ่มร่างสูงยิ้มที่มุมปากตามความเคยชินเวลายิ้มให้เจ้าเพื่อนตัวยุ่ง ก่อนจะหมุนตัวกลับไปตามทางที่มา  นารุโตะปิดประตูมือถือกระถางซันจังวางลงที่ข้างหน้าต่างหัวนอน สายตาเหลือบเห็นรูปที่เคยถ่ายกันทั้งทีม   ถึงสายตาของซาสึเกะจะเย็นชาแต่หากมองดูดีๆมองให้ลึกลงไป ความห่วงใย ความอบอุ่นมีอยู่เสมอ  ร่างเปรียวบางรีบรุดออกไปทันที ไม่สนใจจะปิดประตู  กลัวเพียงอย่างเดียวคือจะไม่ทันคนที่เดินไปแล้วเมื่อครู่

ซาสึเกะ! รอก่อน!!” คนถูกเรียกหันควับ มองเด็กหนุ่มร่างเล็กกว่าเขา วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาใกล้ ก่อนหยุดหอบแฮ่กอยู่ข้างๆ

รีบร้อนอะไร ฮึ นารุโตะ

“”ฉะ..ฉัน จะบอก แฮ่ก แฮ่ก นายว่า…” นารุโตะพยายามที่จะพูดเรียบเรียงประโยคไม่ให้ติดขัดจากอาการหอบเหนื่อย  เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆสองสามเที่ยว ขณะที่ร่างสูงยังคงยืนรอฟังอย่างตั้งใจ ต่างฝ่ายต่างยิ้มขำ ก่อนที่นารุโตะจะตั้งสมาธิกับสิ่งที่จะถามอีกครั้ง ครานี้เอ่ยแน่วแน่  มั่นคง

เย็นนี้ไปกินราเม็งกันไหมเจ้าของคำถามคาดหวัง.น้ำเสียงแกม...เว้าวอน.....

....คำตอบขอให้ตกลง....

อือ ไป   ก็นายอุตส่าห์วิ่งมาถามเท้าเปล่าเลยนี่ ดูสิ ถลอกหมดแล้วนั่นน่ะ

อ้าว จริงด้วย

เจ้าเบ๊อะเอ๋ย มานี่เลยมา

อ๊ะ ซาสึเกะ เดี๋ยว! เดี๋ยวก่อน!!”เด็กหนุ่มอุจิวะแบกคนตรงหน้าขึ้นพาดบ่า นารุโตะท้วงติงพลางดิ้นรน

นายเดินไม่ได้หรอกน่า

ได้ ทำไมจะไม่ได้ เอาฉันลง อายเขามั่งเซ่ เจ้าซาสึเกะ คนเขามองกันใหญ่แล้ว

ปากตะโกนแต่สุดท้ายก็ยอมให้อุ้ม

และถ้าซาสึเกะถามเรื่องทานตะวัน ยังไงก็ไม่บอกหรอกว่าทำไม….

.........มันกลายเป็นสีชมพู.......... 

         

 THE END

Short story [end]

posted on 17 Nov 2008 23:03 by crazy-naruto

 

 

เป็นเวลาค่ำหลังจากปฏิบัติภารกิจเสร็จ คาคาชิก็ให้ ซาซึเกะ นารุโตะ และซากุระไปพักได้

คนอื่นต่างมุ่งหน้ากลับบ้าน (รวมทั้งคาคาชิที่หายตัวไปตามเคย)

ยกเว้นซาซึเกะที่อยู่ๆก็วิ่งตามนารุโตะไป

เฮ้ นารุโตะ เจ้าซื่อบื้อเจ้าของชื่อหันควับทำหน้ายุ่งแต่ก็ไม่พูดโต้อะไร


// ปฏิกริยาผิดปกติแฮะ// เด็กหนุ่มผมดำคิดเมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่าย

สักพักก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเด็กหนุ่มอีกคนที่ยังหน้าง้ำหน้างอไม่เลิก

และยังคงเงียบไม่พูดอะไรซักคำ

มากับฉันหน่อย มีเรื่องจะคุยซาซึเกะเอ่ยขึ้น


ร่างเล็กทำหน้าสงสัยปนไม่สบอารมณ์แล้วตอบแค่ว่าอือ---- คำเดียว
ทั้งคู่เดินเข้าหมู่บ้านมาพร้อมกัน ตลอดทางเด็กหนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าใสไม่พูดอะไรเช่นเดิม

ซาซึเกะก็ไม่ใช่คนช่างพูดนักเลยเงียบกันไป

//เจ้านารุโตะเป็นอะไรถึงได้เงียบแบบนี้นะ// ซาซึเกะคิดรู้สึกอึดอัด

เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าปกตินั้นตัวเองคุ้นเคยกับเสียงเจื้อยแจ้ว

พูดโน่นบ่นนี่หรือแม้กระทั่งเสียงโต้เถียงข้างๆคูๆของร่างเล็กไปแล้ว
ไม่นานนักทั้งสองก็มาหยุดอยู่หน้าร้านราเม็งชื่อดังของหมู่บ้าน
ซาซึเกะที่กำลังจะเดินเข้าไปในร้านหันกลับมามองเด็กหนุ่มอีกคน

เห็นนารุโตะทำท่าแปลกใจ คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยว่าทำไมเขาต้องพามาคุยในที่แบบนี้

เข้ามาเหอะน่า คุยที่นี่มันสะดวกอีกอย่างฉันเองก็หิวแล้ว นายเองก็เหมือนกันไม่ใช่หรือไง

ซาซึเกะพูดแบบรำคาญนิดๆกับอากัปกิริยาที่เด็กหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าเป็นประกายแสดงออกมา

ร่างเล็กเดินตามเข้ามาอย่างฉุนๆและดูเหมือนจะลืมสังเกตไปว่า

 เด็กหนุ่มที่พาตนมาแหวกม่านลูกปัดหน้าร้านให้เพื่อที่เขาจะได้เดินเข้ามาสะดวกๆ

วันนี้คนในร้านไม่พลุกพล่านนักจึงมีที่นั่งให้เลือกได้สบายๆ
ซาซึเกะเลือกที่นั่งตรงริมหน้าต่างมีนารุโตะเดินตามเข้ามานั่งอีกฝั่งของโต๊ะและยังคงทำหน้ามุ่ย

//ไม่พอใจอะไรก็น่าจะพูดกันตรงๆ// ซาซึเกะคิด

จะรับอะไรดีจ๊ะ พ่อหนุ่ม 2 คนนี้หญิงแก่อายุประมาณห้าสิบที่เป็นเจ้าของร้านเอ่ยถาม
ผมขอชาอู่หลงกับน้ำถั่วแดง แล้วก็ราเม็ง 2 ชาม
ของหวานเอามั้ยจ๊ะเจ้าของร้านถามอีก
ผมไม่....นายล่ะ

เด็กหนุ่มผมดำหันกลับมาถามนารุโตะที่ตอนนี้ค่อยคลายคิ้วที่ขมวดกันอยู่ออกแล้ว
เด็กหนุ่มจิ้งจอกเก้าหางส่ายหน้าปฏิเสธ

แค่นี้ใช่มั้ยจ๊ะ รอสักครู่นึงนะเจ้าของร้านเดินเลี่ยงไปเพื่อสั่งชายอีกคนที่ทำราเม็งอยู่หลังร้าน

นารุโตะนั่งมองคนที่เดินเข้าออกไปมาโดยไม่พูดอะไรตามเคย

//วันนี้ทั้งวันก็ไม่ค่อยพูด เป็นอะไรนะ// ซาซึเกะคิดพลางเหลือบมองอีกฝ่ายที่นั่งอยู่ตรงข้าม

นารุโตะหันมามองพอดี เขาจึงรีบเสมองไปทางอื่นแทน ร่างเล็กยังไม่หันกลับไป

มีไร

นารุโตะเอ่ยถามสั้นๆห้วนๆ ดูท่าทางไม่อยากเอ่ยอะไรนัก
ซาซึเกะหันกลับมาจ้องอีกฝ่ายตรงๆ

ก่อนฉันไปถึง นายคุยอะไรกับหมอนั่น
ใคร”.
อิทาจิ
เปล่า

//โอ๊ย!!! ความจริงเขาไม่ได้อยากถามเรื่องนี้ซักหน่อย//
ซาซึเกะคิดอย่างปวดหัว แต่เขารู้ว่ามีบางอย่างที่นารุโตะปิดบังไว้

มันทำให้เขาหงุดหงิดแต่ก็ซักมากไม่ได้ รอให้เจ้าตัวบอกเองดีกว่า บทสนทนาจบลงเพียงแค่นั้นเพราะราเม็งที่สั่งไว้มาพอดี

นี่น้ำถั่วแดงของนายซาซึเกะพูดพร้อมเลื่อนแก้วไปให้ร่างเล็กก่อนลงมือกับ
ราเม็งของตัวเองซึ่งไม่ถึง 20 นาทีก็ไม่มีเหลือ เด็กหนุ่มหันไปมองฝ่ายตรงข้ามคาดว่าน่าจะทานหมดแล้วเหมือนกันเพราะปกติทั้งคู่มักจะกินเร็วไล่เลี่ยกัน
(น่าจะเป็นแข่งกันกินมากกว่า) แต่ว่าเขาคาดผิด

ทำไมไม่กินให้หมด ไม่อร่อยหรือไงซาซึเกะถาม
ก็กินอยู่เด็กหนุ่มจิ้งจอกเก้าหางตอบสั้นๆแหมือนเมื่อครู่
//ถามคำตอบคำอีกล่ะ// เด็กหนุ่มนัยน์ตาสีดำคิด

ซาซึเกะได้แต่นั่งรอให้ร่างเล็กทานเสร็จพลางมองท่าทีที่เนือบนาบ
ผิดปกติของนารุโตะจนเขาต้องสั่งชาถ้วยที่สอง สักพักเด็กหนุ่มจิ้งจอกเก้าหางก็เลื่อนชามที่มีราเม็งเหลืออยู่เกือบครึ่งมาให้เขา


ส่งมาทำไม ไม่กินต่อเรอะนารุโตะส่ายหัวแล้วยกน้ำถั่วแดงมาดื่มแทน
ซาซึเกะเลยต้องทานต่อให้
//ทำหยั่งกะจะไดเอทเหมือนผู้หญิงไปได้// ซาซึเกะบ่นพึมพำ
ร่างเล็กหันมามองแวบนึงด้วยสายตาสงสัยแล้วก็ดื่มน้ำถั่วแดงของตัวเองต่อไป

พอทานเสร็จเรียบร้อยทั้งคู่ลุกขึ้น นารุโตะกำลังจะหยิบเงินในกระเป๋า
ไม่ต้องเดี๋ยวฉันจ่ายเองเด็กหนุ่มจิ้งจอกเก้าหางทำหน้าอึ้งจนซาซึเกะรู้สึกเขินนิดๆ เลยพูดแบบแก้ตัวออกไป


ก็ฉันลากนายมาเอง ฉันก็ควรจ่ายไม่ใช่หรือไง
อือเป็นคำตอบแสนสั้นที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ร่างบางเผยยิ้มออกมานิดนึงแต่ก็หุบลงทันที ซาซึเกะก็สังเกตเห็นท่าทีนี้และนึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกรอบ

หลังจากจ่ายเงินเสร็จทั้งคู่เดินออกมานอกร้าน อากาศภายนอกเริ่มเย็นลง
ผู้คนแทบจะไม่มีเหลือบนถนน
แต่ทางหน้าต่างบ้านเรือนกลับมีแสงไฟอันอบอุ่นลอดออกมาเรียงราย
กันไปตามทาง

บ้านนายไปทางไหนเด็กหนุ่มจิ้งจอกเก้าหางใช้การชี้แทนการพูด
บอกกับซาซึเกะ

ทางเดียวกับฉันเด็กหนุ่มผมดำเอ่ย


ซาซึเกะจึงเดินกลับบ้านพร้อมนารุโตะ ทั้งคู่เดินไปเรื่อยๆ

หูได้ยินเสียงต้อนรับกลับบ้านบ้างเสียงคนหัวเราะกันในครอบครัวบ้าง

บางทีเหลือบมองเข้าไปทางหน้าต่างก็เห็นพ่อแม่ลูกนั่งกินข้าวพร้อมหน้ากัน

และพอเห็นทีไรซาซึเกะรู้สึกว่า นารุโตะจะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเสมอ

เขาเองก็เข้าใจความรู้สึกนี้เพราะเขาเองก็รู้สึกเหมือนกันแต่มันก็จางหายเมื่ออยู่กับนารุโตะ


แค่เห็นนายยิ้ม แค่เห็นนายหัวเราะ หรือได้ยินเสียงนายความเหงาในใจมันก็หายไป

ซาซึเกะพูดอย่างเลื่อนลอย
ไม่รู้ว่านารุโตะได้ยินหรือไม่ เพราะเห็นยังเดินไม่พูดไม่จา

พอถึงทางแยกบ้านของนารุโตะต้องไปอีกทาง ซาซึเกะรู้ร่างบางต้องเดินแยกไปทางนี้

แต่ทว่านารุโตะกลับหยุดกระทันหัน เขาเพิ่งรู้ตัวว่าเขาดึงมือ
นารุโตะเอาไว้ ร่างบางดูตกใจ เด็กหนุ่มตัดสินใจถาม

นายเป็นอะไร วันนี้ทั้งวันไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยยิ้ม ไม่ค่อยหัวเราะ


แล้วพอชวนมากินราเม็งของชอบก็ไม่ค่อยกิน........ฉัน........
ไม่สบายใจ...รู้มั้ย 



ซาซึเกะพูดในสิ่งที่รู้สึกจนหมดเปลือก นารุโตะมองเขาแบบไม่รู้ว่าจะทำไงดี แก้มเป็นสีแดงเรื่อ

ฉะ....ฉัน...เอ่อ...ไม่ใช่ว่าไม่อยากพูด ไม่อยากยิ้ม ไม่อยากหัวเราะ
หรือไม่อยากกินราเม็ง นายชวนมาฉันว่าแปลกแต่ก็ดีใจมากและก็รู้สึกดีใจ
ที่นายเอาใจใส่ฉันอยู่เหมือนกันดีใจที่นายรู้ว่าฉันชอบอะไร

แต่ที่ฉันไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยยิ้ม ไม่ค่อยหัวเราะ หรือไม่ค่อยกิน ก็เพราะว่า....ฉัน..........

ร่างเล็กเงียบไปครู่หนึ่ง จนซาซึเกะต้องกระตุ้นถาม


ฉัน......ทำไมหรือซาซึกะเอ่ยเสียงอ่อนโยนลงมาก

อย่างน้อยนารุโตะก็ไม่ได้ทำแบบนั้นเพราะอยากทำ แต่ว่าเพราะอะไรล่ะ......?



ฉันเป็น............ร้อนใน.........."




"พอพูดมันก็เจ็บ พอยิ้มมันก็เจ็บ แล้วพอหัวเราะมันก็ยิ่งเจ็บ พอกินก็ยิ่งเจ็บ
หนักกว่าเดิม ฉันเลยพยายามไม่พูด ไม่ยิ้ม ไม่หัวเราะ แล้วก็ไม่กิน

ซาซึเกะได้ฟังก็อึ้ง //อะไรมันจะคิดได้น่ารักแบบนี้เนี่ย!!!!//

ฮ่า ฮ่า ฮ่า โอ๊ย ฉันนึกว่านายเป็นอะไรไปซะอีก

 เด็กหนุ่มเจ้าของเนตรวงแหวนหัวเราะจนน้ำตาไหล

อ๊ะ อย่าหัวเราะนะ ก็ฉันคิดว่ามันจะหายเร็วกว่าถ้าทำแบบนั้นนี่
เขาต้องดื่มน้ำมากๆแล้วนอนแต่หัวค่ำถึงจะหายเร็วต่างหากล่ะ
อ้าว ก็ไม่รู้นี่ อึ๊ก! ตอนพูดนี่ก็ยังเจ็บเลยง่ะ
นารุโตะน้ำตาเล็ด มือจับแก้มข้างที่เป็นร้อนใน

นายนอนดึกใช่มั้ย เลยเป็น
ก็ไม่ดึกนักหรอกนารุโตะพูดอย่างระวังสุดขีด ซาซึเกะเหล่ อย่างไม่เชื่อเท่าไหร่
ไม่ดึกของนายน่ะ....กี่โมง
เอ่อ.......นารุโตะเริ่มทำท่าไม่อยากบอก ตะ..ตี 1”
เนี่ยนะไม่ดึก มัวทำอะไรอยู่ล่ะ ฮึ
ก็มันนอนไม่หลับนี่
คิดอะไรอยู่ถึงนอนไม่หลับ

พอถึงตรงนี้นารุโตะทำท่าหนักใจที่จะตอบยิ่งกว่าเดิม เหงื่อเริ่มตก

เพราะนายแหละ พอฉันจะนอน นายเข้ามาโผล่ในหัวฉันทำไมล่ะ
ฉันเลยนอนไม่หลับเลย เห็นมั้ย อึ๊ก! เจ็บอ่ะ ฮือ...นารุโตะตะโกนว่าเสียงดังแบบเด็กๆ

หน้าที่เคยแดงเรื่อ กลับแดงเต็มอัตรา

ซาซึเกะได้ฟังก็ยิ้มกรุ่มกริ่ม แล้ว กอดนารุโตะไว้หลวมๆ พร้อมเชยคางขึ้น

น่ารักแบบนี้จูบซะดีมั้ยพอร่างบางได้ฟังก็มองอย่างอึ้งๆ
ฉะ ...ฉันเป็นร้อนในนะนารุโตะพยายามหาข้ออ้างขอหลีกเลี่ยง
แต่ซาซึเกะโน้มตัวกระซิบข้างหูเบาๆ

ฉันไม่ใช้ลิ้นหรอกน่า


นารุโตะตาเบิกโพลงแต่ไม่ทันได้ห้ามอะไรทั้งนั้น
ริมฝีปากของซาซึเกะก็ทาบลงมาเนิ่นนาน

นุ่ม..ซาซึเกะบอกแผ่วเบาข้างหูหลังจากถอนริมฝีปากออกอย่างไม่เต็มใจนัก

แต่ก็ต้องทำเพราะดูเหมือนนารุโตะจะอึดอัดเพราะกลั้นหายใจ

ลามกร่างบางย้อน
รอให้หายก่อนเหอะ จะทำยิ่งกว่านี้อีก

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

บ้า!!นารุโตะผละจากซาซึเกะแล้ววิ่งไปทันที
เด็กหนุ่มจึงตะโกนไล่หลังร่างบางไป

อย่านอนดึกล่ะเดี๋ยวหายช้า
นารุโตะหันกลับมาแลบลิ้นใส่
จะไม่นอนเลยคอยดู!!!!!!ร่างเล็กหันมาตะโกนกลับ

หลังจากนั้นซาซึเกะก็เดินอมยิ้มกลับบ้าน คืนนี้ช่างดีเสียจริง
เด็กหนุ่มฮัมเพลงไปตลอดทาง

The End
---------------------------------------------------------------------------------
แถมท้าย

วันรุ่งขึ้น ระหว่างไปปฏิบัติภารกิจ

คาคาชิ : นี่ ซาซึเกะคุง แบกน้ำมาทำไมเยอะแยะ ฮึ
ซาซึเกะ : ผมเอามาให้นารุโตะ
ซากุระ : “แล้วทำไมต้องเอามาให้นารุโตะล่ะจ๊ะ” (ให้ฉันแทนไม่ได้เหรอ)
ซาซึเกะ : ถามนารุโตะสิ
[ ส่งสายตามีเลศนัยไปทางนารุโตะที่นั่งหน้าแดงอยู่ข้างต้นไม้ ]

นารุโตะ : [ หันกลับมา เหงื่อตก ] เจ้าซาซึเกะแกล้งตรูอีกแล้ว

จบจริงๆแล้วจ้า

Inner Hearts [end]

posted on 17 Nov 2008 22:59 by crazy-naruto

 

 

 

 

ในห้องๆเดิม สภาพเดิม ที่ดูอ้างว้างมีร่างๆหนึ่งนั่งอยู่ที่ขอบเตียง มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย
ภายนอกความมืดปกคลุมไปทั่ว อากาศเย็นลงมากแล้ว
เจ้าซาซึเกะ น่าโมโหชะมัด
จู่ๆ นารุโตะก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง
หลังจากเรื่องที่ซาซึเกะท้าสู้กับเขาจนครูคาคาชิต้องเข้ามาห้าม
//
ไม่เข้าใจ นายคิดอะไร ทำไมต้องอยากสู้กับฉันขนาดนั้น พันปักษาที่นายใช้นั่นคิดจะฆ่าฉันหรือไงกัน//
นารุโตะเฝ้าถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา พร้อมเริ่มกอดเข่าซุกหน้าลงไป
ฮึก ฮึก น้ำตาเริ่มไหลลงมาอาบแก้ม เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องร้องไห้ทำไมต้องเจ็บปวดขนาดนี้
//
นายเกลียดฉันเหรอ ซาซึเกะ// ฮึก ฮึก เสียงสะอื้นที่ไม่มีใครได้ยิน

ก็อกๆๆ
อ๊ะ! เด็กหนุ่มสะดุ้ง
ใครมากันนารุโตะรีบปาดน้ำตาแล้วเดินไปที่ประตู

นายมาทำไมนารุโตะพยายามทำเสียงตามปกติเมื่อเห็นคนที่อยู่ตรงหน้า
ขอฉันเข้าไปหน่อย
ไม่จำเป็น มีอะไรพูดตรงนี้ก็ได้เมื่อพูดจบนารุโตะสังเกตเห็นแววตาเศร้าหมองและดูเหมือนว่าเจ้าตัวกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่างอยู่ทำให้สุดท้ายนารุโตะก็ให้เข้ามา

มีอะไรก็รีบพูดมาสิ ซาซึเกะ

นายจะเก่งไปถึงไหนกัน นารุโตะซาซึเกะถามเสียงกร้าว

นายหมายความว่าไง ฉันไม่เห็นเข้าใจ

ทำไมนายต้องพยายามวิ่งแซงหน้าฉันทุกครั้งไป

นารุโตะนิ่งอึ้ง การที่เค้าฝึกวิชากระสุนวงจักรนี่มันผิดหรือไง

...ชั้น ก็แค่อยากเก่งนารุโตะงงกับคำพูดของซาซึเกะ
ทำไม นินจาที่โหล่อย่างนายจะต้องมาเก่งกว่าชั้น

หมายความว่าไงที่พูดอย่างนี้นารุโตะขึ้นเสียงด้วยความโมโหนึกว่าจะมาขอโทษที่ไหนได้
มานั่งพูดอะไรงี่เง่าอีก

ชั้นสุดจะทนแล้ว!! นายมาหาชั้นเพื่อชวนทะเลาะเรอะถ้าอย่างนั้นนายก็กลับไปได้เลย !!!!”

ในใจร้าวระบมซาซึเกะเกลียดเขาจริงๆ น้ำตาที่กลั้นไว้กำลังจะไหล ไม่ได้เขาไม่มีวันร้องไห้ให้ซาซึเกะเห็นเด็ดขาด แต่นารุโตะก็ต้องชะงักเมื่อมองไปที่ซาซึเกะ ดวงตาของเด็กหนุ่มบ่งบอกถึงความปวดร้าวไม่แพ้กัน
ชั้นจะไปหาโอโรจิมารุเด็กชายกล่าวน้ำเสียงเยียบเย็น

หา!!! นายจะบ้ารึไง นายอยากจะเก่งอะไรขนาดนั้น
ใช่!!!! ต้องเก่งมากกว่าพี่ ต้องล้มพี่ให้ได้ แต่ตอนนี้แม้แต่นาย ชั้นยังล้มไม่ได้ ชั้นก็คงปกป้องนายจากพี่ไม่ได้
หา อะไรนะ
ชั้นอยากปกป้องนาย อยากเป็นที่พึ่งพาให้นายได้ นายเข้าใจไหม!!!”
นารุโตะไม่อยากเชื่อหูของตัวเอง ซาซึเกะ อยากปกป้องเขา
เด็กหนุ่มจิ้งจอกเก้าหางได้แต่พูดอ้ำอึ้ง
แต่ชั้นเองไม่อยากเป็นภาระให้นาย อยากช่วยเหลือนาย ตอนที่เจออิทาจิชั้นได้แต่ดูมันทำร้ายนายชั้นทำอะไรไม่ได้เลยเพราะฉะนั้นชั้นต้องเก่งขึ้นเพื่อตัวเองและเพื่อนาย ชั้นเลยฝึกวิชากระสุนวงจักร
ถึงยังไงชั้นก็ต้องไปซาซึเกะหันหลังทำท่าจะเดินออกไป
ชั้นแค่อยากบอกให้นายรู้ ก่อนที่จะไม่มีโอกาส ชั้น...ชอบ นาย....”
เดี๋ยว!!ไม่นะ ชั้นไม่ให้นายไปนะ ซาซึเกะนารุโตะดึงเสื้อของซาซึเกะไว้แน่น
นายต้องอยู่ที่นี่ อยู่กับพวกเราทุกคน อยู่กับชั้น ชั้นต้องการนายนะ!!!”
ซาซึเกะหันกลับมากอดนารุโตะไว้แน่น
แต่ถ้าชั้นเป็นอยู่แบบนี้แล้วชั้นจะปกป้องนายได้ยังไง
ตอนนี้เขาสองคนเข้าใจกันแล้วเวลาช่วงนี้อยากให้มันหยุดอยู่นานๆเหลือเกิน
…………………………………………………………….
……………………………………
……………………….
…………………
บนเตียงเล็กมีร่างสองร่างนอนกอดกัน ไออุ่นถ่ายทอดถึงกันจนไม่รู้ว่าเป็นของใคร
อารมณ์ถูกปลุกเร้าครั้งแล้วครั้งเล่า จนนารุโตะหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน
เสียงของซาซึเกะดังแว่วอยู่ข้างหู ไม่ว่ายังไงชั้นก็จะปกป้องนาย



ปัง!! ปัง !!!ปัง!!! เฮ้ นารุโตะ ตื่น!!
นารุโตะสะดุ้งตื่น มองไปรอบๆซาซึเกะไม่อยู่แล้วแต่ที่นอนยังคงอุ่นแสดงว่าเพิ่งลุกไปไม่นาน
อึ๊ก!! เจ็บเรื่องเมื่อคืนไม่ใช่ฝัน
เด็กหนุ่มรีบหยิบเสื้อมาใส่แล้วเดินด้วยความลำบากไปที่ประตู
อ้าว ชิกามารุ พากันมาทำไมเยอะแยะ

ซาซึเกะหายตัวไป คาดว่าไปหาโอโรจิมารุแล้ว
หา บ้าน่า ก็เมื่อคื…”

เมื่อคืนทำไม
เปล่า เปล่า ไม่มีอะไร แล้วนายมาทำไม
ภารกิจ ตามตัวซาซึเกะกลับมา นายต้องไปด้วย
เออ เออ เดี๋ยวไปแต่งตัวก่อน

//
ซาซึเกะ สุดท้ายนายก็ไปใช่ไหม//
//
ทำไม ทำไม ทำไมกัน ทำไมนายต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย//
เด็กหนุ่มปาดน้ำตาใบหน้ามองตรงไปที่รูปถ่าย แววตามุ่งมั่น จริงจัง
ชั้นจะพานายกลับมาให้ได้ ซาซึเกะ


ตึก ตึก ตึก โอเค พวกเราไปตามซาซึเกะกัน!!!”


The End

An accident or not!! (special)

posted on 17 Nov 2008 22:48 by crazy-naruto

 

 

   An accident or not ?? (special)

นับเป็นเวลาได้เกือบ 4 เดือนแล้วที่นารุโตะให้กำเนิดสมาชิกใหม่แก่ตระกูลอุจิวะ
เด็กสาวตัวน้อยๆที่ใครๆเรียกว่า หนูโนโซมุ ร้องอ้อแอ้พลางจ้องปลาตะเพียนสานจากเยื่อไผ่ที่ผู้เป็นพ่อได้สานไว้ให้ ไม่นานนักร่างเปรียวที่เข้าไปเตรียมสำรับในครัวเพื่อรอการกลับมาของเสาหลักผู้นำครอบครัว ผู้นำชีวิต... จึงได้กลับเข้ามาอุ้มเอาหนูน้อยเข้าหาอก

เอ่ เอ๊ เดี๋ยวซาสึเกะก็กลับแล้วล่ะ หนูหิวยังเอ่ย

น้ำเสียงนั้นแสดงความรักใคร่ยิ่ง ก่อนเหลือบมองนาฬิกา เขาเองก็อยากจะรับภารกิจแต่ทว่าโฮคาเงะสาวห้ามไว้ซาสึเกะก็เช่นกันด้วยเหตุผลที่ว่า
ถ้าทำภารกิจทั้งคู่ใครจะดูแลเจ้าตัวเล็กนี่ นารุโตะมองลูกสาวที่ดึงปอยผมสีบลอนด์ทองของเขาเล่นพลางหัวเราะเอิ้กอ้ากอย่างอารมณ์ดี

ดีน้าที่หนูไม่ซนเท่าไหร่ ไม่งั้นแม่คงเหนื่อยแย่

เลือกใช้สรรพนามเรียกตัวเองว่า แม่ แม้ว่าตอนแรกๆเขาจะยังทิ้งความรู้สึกเมื่อตอนเป็นเด็กชายได้ไม่หมดยังรู้สึกขัดๆกันอยู่
แต่พอเห็นหน้าเจ้าตัวน้อย ใจพลันกลับยินดีที่จะเรียกแบบนั้น คำว่า แม่ นั้นหลุดออกมาจากปากได้อย่างเต็มคำ เต็มใจ!

เสียงประตูหน้าบ้านเปิดดังพอที่นารุโตะจะได้ยิน ร่างที่ยืนอุ้มเด็กน้อยในอ้อมแขนจึงรีบรุดไปทางต้นเสียง
ที่หน้าบ้านเด็กหนุ่มร่างสูงกำลังนั่งถอดรองเท้าอยู่ เมื่อรู้ว่ามีใครมาหยุดยืนที่ด้านหลังจึงหันไป

กลับมาแล้วเหรอ ซาสึเกะ

เสียงเอ่ยนั้นใสกังวานอย่างทุกครั้ง ใบหน้าทั้งสองทำให้ความเหนื่อยจากภารกิจนั้นหายเป็นปลิดทิ้ง หนึ่งคือใบหน้าเนียนสะอาดขับดวงตาสีฟ้าแวววาวให้ดูโดดเด่น
เรือนผมสีแห่งตะวันนั้นทิ้งตัวเป็นลอนน้อยๆรับกับรูปหน้าเรียวสวย อีกหนึ่งคือร่างเล็กๆในอ้อมอกดวงหน้าฉายความไร้เดียงสาแห่งวัยเยาว์
หากดวงตากลมโตคู่นั้นฟ้าจัด
สวยไม่แพ้กัน ซาสึเกะมองทั้งแม่และลูก แก้วตาของเขาทั้งสองคนเลยเชียว!!

อือ กลับมาแล้ว แล้วสาวน้อยสองคนนี่ล่ะ อยู่บ้านทั้งวันเป็นไงบ้าง

เด็กหนุ่มยื่นมือไปจะอุ้มเจ้าลูกสาวตัวเล็ก แต่ก็ต้องชะงักเมื่อนารุโตะท้วงขึ้น

แหนะ ไปอาบน้ำล้างตัวก่อนซิ ออกไปข้างนอกมาเดี๋ยวลูกก็โดนฝุ่นจากนายหรอก

นารุโตะโวย พลันทำเอาอีกฝ่ายนึกถึงสมัยที่ชอบกัดกันบ่อยๆจนบัดนี้ เรียกนายยังไงก็เรียกยังงั้น แถมบางทีเวลาโกรธๆพาลเรียกเจ้าบ้าซาสึเกะเข้าให้อีก

โธ่ ก็มันอยากจะอุ้มนี่ คุณนายสะอาดนี่ก็

ไม่ใช่คุณนายสะอาดเฟ้ย!!

นารุโตะสวนกลับ ก็รู้ล่ะว่าอีกฝ่ายแกล้งหยอกแต่มันก็อดเถียงไม่ได้ทุกที เด็กหนุ่มร่างสูงเดินไปทางห้องน้ำแต่ก่อนจะเข้าไปก็ฉวยโอกาสดึงตัวทั้งแม่ทั้งลูกเข้ามากอดแน่นจูบแก้มคนปากเก่งหนึ่งที แล้วก็เผ่นแผล็วเข้าไปก่อนที่จะโดนกำปั้นของนารุโตะทุบเอา

เอ๊ย!! เจ้าบ้าฉวยโอกาส!!เสียงตัดพ้อต่อว่าด้วยความเขินดังลอยถึงในห้องน้ำ

ซาสึเกะเปิดฝักบัวล้างคราบสิ่งสกปรกออกไป
เด็กหนุ่มอายุ 15 อย่างเขาถึงจะอายุน้อยแต่ความรับผิดชอบน่ะสูงไม่แพ้พวกผู้ใหญ่หรอกนะ

ถึงแม้ว่ามรดกของตระกูลจะอยู่ในขั้นไม่ต้องทำภารกิจก็อยู่ได้สบายๆ แต่เขาก็ไม่ต้องการเป็นพวกนั่งกินนอนกินนี่ อีกอย่างถ้าเป็นอย่างนั้นนารุโตะคงตำหนิเขาน่าดู รายนั้นพอนึกถึง

เขาก็รู้สึกทึ่งทุกที คนอย่างนารุโตะที่ไม่น่าจะถนัดงานที่เจ้าตัวบอกว่างานผู้หญิงชัดๆ!!กลับพยายามเปลี่ยนตัวเองอย่างมากมายเพื่อเขาเพื่อลูก ทั้งๆที่เกิดมาก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องมาทำหน้าที่แบบนี้ แบบที่ผู้หญิงทำ และหน้าที่ก็ไม่เคยบกพร่องซะด้วยสิ

กลับมากับข้าวจะพร้อมเสมอ น้ำในอ่างก็อุ่นเตรียมอาบ ผ้าเช็ดตัววางไว้เรียบร้อย เสมอต้นเสมอปลายตั้งแต่วันแรกจนวันนี้ก็เดือนที่สี่แล้ว

ซาสึเกะ

เจ้าของชื่อหยุดคิด คนที่เขาเพิ่งจะนึกถึงอยู่หยกๆเดินเข้ามา ใบหน้าแดงเล็กน้อยเมื่อเห็นเขา แต่ก็ไม่แปลกหรอกเพราะถึงจะอยู่ด้วยกันแต่ว่าเขายังไม่เคยทำอะไรมาไปกว่านอนกอดกับจูบเลยสักครั้ง

ง่วนอยู่กับการเลี้ยงเจ้าหนูโนโซมุจนเวลาที่จะอยู่กันลำพังแทบไม่มี แน่นอนความต้องการบางครั้งมันก็เกิดขึ้นแต่เขาก็ข่มใจ เขามันพวกความอดทนสูงอยู่แล้วนี่

จะถูหลังให้ หันกลับไปสิ

นารุโตะเอ่ยเร็วๆเชิงออกคำสั่ง

เห็นอยู่ทุกวันยังอายอีกเหรอ ฮึ

ซาสึเกะเริ่มหยอกเย้าอีกรอบ ผลที่ได้คือฝ่ามือป้าบเข้าเต็มหลัง เขารู้ทำแก้เขิน ยิ่งทำให้เขาอยากจะลองแหย่นารุโตะเล่นมากขึ้นอีก

นารุโตะ ฉันขออะไรอย่างสิ

อะไรล่ะ

ขอดูตอนเจ้าหนูกินนมได้รึเปล่า

มือที่ถูอยู่บนแผ่นหลังเขาหยุดกึก เงียบไปเหมือนกำลังไตร่ตรอง
ก็เขารู้นี่ว่านารุโตะตอนนี้ก็ยังไม่เลิกให้นมเจ้าหนูเอง

เขาไม่เคยเห็นช่วงเวลานั้น นารุโตะไม่ยอมให้เขาดูสักทีว่าตอนให้นมลูกนารุโตะทำยังไง เคยได้ยินว่าถ้าผู้หญิงดูแลตัวเองดีๆก็จะมีน้ำนมไปได้ถึง 6 เดือนเชียวล่ะ เป็นอีกเรื่องที่เขาทึ่งแต่ก็ต้องยอมรับ
จะว่าไปเขาก็ลุ้นอยู่ว่านารุโตะจะทำได้รึเปล่า

ตามใจนาย

น้ำเสียงปัดๆแบบนี้รู้เลยว่าถ้าหันไปต้องเจอกับหน้าสีแดงจัดของอีกฝ่ายแน่ๆ ซาสึเกะเลยหันกลับไปแล้วจูบหน้าผากคนที่นั่งถูหลังให้เบาๆ

ตอนค่ำหลังจากทานข้าวเสร็จเรียบร้อย หน้าที่ล้างคราวนี้เป็นของซาสึเกะ เด็กหนุ่มรีบล้างเร็วเป็นพิเศษ
ก็เวลานี้เป็นเวลาที่นารุโตะมักจะให้นมเจ้าหนูนี่ ซึ่งปกติเขาจะโดนกันออกไปนอกห้องทุกที
แล้วก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องอยากเห็นแถมตื่นเต้นด้วย

เจ้าของนัยน์ตาสีดำเข้มเปิดประตูห้องนอนเข้าไป เห็นนารุโตะกำลังอุ้มเจ้าหนูขึ้นจากเปลพอดี อีกฝ่ายก็จดๆจ้องๆเขาอยู่พอสมควร

คงรู้สึกไม่ชินล่ะมั้งเด็กหนุ่มร่างสูงคิด เจ้าของเรือนผมสีทองนั่งลงที่เตียงขณะที่ซาสึเกะเดินมานั่งลงข้างๆ

อย่าจ้องขนาดนั้นสิฟะ ฉันอายเป็นนะ

อ้อมแขนผอมบางนั้นประคองศีรษะของเด็กน้อยเอาไว้อย่างอ่อนโยน เสื้อด้านหน้าถูกดึงขึ้นจนเหนือเนินอก

ครั้งที่ 2 ที่ซาสึเกะได้เห็นเต็มตาแบบนี้ รู้สึกว่าขยายกว่าครั้งแรกที่เห็นเล็กน้อย แต่ความนุ่มนวลน่าสัมผัสยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

นารุโตะค่อยๆเอียงหน้าหนูโนโซมุ ปากเล็กๆค่อยๆดูดนมแม่หลับตาพริ้มอย่างมีความสุข

ซาสึเกะเองก็รู้สึกถึงสายใยความผูกพันนั้นได้ รู้สึกโชคดีที่ไม่เสียนารุโตะไป โชคดีที่ไขว่คว้าเอาไว้

ฉันดีใจที่มีนายอยู่ และดีใจที่นายให้กำเนิดทายาทตัวน้อยให้กับอุจิวะนะ

ตาสีฟ้าสดนั้นหันมาจ้องเขา ก่อนจะโน้มตัวแล้วกระซิบที่ข้างหูเบาๆ

ฉันก็ดีใจที่มีนายอยู่ และดีใจที่นายให้สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตฉัน.....ครอบครัวของเรา....ลูกของเรา......

ร่างเล็กนั้นหลับปุ๋ยไปแล้ว นารุโตะเอาเด็กน้อยวางลงในเปลก่อนจะร้องเพลง เพลงเดิมที่ไม่ว่าจะฟังสักกี่ครั้งก็ยังคงหวานและอบอุ่น

ไม่ว่าจะที่ไหน ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ จะตามรักเจ้าไปจนชั่วชีวิต

เสียงเพลงหวานกล่อม เจ้านอนหลับฝัน เรียวไผ่ไหวพลัน ดั่งท่วงทำนอง ลมหนาวมาแล้วเสียงแผ่วหวานกล่อม ร้อยทุกคำทำนองด้วยรักจากใจ
พ่อเจ้าอยู่นี่ แม่ก็อยู่นี่ ไม่อาจจากไกล ขอเจ้าฝันหวานผ่านพบวันใหม่ ละอองดาวสุกใสอยู่ในดวงตา

เด็กหนุ่มร่างสูงกอดคนที่ยืนกล่อมลูกน้อยอยู่ข้างเปลหลวม ซุกหน้าลงที่หลังคอขาวสะอาดนั้น สูดกลิ่นหอมไอแดดอ่อนๆจากไรผมที่ปรกอยู่
ร่างในอ้อมแขนพลิกตัวเองกลับ โอบคอเขาก่อนดึงลงมาจูบแผ่วเบา

บอกตรงๆ ว่าฉันเองไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาอยู่ในอ้อมแขนนายในลักษณะนี้มาก่อนเลย

นารุโตะเอ่ยพลางซบแผ่นอกของซาสึเกะนิ่ง เจ้าของนัยน์ตาสีดำสนิทไม่ตอบอะไรได้แต่กระชับอีกฝ่ายให้แน่นขึ้น

เป็นอุบัติเหตุหรือความตั้งใจของฟ้ากันแน่นะ

จะอะไรก็ตามแต่ ฉันไม่สนใจ ฉันรู้แค่ว่าตอนนี้มีนายอยู่ก็พอแล้ว

ซาสึเกะตอบสีหน้าน้ำเสียงจริงจัง สักพักก็อุ้มนารุโตะขึ้นเดินตัวปลิวไปที่เตียงแล้ววางร่างอีกฝ่ายอย่างเบามือ

อีกซักคนดีไหมนะ

เจ้าบ้า ซาสึเกะ

เด็กหนุ่มรู้ดีตอบแบบนี้แสดงว่าไม่มีปัญหาแน่นอน แต่ก็ยังหวั่นใจ นารุโตะจะไหวรึเปล่า อยากให้รู้สึกดีมากที่สุด

ไม่อยากให้กลัวเขา เพราะแววตาสีฟ้านั่นยังดูประหม่าอยู่เลย ซาสึเกะตัดสินใจสัมผัสอีกฝ่ายอย่างอย่างไม่เร่งร้อน ไม่ใช่ครั้งแรกก็เหมือนครั้งแรก

ตัวนารุโตะเริ่มเกร็งเมื่อเขาใช้มือลูบไปใต้เสื้อและเกาะกุมอกเนียนนุ่มเอาไว้

รักนะ
ซาสึเกะย้ำเพื่อให้นารุโตะมั่นใจในการกระทำของเขาว่าจะไม่ทำให้เจ็บปวดแน่นอน
มือที่ขยุมแขนเสื้อเขาแน่นเริ่มคลายออก เสื้อทั้งคู่ถูกดึงขึ้นทางศีรษะลงไปกองข้างๆเตียง นัยน์ตาสีฟ้าสดหลับลงหน้าแดงซ่าน
แขนสองข้างรวบเข้ามากอดอกโดยทันที

ไม่ต้องอาย ดูดีออก

ซาสึเกะพูดพลางดึงแขนของร่างที่นอนอยู่ช้าๆ นารุโตะลืมตามองตาสีดำลึกล้ำนั้น ตาที่กวาดไปทั่วร่างของเขา ดั่งว่าถูกไฟเผา ร้อนรุ่มไปทั้งตัว

ฉัน...กลัว....

ไม่เป็นไรนะ ฉันจะไม่ทำให้เจ็บหรอก

เด็กหนุ่มยิ้มให้ก่อนจะหอมแก้ม พลางเอาแขนของนารุโตะไปโอบไว้รอบคอแทน
ช่วงเวลาที่ไร้เสียงคำพูดใด มีเพียงลมหายใจที่หอบกระชั้นมากขึ้น
ซาสึเกะดันตัวเองเข้าไปช้าๆ มือของนารุโตะจากโอบรอบคอเริ่มเปลี่ยนเป็นจิกที่หลังแทน

ซาสึเกะ ฉะ ฉัน ฉัน อือออ

เด็กหนุ่มรู้เองโดยธรรมชาติว่าควรจะใช้จังหวะแบบไหนกับนารุโตะ และควรสัมผัสตรงไหนเพื่อคลายความเจ็บให้อีกฝ่าย
ความเร็วเริ่มเพิ่มมากขึ้น ทิ้งช่วงช้าเป็นบางครั้งเพื่อให้คนในอ้อมกอดได้หยุดปรับตัวและหายใจ

ไหว......รึเปล่า นารุโตะ...

อือ... อึ๊ก!!!ร่างข้างใต้สะดุ้งเมื่ออีกฝ่ายเริ่มเพิ่มความเร็วมากขึ้น

ฮ้า ... ฮ้า.....อืออออ ซาสึเกะ!!!

ทั้งคู่หยุดหอบเหนื่อย ครั้งสุดท้ายที่ซาสึเกะเข้ามารู้เลยว่าลึกกว่าครั้งไหนๆ ยิ่งกว่านั้นยังรู้สึกได้เลยว่าของเหลวของซาสึเกะพลุ่งพล่านอยู่ในตัวเขา

มือของนารุโตะยังคงจิกแน่นจนหลังของเด็กหนุ่มเป็นรอยแต่ซาสึเกะก็ไม่ใส่ใจมัน เขาซุกหน้าลงกับอกนุ่มของอีกฝ่าย
แล้วพลิกตัวกลับให้นารุโตะมาอยู่ด้านบนหนุนอกเขาแทนก่อนจะดึงผ้ามาห่มให้ ไม่นานร่างที่ทับเขาอยู่ก็หลับผล็อย

คงจะเหนื่อยสินะ

ความรู้สึกเต็มตื้นแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่รู้ทำไมถึงรักได้มากมายเพียงนี้ จะไม่ยอมเสียไป จะไม่ยอมเสียให้กับแสงอุษาหรือใครๆแน่ ทั้งนาย ทั้งลูกของเรา

ขอสาบานไว้ด้วยชีวิตทั้งชีวิต..........................


An accident or not!! (special)
-END-
   

 

An accident or not ?? 9 [end]

posted on 17 Nov 2008 22:45 by crazy-naruto

 

 

  

Part 9


หมับ!!!

อ๊ะ!!! ซาสึเกะ!!!!

นารุโตะ....ได้โปรด ...อย่าหนีฉันอีกเลย ขอร้อง อยู่กับฉัน อยู่กับฉันเถอะ ฉันขอโทษที่ทำนายเจ็บปวด ขอโทษ ขอโทษ!!!!!

นารุโตะทำอะไรไม่ได้เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังร้องไห้กอดเขาแน่นจากด้านหลัง คนที่ช่างทิฐิ ขี้เก๊ก ชอบว่าเขา ชอบยั่วโมโห ...แต่ก็ช่วยเหลือทุกครั้งที่มีอันตราย.........คนนั้นกำลังเสียน้ำตาเพราะเขา......
มือของซาสึเกะสั่นเทา ตัดสินใจกุมมือของร่างสูงไว้แน่นเช่นเดียวกับที่อีกฝ่ายกอด น้ำตาหลั่งรินไปพร้อมๆกัน บางอย่างที่อยู่ข้างในอกมันพองโตขึ้นจนทนไม่ไหว

สิ้นสุดแล้วใช่ไหมกับการอดทน.............
จบแล้วใช่ไหมกับความทรมาน…………….

ซาสึเกะ ซาสึเกะ ซาสึเกะของฉัน...ฮึก ฮึก

นารุโตะหันตัวกลับเพื่อจะได้กอดอีกฝ่ายได้เต็มอ้อมแขน ริมฝีปากเด็กหนุ่มประทับที่หน้าผากอย่างหวงแหนก่อนที่จะไล่จูบมาเรื่อยๆ ตามคิ้ว หางตา โหนกแก้มนุ่ม
ร่างในอ้อมแขนหลับตา แขนบางโอบรอบแผ่นหลังซาสึเกะมือสองข้างทั้งขยุ้มทั้งดึงทึ้งเสื้อเด็กหนุ่มแน่นให้สาสมกับความคิดถึงที่ซ่อนเร้นมาตลอด
ริมฝีปากอุ่นคลุกเคล้าหากันอย่างยินดีและเต็มใจเนิ่นนานก่อนผละออกช้าๆ

อย่าร้องไห้ ฉันอยู่นี่แล้ว ไม่ไปไหนแล้ว

นารุโตะพูดพลางใช้นิ้วปาดน้ำตาให้เด็กหนุ่มทั้งที่ตัวเองก็ยังน้ำตานองหน้า ใบหน้าของคนที่รักพอได้เห็นแล้วมันอิ่มเอมใจเช่นนี้เอง สายตาที่สบประสานสื่อความรู้สึกที่อัดแน่น
คำเดียวที่ฉายชัดในดวงตาคือ รัก รักเท่านั้น
นารุโตะเองก็โดนอีกฝ่ายเช็ดน้ำตาให้ ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งอะไรอีกแล้ว ยามนี้มีเพียงความรู้สึกจากใจล้วนๆ

ฉันไม่เคยเสียใจ ที่นายท้องลูกของฉัน…..ไม่เคยสักครั้งไม่เคยเลย...

เด็กสาวยิ้มซุกตัวกอดซาสึเกะอีกครั้ง เด็กหนุ่มกอดตอบอุณหภูมิร่างกายที่หลอมรวมไม่ต่างจากคืนแห่งฝันนั้น

คนที่กอดเราคือ ซาสึเกะ คือพ่อของเด็กที่อยู่ในท้องของเรา
ตามเจอได้ยังไงกันร่างที่ซุกอกเด็กหนุ่มเอ่ยถามใบหน้ายิ้มใส ตื้นตันใจ

ท่านโฮคาเงะเป็นไกด์น่ะสิ

อ๊ะ!!

เป็นอะไร รึเปล่า นารุโตะ
เปล่า เจ้าหนูดิ้นซาสึเกะถอนใจโล่งอกนึกว่าเขากอดแน่นไปจนทำให้อึดอัดเสียอีก
ขอจับได้รึเปล่าเด็กหนุ่มกระตือรือร้นจนนารุโตะรู้สึกขำนิดๆ ร่างบอบบางค่อยๆเอามือตัวเองที่กุมท้องอยู่เดิมไปดึงมือซาสึเกะมาวางที่บริเวณที่เจ้าตัวเล็กดิ้นก่อนปล่อยให้ซาสึเกะลองจับเองดู
ดิ้นจริงด้วย
อุ๊ก คิก ฮ่า ฮ่า ฮ่า ซาสึเกะเงยหน้ามองนารุโตะที่เอามือปิดหน้าที่แดงก่ำจากการหัวเราะ
ขำอะไร
หน้านายน่ะ ยิ้มแก้มปริหุบไม่ลงแล้ว

แต่คนที่นั่งขำอยู่ก็ต้องหยุดทันทีเมื่อเด็กหนุ่มเคลื่อนตัวเข้ามาจูบเขาแล้วลงไปเอาหูแนบที่ท้องนิ่งอยู่นาน คนถูกจูบหน้าแดง ปากบ่นขมุบขมิบ
ไม่อายมั่งเลยรึไง
เมื่อกี้ไม่เห็นว่าเลยซาสึเกะแอบยิ้ม แล้วนอนฟังเสียงหัวใจเต้นของอีกหนึ่งชีวิตที่อยู่ในท้องของเด็กสาวคนสำคัญ
“5
เดือนแล้วนี่นะ
เด็กหนุ่มรู้สึกมีความสุขมากที่สุด
เกิดมาต้องแข็งแรงแน่ๆล่ะ ลูกเราซาสึเกะเอ่ย
แน่นอนฉันดูแลตัวเองอย่างดีเชียวนา ไม่แข็งแรงได้ไง

ซึนาเดะกลับเข้ามาอีกทีในตอนเย็นพอเห็นแล้วก็แสร้งว่าไม่เห็น ไม่อยากขัดความสุขใครบางคน...............
เลิกร้องไห้ซักทีนะ เจ้าหนู
..................................................................

หลังจากนั้นหญิงสาวก็จัดการให้ทั้งคู่จัดทะเบียนสมรสให้เรียบร้อย ส่วนนารุโตะให้ย้ายไปอยู่กับซาสึเกะ ตอนแรกเจ้าตัวไม่ยอมท่าเดียวจะกลับบ้านเดิม เพราะไม่คุ้นที่ ซาสึเกะกล่อมอยู่นานถึงยอมไป สักพักทุกอย่างก็ลงตัว

สวนนี้ใช่ไหมที่นายบอกจัดใหม่เพื่อฉันน่ะ

เด็กสาวผมสีบลอนด์ทองเอ่ยอย่างถูกใจเมื่อลงมาเดินเล่นที่สวนในตอนเย็น โดยมีคนรักคอยประคองอยู่ข้างๆ ซาสึเกะพยักหน้าแล้วยิ้มหวานๆมาให้จนรู้สึกว่าตนหน้าแดง
นารุโตะจับมือของร่างสูงที่วางบนไหล่มาแนบที่ข้างแก้มก่อนเลื่อนมาจูบเบาๆ หลับตาพริ้ม แหวนทองกลมเกลี้ยงประดับเพชรเม็ดเล็กๆที่นิ้วนาง....

นิ้วที่มีเส้นเลือดต่อตรงถึงหัวใจ คนอียิปต์โบราณถือนักถือหนาว่าการสวมแหวนที่นิ้วนี้ก็คือการสวมใจ มัดใจ
ใจของเธอเท่านั้นที่เป็นของฉันและใจของฉันเท่านั้นที่เป็นของเธอ
แหวนสองวงที่นิ้วนางซ้ายของคนสองคน ความหมายนั้นมากค่ามากราคายิ่งกว่าเพชรแท้หรือทองคำบริสุทธิ์ ห่วงที่คล้องสองใจ......

ซาสึเกะลูบแก้มนิ่มนวลก่อนดึงเจ้าของแก้มเข้ามากกกอดอย่างรักใคร่ เชยคางมนสวยขึ้นมาจูบเนิ่นนาน
จูบอุ่นๆ กับ ใจอุ่นๆแล้วก็กอดอุ่นๆ ที่หล่อเลี้ยงรักให้เติบโตไปพร้อมๆกัน

*********************

เจ้าหนูอุจิวะเป็นไงบ้างดูแลนารุโตะดีไหมคุโนะอิจิหญิงเอ่ยถามคาคาชิในบ่ายวันหนึ่ง
ดีเสียยิ่งกว่าดี เมื่อวานผมแวะไปหา นารุโตะยังบ่นเลยครับว่าจะเป็นหง่อยอยู่รอมร่อแล้ว

หญิงสาวนึกขำ นี่เจ้าหนูอุจิวะคงจะไม่ยอมให้ทำอะไรเลยมั้งเนี่ย แต่ดูแลกันดีแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ
รู้สึกว่าจะใกล้กำหนดคลอดแล้วนี่
ครับ คงจะช่วงเดือนกรกฎา
อือ งั้นรึ ว่าแต่นายเถอะเดี๋ยวนี้เป็นแขกประจำบ้านฮารุโนะไปแล้วนี่ ระวังจะเข้าอีหรอบที่ว่า สมภารกินไก่วัดไม่ก็โคแก่กินหญ้าอ่อนเอานา

ได้ทีโฮคาเงะสาวก็แซวโจนินหนุ่มแรงๆเข้าสักที จนคาคาชิต้องแก้ตัวเป็นพัลวัน
คงไม่ขนาดนั้นมั้งครับยังไม่ทันจะได้เอ่ยแก้ตัวไปมากกว่านี้ก็ถูกเสียงของเด็กสาวซากุระเรียกเข้าให้
ครูคาคาชิ-------ไปเยี่ยมนารุโตะกันเถอะค่า------ทั้งคู่หันไปมอง
ซึนาเดะได้แต่ยิ้มรู้ทันประมาณนั่นไงไม่ทันจะแก้ตัวหลักฐานก็มาพอดีทำเอาโจนินหนุ่มต้องขอตัวเอามือเกาหัวแล้วลาไปกับเด็กสาวอย่างเขินๆ
................................................................
.......................................................................................
..................................................................................................................
เดือนที่ 8

นารุโตะนั่งอยู่บนระเบียงห้องของซาสึเกะท่ามกลางเสียงหรีดหริ่งเรไร และแสงเรื่อเรื่องของหิ่งห้อย มือลูบท้องวนไปมา ดวงตาทอดมองท้องฟ้าที่ดูสงบเงียบ
คืนนี้รู้สึกว่าดาวมากเป็นพิเศษ แม้แต่เขาเองก็รู้สึกว่าคืนนี้

พิเศษ

โนโซมุ ชื่อว่า โนโซมุ แล้วกัน อุจิวะ โนโซมุหลังจากคิดชื่อลูกเป็นที่เรียบร้อย เสียงเพลงกล่อมเด็กก็ดังแว่วคลอสายลม ซาสึเกะเดินออกมานั่งอยู่ข้างๆ แล้วกอดเอาไว้

เสียงเพลงหวานกล่อม เจ้านอนหลับฝัน เรียวไผ่ ไหวพลันดั่งท่วงทำนอง ลมหนาวมาแล้วเสียงแผ่วหวานกล่อม ร้อยทุกคำทำนองด้วยรักจากใจ
พ่อเจ้าอยู่นี่แม่ก็อยู่นี่ ไม่อาจจากไกล ขอเจ้าฝันหวานผ่านพบวันใหม่ ละอองดาวสุกใสอยู่ในดวงตา

โนโซมุ - - จันทร์เต็มดวง ความคิดถึงบ้าน มองเหม่อไปไกล เทพจันทรา ความต้องการอันแรงกล้า

นี่ซาสึเกะ จะว่าอะไรไหมถ้าจะให้เด็กคนนี้ชื่อว่า โนโซมุนารุโตะถามความเห็นแต่ใช้น้ำเสียงอ้อนนิดๆ
ฉันตั้งไว้เหมือนกัน แปลกนะ ที่ฉันก็อยากตั้งชื่อว่า โนโซมุ
เป็นอันว่าตกลงตามนี้
สักพักนารุโตะก็กระตุกเสื้อของเด็กหนุ่ม ใบหน้าแสดงอาการผิดปรกติให้เห็น

ซาสึเกะๆ ฉันเจ็บท้อง พาไปโรงพยาบาลที!!

นารุโตะถูกส่งมาโรงพยาบาล พอมาถึงแพทย์และพยาบาลให้เข้าห้องคลอดทันที คาคาชิตามมาถึงทีหลัง ซาสึเกะขอเข้าไปเป็นกำลังใจให้นารุโตะ
ร่างที่นอนอยู่กำมือเขาแน่น

ฉันกลัว ซาสึเกะ
ไม่ต้องกลัว ลูกจะปลอดภัย อย่าลืมสิ เขาเป็นลูกเรา เด็กคนนี้จะแข็งแรงเด็กหนุ่มพยายามพูดให้นารุโตะคลายกังวล ก่อนที่ถูกพยาบาลกันให้ไปรอข้างนอก

ไม่ต้องห่วงนะคะ ทางเราจะดูแลสุดความสามารถค่ะ

ประตูถูกปิดลง เด็กหนุ่มพยายามมองลอดเข้าไปข้างในผ่านกระจกฝ้าแต่ก็มองไม่เห็นอะไรอยู่ดี พอเดินมานั่งรอก็นั่งไม่ติดเก้าอี้เพราะความเป็นห่วง ได้ยินเสียงแว่วมาจากข้างในอยู่เนืองๆจับใจความได้แค่ว่า

ผ่อนคลายนะคะ นับ 1-2-3 แล้ว เบ่ง เลยค่ะ!!!

เด็กหนุ่มตัดสินใจโทรตามครูโจนินกับคุโนะอิจิหญิงโฮคาเงะเพื่อแจ้งข่าว
ตลอดการทำคลอดซาสึเกะพยายามข่มความอยากจะเข้าไปในห้องคลอดเอาไว้ เขารู้แหละว่าจะเข้าก็เข้าได้แต่ก็ไม่อยากจะเข้าไปเกะกะพยาบาลอีกทั้งจะทำให้นารุโตะกังวลไปเปล่าๆ
ไม่นานนักคาคาชิกับซึนาเดะก็ตามมาถึงโรงพยาบาล เห็นเด็กหนุ่มนั่งอยู่ท่าทางร้อนใจหนักเลยต้องพยายามพูดให้คลายกังวลกันยกใหญ่

ปัง!!!

คลอดแล้วค่ะ!! เด็กผู้หญิง แข็งแรงมากด้วย!!!

พยาบาลคนหนึ่งออกมาบอกอย่างตื่นเต้น ซาสึเกะรีบตามพยาบาลคนนั้นเข้าไป ภาพที่เห็นคือร่างของนารุโตะที่ชุ่มเหงื่อใบหน้าเหนื่อยอ่อนหากยังคงยิ้มเป็นสุข พยาบาลคนเดิมห่อผ้าขาวๆมาให้อย่างระมัดระวัง เด็กสาวรับไว้ในอ้อมแขนทะนุถนอมก่อนหันมามองแล้วเรียกเขาเข้าไปใกล้ๆอีกหน่อย ด้วยความตื่นเต้น ซาสึเกะเข้าไปนั่งยืนอยู่ข้างๆเตียง

ลูกน่ารักจัง... ดูสินารุโตะยื่นเด็กน้อยให้ซาสึเกะดู น้ำตาคลอด้วยความยินดี ซาสึเกะยื่นมือที่สั่นน้อยๆไปเปิดผ้าที่บังหน้าเจ้าตัวเล็กจากสายตาเขาออกเพื่อที่จะมองได้ถนัดขึ้น ระหว่างที่เขาก้มลงไปดูลูกน้อยนั้นเอง ร่างที่นอนอุ้มเจ้าหนูก็กระซิบที่ข้างหูเบาๆ

แล้วก็สุขสันต์วันเกิดนะ วันนี้วันที่ 23 กรกฎาพอดีเลย

เด็กหนุ่มยิ้มให้ทั้งคู่แล้วจูบหน้าผากร่างที่เหนื่อยอ่อนจากการคลอดเบาๆก่อนเอ่ยด้วยเสียงเปี่ยมรัก

เป็นของขวัญที่ดีที่สุดที่เคยได้มาเลยในชีวิต

คุณพ่อคุณแม่จะตั้งชื่อลูกว่าอะไรคะ

โนโซมุ

ทั้งคู่ตอบพร้อมกัน

ชื่อน่ารัก เหมาะเลยค่ะ คลอดก่อนกำหนดแต่ไม่เป็นไรค่ะเด็กแข็งแรงดี ท่าทางจะได้สีผมจากคุณพ่อ สีตาจากคุณแม่นะคะ
หลังจากสนทนากันแล้วพยาบาลก็ขอตัวไปจดบันทึกรายละเอียด
ซาสึเกะกระซิบเบาๆกลับให้นารุโตะฟัง พอได้ยินเขาถึงกับยกมือปิดหน้า น้ำตาแห่งความสุขไม่อาจกลั้นไว้ได้ แขนเขาสวมกอดอีกฝ่ายไว้ คะยั้นคะยอให้พูดอีกครั้ง
ต่อหน้าลูกห้ามโกหกนะดวงตาสีฟ้าเข้มสวยด้วยละอองน้ำตาเอ่ย

ไม่มีวันโกหก

ประโยคที่จะจำไปชั่วชีวิต.......................................................

ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ฉันรักนาย นารุโตะ


An accident or not….

-END-
 

 

An accident or not ?? 8

posted on 17 Nov 2008 22:43 by crazy-naruto

 

 

Part 8

หลังจากครั้งที่ซาสึเกะบุกไปถึงห้องทำงานของท่านซึนาเดะแต่กลับเจอหนึ่งในสามนินจาจิไรยะแทนทำให้ถูกหลังมือคาคาชิจนสลบคาโต๊ะเพราะเกือบจะล่วงเกินคือกระชากคอชายร่างใหญ่มาถามว่านารุโตะอยู่ที่ไหน


คาคาชิเองก็รู้ว่าที่เด็กหนุ่มทำลงไปไม่ได้เจตนาแต่เพราะห่วงคนที่ตามหามากทำให้ขาดสติไปชั่ววูบ จิไรยะเองก็ไม่ถือสาหาความอะไร พอซาสึเกะฟื้นจากการสลบก็ดูแปลกๆไปอยู่หลายวันแต่สุดท้ายก็กลับมารับภารกิจได้ตามเดิมแม้ว่าจะไม่มีนารุโตะก็ตามที

ซากุระเองก็ถามหานารุโตะตลอดจนคาคาชิเองก็ไม่รู้จะเลี่ยงยังไง เด็กหนุ่มก็ดูหงุดหงิดทุกครั้งที่เด็กสาวเอ่ยถึงนารุโตะจนโพล่งออกไปเองเลย

นารุโตะน่ะจะไม่มาทำภารกิจกับเราอีกแล้ว แล้วก็เธอน่ะเลิกมาประจ๋อประแจ๋กับฉันซักที ฉันมีคนรักแล้ว


ประโยคทีทำซากุระแทบจะล้มทั้งยืน โจนินหนุ่มก็ได้แต่ยืนอึ้ง ส่วนตัวคนพูดเดินกลับบ้านไปไม่ใส่ใจทั้งครูโจนินและเพื่อนร่วมทีมสาว

พอผ่านวันที่ซาสึเกะประกาศอย่างไร้เยื่อใยกับซากุระก็ดูเหมือนสาวเจ้าจะเงียบตามไปอีกคนยิ่งทำให้ทีมเกิดบรรยากาศอึดอัดเข้าไปอีก คาคาชิได้แต่ถอนใจ
นี่ถ้านารุโตะอยู่มันก็คงไม่เป็นแบบนี้หรอก

ครูคะ

หือ มีอะไรรึเปล่า ซากุระ

ชายหนุ่มกลับมาสนใจในเสียงเรียกของลูกศิษย์สาวหลังจากคิดถึงเด็กสาวผมบลอนด์อีกคนที่หนีหายไปอยู่ที่ไหนก็ไม่มีใครรู้ได้นอกจากโฮคาเงะหญิงซึนาเดะ ซึ่งตอนนี้ก็ไม่ได้อยู่ที่หมู่บ้านเช่นกัน
เล่าเรื่องนารุโตะให้หนูฟังหน่อยสิคะ หนูรู้นะว่าครูปิดบังอะไรอยู่แน่ๆซากุระเอ่ยในเย็นวันหนึ่ง เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วเขาเองก็คงจะต้องบอกขืนอมพะนำต่อไปคงมีแต่ทำให้อะไรๆมันแย่ลง

ครูไปคุยที่บ้านก็ได้ พ่อกับแม่จะได้ไม่ว่าหนูเรื่องกลับบ้านช้าเด็กสาวเอ่ยท่าทางซึมๆเพราะสิ่งที่ซาสึเกะพูดยังฝังหัว คาคาชิได้แต่ลูบผมเด็กสาวและพูดปลอบไปเรื่อยๆเท่านั้น แต่เท่าที่ดูมันก็ไม่ค่อยจะได้ประโยชน์อะไรนัก เดินไปสักพัก เด็กสาวก็ยกมือขึ้นจับมือของครูโจนิน พอคาคาชิหันไปมองก็เห็นซากุระน้ำตาร่วงเผาะจนเขาต้องหยุดปลอบ

ครูคะ ซาสึเกะ กับนารุโตะ...ฮึก...เขา ชอบกัน...ใช่ไหม ฮึก..โจนินอย่างเขาเองยังต้องทึ่งในเซ้นส์ของเด็กผู้หญิง ยิ่งเป็นซากุระด้วยแล้วมันคงไม่ยากที่จะปะติดปะต่อเรื่องอย่างมีเหตุผล

ครูไม่อยากให้เธอเสียใจหรอกนะ แต่ถ้าไม่บอกมันก็คงยิ่งรู้สึกแย่ใช่ไหมล่ะ

เด็กสาวพยักหน้าหงึก เธอทำใจไว้แล้วในเรื่องนี้เพราะตั้งแต่งานครบรอบหมู่บ้านเธอมองเห็นบางอย่างเปลี่ยนไปจากสายตาที่เพื่อนร่วมทีม
ของเธอทั้งคู่มองกันและกัน ตอนแรกเธอก็ไม่ใส่ใจแต่ยิ่งเห็นท่าทางอาการของเด็กหนุ่มอุจิวะเธอก็ยิ่งหวั่นว่าสิ่งที่เธอคิดมันจะจริงขึ้นมา

ตอนแรกเธอจะถามนารุโตะให้รู้แน่แต่พอเห็นอีกฝ่ายร่างกายผิดปกติอีกทั้งยังหายหน้าหายตาไปบ่อยๆเธอก็คิดว่า อย่าถามเลยจะดีกว่าเพราะสีหน้าของนารุโตะเวลาเจ้าตัวเผลอตอนอยู่คนเดียวมันเศร้าเหลือเกิน เธอไม่อยากเพิ่มเรื่องให้เจ้าตัวต้องคิดมากไปกว่านี้

บอกมาเถอะค่ะครู หนูทำใจไว้แล้วเด็กสาวปาดน้ำตาเงยหน้ามองครูโจนิน

นารุโตะเขา....ท้อง.....ขนาดว่าเตรียมใจแล้วแต่พอได้ยินซากุระเองก็ถึงกับถลึงตาไม่เชื่อ ได้แต่เอ่ยอย่างช็อคๆ

ไม่มีทาง ทำไม ก็นารุโตะเขา...เป็นผู้ชายนี่….เอ๊ะ หรือว่า ตอนที่...

ใช่ นารุโตะ กับซาสึเกะมีอะไรกัน ตอนนั้นนารุโตะอยู่ในร่างเด็กผู้หญิงเด็กสาวถอยหลังเพื่อทรงตัว คำตอบที่ได้เหนือการคาดหมายมากเกินไป นัยน์ตาสีเขียวหรุบต่ำก่อนที่ร่างทั้งร่างจะลงไปนั่งพังพาบอยู่กับพื้น
ซากุระ เป็นอะไรรึเปล่าคาคาชิเข้าไปช่วยพยุงตัวเด็กสาวที่ส่ายหน้าปฏิเสธว่าไม่เป็นไรแต่ดูยังไงก็เป็นแน่ๆ ซากุระพยายามยันตัวลุกแต่ก็ล้มลงไปนั่งอยู่ท่าเดิม น้ำตาเริ่มร่วงผล็อยๆเป็นหนที่สอง


คงยากจะยอมรับในตอนนี้ล่ะนะ แต่อย่างซากุระไม่นานก็คงเข้มแข็งขึ้นได้แน่ชายหนุ่มร่างสูงคิดก่อนตัดสินใจอุ้มเด็กสาวขึ้น
อ๊ะ ครูคาคาชิ ไม่เป็นไรเดี๋ยวหนูเดินเองได้ค่ะ
เฮ้อ ช่างเถอะน่า ขาไม่มีแรงแล้วไม่ใช่รึไงกัน ไม่ต้องคิดอะไรมากนักหรอกพอครูพูดแบบนั้นเธอเองก็เลยยอมให้โจนินหนุ่มอุ้มกลับบ้านไปแต่โดยดี พอถึงบ้านพ่อกับแม่ก็กำลังรอทานข้าวเย็นอยู่คาคาชิเลยได้เข้าร่วมทานอาหารเย็นฝีมือบ้านฮารุโนะ

***********************

ถามหาที่ท่าเรือไหนก็ไม่มีใครเห็น นายไปอยู่ที่ไหนกันนารุโตะร่างที่หอบเหนื่อยจากการเดินทางตามหาคนสำคัญนั่งลงที่ม้านั่งริมท่าเรือพลางเอ่ยอย่างครุ่นคิด

ตอนนี้ก็เริ่มดึกแล้วคนเริ่มบางตาลงทุกที มองเห็นไฟริบหรี่ที่ประภาคารไกลๆ เขาออกตามหานารุโตะแบบนี้มาเกือบเดือนแล้วแต่ก็ยังไร้ร่องรอย แม้กระทั่งถามจิไรยะก็ยังไม่รู้โฮคาเงะยิ่งไม่ต้องพูดถึงวันๆเอาแต่ทำงานอยู่ในห้องเขาพยายามขอพบจะได้ถามเรื่องนารุโตะก็ถูกบ่ายเบี่ยงตลอด จนเขาเองก็จนปัญญา

ซาสึเกะหลังจากที่รู้ตัวเองก็พยายามตั้งสติเช็คตามท่าเรืองที่คิดว่านารุโตะใช้โดยสารแต่เบาะแสน้อยเกินไปท่าเรือที่อยู่ใกล้ที่สุดก็อยู่ห่างไปจากหมู่บ้านหลายกิโลพอสมควร และไม่ได้มีแค่ท่าเรือเดียวแต่ถึงอย่างนั้นเด็กหนุ่มก็ยังค้นหา การถามไปทีละท่าเรือทำให้กินเวลานานมากแต่ก็ต้องยอม

อีกทั้งเวลาเขามีแค่ช่วงกลางคืนเท่านั้นเพราะตอนกลางวันก็ต้องทำภารกิจที่ไม่ว่ายังไงก็ทิ้งไม่ได้ นินจาที่ไม่ปฏิบัติภารกิจก็เหมือนกับก่อสวะที่ไร้ประโยชน์ แม้ว่าใจนั้นอยากจะทิ้งภารกิจบ้าๆบอๆเพื่อเอาเวลาไปตามหาคนสำคัญแต่เพราะเป็นนินจาสายเลือดอุจิวะเขาจำต้องรู้หน้าที่คือหน้าที่ เรื่องส่วนตัวก็เรื่องส่วนตัว

และเป็นอีกคืนที่คว้าน้ำเหลว ซาสึเกะกลับมาที่หมู่บ้าน พาร่างที่อ่อนแรงเดินไปตามถนนจนถึงหน้าบ้านของร่างที่เขาเคยกอดไว้แต่บัดนี้กลับว่างเปล่า ภายในบ้านนั้นมืดสนิทไร้วี่แววผู้คน

ประตูถึงจะล็อกแต่สำหรับเขามันก็เหมือนกับเป็นแค่การบิดลูกบิดประตู เด็กหนุ่มเดินเข้ามาในบ้านที่ฝังกลิ่นอายของเจ้าของนันย์ตาสีฟ้าสดเอาไว้แล้วล้มตัวลงบนเตียงของคนที่ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว

เสียงแจ้วๆกังวานใสยามเอ่ยปากพูดคุยกับเขา ดวงตาสีฟ้าจัดที่ดึงดูดใครต่อใครได้ไม่ยากเย็นเพียงแค่ปรายตา เส้นผมสีบลอนด์นุ่มลื่นชวนให้จับต้อง ผิวสะอาดเกลี้ยงน่าสัมผัสทุกครั้งที่อยู่ใกล้
หายไปแล้ว...............จากไปแล้ว................................

และไม่รู้ว่าทั้งชีวิตของเขาจะได้กลับคืนมาไหม.................................................................
เสียงเคาะไม้ที่ใช้บอกเวลาในหมู่บ้านดังขึ้นสามครั้ง.....ตีสามแล้ว...................

ไม่นานนักซาสึเกะก็หลับลงด้วยความเหนื่อยล้า


แต่แม้ต้องตามหาจนเลือดและลมหายใจเหือดหายไปก็จะหาให้เจอ!!!!!!!


.****************************
ลืมตาขึ้นมาในตอนเช้าตรู่แต่ก็ยังไม่อาจคลายความอ่อนล้าไปจากแววตาได้ เด็กหนุ่มนอนจ้องเพดานห้องนิ่งราวกับว่ามีหน้าของคนที่ตามหาประทับอยู่บนนั้น มือเริ่มดึงหมอนและผ้าห่มมากอดไว้แล้วซุกหน้าลงไป

นายอยู่ที่ไหนกัน นารุโตะ.... อยู่ที่ไหน.......ทำได้แค่กอดหมอนของคนที่พร่ำเพ้อถึงเท่านั้น แต่กายที่ต้องการกอดกกไว้จริงๆกลับจากหาย กลิ่นผิวกายที่ติดตรึงอยู่ในเนื้อผ้ารังแต่จะทำให้คลั่งเจียนตาย
หา หา หา
ก็ทั้งที่หาจนพลังใจมันจะไม่เหลือแล้วแต่ก็ยังคงหา

ซาสึเกะคุงจ๊ะ

เสียงของเด็กสาวดังขึ้น นัยน์ตาสีเขียวจ้องมองร่างที่ดูอ่อนล้าของเด็กหนุ่ม เธอไปตามที่บ้านของซาสึเกะเองแล้วแต่ไม่เจอทั้งที่เลยเวลาที่คาคาชินัดมานาน และ เธอก็เดาไม่ผิดเด็กหนุ่มอยู่ที่บ้านของนารุโตะ เมื่อเธอเรียกชื่อ เสียงของเธอสั่นหากแต่ก็พยายามข่มมันเอาไว้

คนตรงหน้าเธอ ซาสึเกะที่เคยเข้มแข็ง ดวงตากลับเลื่อนลอยในมือนั้นกอดหมอนของคนที่เธอรู้จักดี เพื่อนร่วมทีมอีกคนที่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้วไว้แน่นเหมือนกับว่ากลัวจะมีใครมาแย่งชิงไป สิ่งที่นารุโตะทิ้งไว้ให้มีแค่ที่นี่เท่านั้น.........................

ซากุระ มีอะไรแม้จะเอ่ยตอบแต่ใบหน้านั้นก็ไม่ได้หันมามองเด็กสาว ซึ่งเธอก็พอจะเข้าใจว่ายามนี้เด็กหนุ่มตรงหน้าเธอคงจะกำลังเจ็บปวดอยู่มากเลยทีเดียว ก็คนสำคัญทั้งคน ไม่สิ สองคน หายไปแบบไม่รู้ข่าวอะไรเลยนี่

ฉันรู้จากครูคาคาชิแล้วว่านารุโตะคุงกับซาสึเกะคุง..เอ่อ..

อือ ใช่ แล้วฉันก็เลวทำหมอนั่นทรมาน ก็เลยหนีไป คงจะโกรธเกลียดฉันแล้วก็ได้เด็กสาวพูดอะไรไม่ออก แต่เรื่องนึงที่เธอต้องบอกซาสึเกะเรื่องที่เธอแอบได้ยินครูคุเรไนพูดกับท่านรุ่นที่ 5 ในห้อง
ฉันพอจะรู้ว่านารุโตะคุงเขาอยู่ที่ไหนนะ

ที่ไหน!!!!

เพียงแค่นั้นก็ทำให้ซาสึเกะถึงกับลุกพรวด ใจจดจ่ออยู่ที่คำพูดของเด็กสาว
เมื่อเช้าฉันไปหาท่านซึนาเดะมา แล้วแอบได้ยินครูคุเรไนพูดกับท่านซึนาเดะ ท่านซึนาเดะบอกว่าจะไปหานารุโตะขึ้นเรือตอนสองยามที่ท่าเรือไปแคว้นฮิโนะคุนิวันนี้

ดั่งจุดประกายหวังให้ลุกฮือขึ้นอีกครั้ง ซาสึเกะกระโดดลงจากเตียงคว้ามือเด็กสาวออกวิ่งทันที
เดี๋ยว!!! ซาสึเกะคุงจะไปไหน!!!!

ไปปฏิบัติภารกิจให้เสร็จเร็วๆฉันจะได้กลับมาเตรียมจัดของไปฮิโนะคุนิ!!!น้ำเสียงของเด็กหนุ่มกระตือรือร้นอย่างเห็นได้ชัด จนเด็กสาวใจชื้นขึ้นมา อย่างน้อยเห็นคนสำคัญมีความสุขแม้จะไม่ใช่ในแบบที่เธอเคยวาดหวังไว้แต่มันก็ทำให้รู้สึกเต็มตื้นในใจได้ไม่ต่างกัน ที่เหลือก็อยู่ที่นารุโตะแล้วว่าจะยอมกลับมาที่โคโนะฮะหรือเปล่า แต่ซากุระภาวนา .................ขอให้กลับเถอะ..............

ซากุระ.....ขอบใจมากนะ....
อื้อสาวน้อยยิ้มตอบอย่างเต็มใจ

ภารกิจเสร็จสิ้นลงในช่วงเย็นแม้ว่าจะพยายามเร่งมืออย่างเต็มที่แล้วก็ตาม ซาสึเกะรีบกลับมาที่บ้านของตัวเองเพื่อเตรียมของที่จำเป็นสำหรับการเดินทาง เป็นเวลาค่ำแล้วตอนที่เตรียมของเสร็จเรียบร้อย เด็กหนุ่มเอาเป้ขึ้นหลังเช็คดูจำนวนเงินในสมุดบัญชีที่ตัวเลขมักไม่ค่อยลดลงสักเท่าไหร่

มรดกของตระกูลที่เหลือทิ้งไว้จะว่าไปมันก็มากพอที่ถึงแม้จะไม่รับเงินจากภารกิจก็อยู่ได้อย่างสบายๆไปทั้งชีวิต แต่ว่าในเร็วๆนี้แหละที่เขาอาจจะต้องใช้เงินในการแต่งบ้านกับสวนใหม่ แต่จะแต่งยังไงก็คงต้องถามนารุโตะดูก่อนว่าชอบแบบไหน

แล้วยังเจ้าตัวเล็กที่จะต้องเกิดมาอีก จะเป็นเด็กหญิงหรือเด็กชายนะ ชื่อที่จะตั้งก็ยังไม่ได้คิดด้วย นารุโตะจะคิดไว้แล้วรึเปล่า ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงก็ดี แล้วถ้าจะมีอีกสักคนเป็นผู้ชายไว้สืบสกุลฝ่ายนั้นจะยอมเขาไหม คิดไปคิดมาก็ยิ่งอยากจะเจอหน้าเร็วๆขึ้นอีก

ระยะเวลาที่เดินทางไปท่าเรือพอถึงก็คงจะราวๆห้าทุ่มพอดี เรือออกสองยาม ระหว่างอยู่ในเรือก็ต้องห่างๆรุ่นที่ห้าเอาไว้ พอขึ้นฝั่งแล้วค่อยตามสะกดรอยไปเรื่อยๆเอาหลังจากวางแผนเรียบร้อยเด็กหนุ่มอุจิวะก็ปิดประตูออกจากบ้านมุ่งหน้าสู่ท่าเรือเดินทางไปแคว้นฮิโนะคุนิ

ซาสึเกะคุง!!!!
อ้าว ซากุระ มีอะไรยังไม่ทันได้ออกจากประตูของหมู่บ้านก็ถูกเด็กสาวเรียกตัวเอาไว้
นี่จ้ะ ฉันเอามาให้ กินระหว่างเดินทางนะ ยังไม่ได้กินข้าวเย็นไม่ใช่เหรอซากุระเอ่ยพร้อมกับยื่นข้าวกล่องให้ ซาสึเกะรับเอาไว้ นึกขอบคุณ
ขอบใจนะเด็กหนุ่มร่างสูงพอรับข้าวกล่องก็เริ่มออกเดินทาง โดยมีเด็กสาวตะโกนเชียร์ไล่หลัง

พานารุโตะกับเจ้าตัวเล็กกลับมาให้ได้นะ!!!!!

แน่นอน!!!

พอมาถึงท่าเรือได้ไม่นานนักซาสึเกะก็เจอหญิงสาวซึนาเดะ เมื่อยามฝั่งเริ่มเรียกผู้โดยสารที่มีไม่มากนักขึ้นเรือ ซาสึเกะเลยเข้าไปด้วยเพื่ออำพรางไม่ให้หญิงสาวเห็น เขาจำเป็นต้องหลบไปอีกด้านของเรือ กว่าจะถึงแคว้นฮิโนะคุนิคงพรุ่งนี้เช้าช่วงนี้เขาจึงพอที่จะนอนเอาแรงได้บ้าง เรือที่โคลงไปมาตามกระแสคลื่นยิ่งทำให้หลับได้ง่ายขึ้นไปอีก ตั้งตารอวันพรุ่งนี้ที่จะได้เจอกับคนที่ตาหามานานแรมเดือน.........................................

ซึนาเดะเองก็รู้ว่าถูกสะกดรอยตาม แต่ความจริงคือจงใจให้ตามต่างหาก หญิงสาวขึ้นเรือไม่ใส่ใจการตามมาของอีกฝ่ายมากนักเพราะอาจให้เกิดพิรุธได้ เพราะเรื่องที่มันควรจบมันก็ต้องจบได้แล้ว และไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบไหนเธอมั่นใจว่าเจ้าหนูของเธอจะต้องไม่เสียใจแน่ จากเวลาร่วมเดือนที่เธอเฝ้ามองความตั้งใจมุ่งมั่นและความเด็ดเดี่ยวของเด็กหนุ่มอุจิวะที่ตามหาตัวนารุโตะและถึงกระนั้นก็ยังไม่ลืมหน้าที่ภารกิจของนินจาที่จะต้องทำ

กลางวันออกไปทำภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายพอตกกลางคืนมีเวลาว่างก็ใช้เวลาทั้งหมดที่มีนั้นทุ่มเทในการหาตัวคนสำคัญ แสดงถึงความรับผิดชอบและความเป็นผู้ใหญ่ที่แบ่งหน้าที่ได้เหมาะสม เหตุนั้นเธอจึงตัดสินใจช่วยกลายๆแบบที่ทำอยู่นี้
เรื่องที่เธอพูดกับคุเรไนอันที่จริงจงใจให้เด็กสาวซากุระได้ยินและท่าว่าเด็กสาวคงจะบอกต่อเจ้าหนูอุจิวะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เจ้าหนูโชคดีจริงๆ คนแบบซาสึเกะคุงนี่แหละที่เหมาะจะเป็นผู้นำครอบครัวที่ดี แหม พูดแล้วก็อิจฉาเจ้าหนูหญิงสาวพึมพำ ขณะที่เรือใกล้จะถึงที่หมายแคว้นฮิโนะคุนิในตอนเช้ามืด

เมื่อเรือจอดเทียบท่าเป็นที่เรียบร้อยเหล่าผู้โดยสารเริ่มทยอยขึ้นเรือซาสึเกะถือโอกาสปะปนไปกับคนหมู่มากตามหลังหญิงสาวอยู่ห่างพอประมาณ จนคนเริ่มแยกออกไปตามทางของแต่ละคน

เหลือแค่เขากับคุโนะอิจิสาว การพลางตัวจึงยากยิ่งขึ้นหลายครั้งที่หลุดจนคิดว่าอีกฝ่ายรู้แล้วว่าถูกตามแต่ทว่าหญิงสาวยังเดินเฉยเหมือนไม่รู้ตัวจนซาสึเกะเองเริ่มแปลกใจว่าคนแบบนี้เป็นโฮคาเงะได้ไงขนาดแค่ถูกตามก็ยังไม่รู้เลย

หรือจะจงใจให้ตาม

เด็กหนุ่มเริ่มฉุกคิด แต่ไม่ทันได้คิดมากไปกว่านั้นก็เห็นบ้านหลังหนึ่งด้านนอกประดับเป็นปีกไม้สวยทั้งหลังกลมกลืนกับธรรมชาติรอบๆด้าน หญิงสาวเดินเข้าไปที่บ้านหลังนั้น ซาสึเกะขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกและใช้วิชาอำพรางตัวจนใกล้พอที่จะได้ยินบทสนทนาด้านใน

ชิซุเนะ เจ้าหนูเป็นไงบ้างล่ะ

ก็ดีค่ะ มีอาการแพ้ท้องบ้างเล็กน้อย ตอนนี้สงสัยรับแดดยามเช้าอยู่ด้านบนน่ะค่ะ

อือ แล้วรายนั้นบ่นบ้างไหมล่ะ ก็นะ ยังไงก็ท้องแรกด้วย คงจะลำบาก

ก็บ่นค่ะแต่บ่นเพราะห่วงลูกซะส่วนใหญ่

ตึก ตึก ตึก
ป้าซึนาเดะ!!มาแต่เช้าเลย!!!เสียงลงบันไดตามมาด้วยเสียงคนที่คุ้นหูซาสึเกะดังแว่วมา เสียงนี้แหละคนที่เขาตามหาอยู่ที่นี่แล้วจริงๆ

นี่ ชิซุเนะ เดี๋ยวฉันจะออกไปเล่นปาจิงโกะไปเป็นพื่อนหน่อย

อ้าว แล้วนารุโตะคุงล่ะคะ

อยู่คนเดียวที่บ้านได้รึเปล่านารุโตะ ไม่ค่อยอยากให้ออกไปด้วยที่นั่นมันควันบุหรี่แยะ

สบม สบายมาก เดี๋ยวจะอ่านหนังสือด้วย เมื่อวานพี่ชิซุเนะอุตส่าห์ออกไปซื้อให้

ซาสึเกะได้ยินดังนั้นเลยซุ่มรอจนกว่าทั้งคู่จะออกจากบ้าน ประตูแง้มเปิด สองสาวเดินออกมาจากบ้าน เด็กหนุ่มยิ่งหมอบตัวหลบลงต่ำโชคดีพุ่มไม้แถวนั้นสูงพอประมาณ เขาเห็นคุโนะอิจิหญิงคุยอะไรบางอย่างกับผู้ติดตามที่ชื่อชิซุเนะ อยู่ๆสาวคนนั้นก็ทำหน้าตาตื่นตกใจแต่ก็ยิ้มกว้างในภายหลังเนื่องจากสองคนนั่นเวลาคุยดันกระซิบกันทำให้ไม่ได้ยิน พอทั้งสองเริ่มก้าวขาก็เหมือนจงใจเดินเฉียดมาตรงที่เด็กหนุ่มซุ่มดูอยู่เพียงแต่ตาไม่ได้มองจับมาที่เขาเท่านั้นเอง

โอกาสเปิดให้แล้วก็ใช้โอกาสซะ

หญิงสาวดั่งว่าพูดขึ้นมาลอยๆแต่ซาสึเกะถึงกับอึ้งกิมกี่

รู้ตัวมาตลอดรึนี่ สมกับเป็นโฮคาเงะจริงๆ

เป็นครั้งแรกที่รู้สึกนับถือและขอบคุณโฮคาเงะสาวคนนี้ขึ้นมา รออีกสักพักทั้งสองคนก็เดินลับไป ซาสึเกะออกมาจากที่ซ่อนตัวยืนอยู่หน้าประตูบ้าน เริ่มเกิดอาการตื่นเต้นระคนกับความหวั่นใจ นารุโตะจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ตอนนี้ท้องคงจะขยายออกจนเห็นได้ชัดแล้วแน่ๆ คนที่ตามหาแค่เปิดประตูนี้เข้าไปก็จะเจอแล้ว
เด็กหนุ่มตัดสินในเปิดประตูแล้วเดินเข้าไปเงียบๆ

ใครน่ะ เข้ามาสิ ป้าซึนาเดะอ๊ะป่าว ไหนบอกว่าจะเล่นปาจิงโกะ กลับเย็นๆไง

นารุโตะพูดโดยไม่มองเพราะมัวแต่ง่วนอยู่กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลเด็ก บัดนี้หน้าท้องขยายออกจนเห็นได้ชัด ผมสีบลอนด์ทองยาวประบ่าถูกมัดเอาไว้

ซาสึเกะถึงกับมองค้าง ครั้งนี้ที่ได้มาเห็นดูยังไงก็เด็กสาวที่ตั้งครรภ์เขาเกือบจำนารุโตะไม่ได้ แต่เพราะผมสีทองกับน้ำเสียงนั่นยืนยันว่าใช่เจ้าตัวแน่ ความรู้สึกที่เอ่อท้นขึ้นมาผลักดันเขา
ในที่สุดเขาก็เจอนารุโตะ

ไม่ต้องเสาะหาอีกแล้ว ความรัก ความคิดถึง ความโหยหา

ครั้งนี้จะคว้าไว้ จะไม่ปล่อย ไม่ปล่อยอีกแล้ว

หมับ!!!

อ๊ะ!!! ซาสึเกะ!!!!

An accident or not ?? 7

posted on 17 Nov 2008 22:41 by crazy-naruto

 

 

 Part 7


At the night…
I realize this sorrow….
And make up my mind….to fade away

Thank you for the pain you give me……
When tears fall to the ground
You will not see me in your way anymore………….


***************************************************************

คาคาชิกลับมาบ้านในตอนเช้ามืด เมื่อคืนชายหนุ่มอยู่เฝ้านารุโตะที่โรงพยาบาลทั้งคืนจนแทบไม่ได้หลับได้นอน ลูกศิษย์เขาพ้นขีดอันตรายก็จริงแต่คำพูดที่คุโนะอิจิที่ทุกคนเคารพพูดทำให้เขารู้สึกหนักใจ

ภายใน 3 วันนี้ถ้าเจ้าหนูตกเลือดอีกที เด็กในท้องก็คงจะ.....

หญิงสาวไม่อาจเอ่ยออกไปให้จบได้ มันเป็นสิ่งที่ทรมานใจหล่อนยิ่งนัก แล้วนี่ถ้าเจ้าตัวรู้จะทำหน้ายังไง จะไม่ยิ่งเสียใจ คิดมากไปยิ่งกว่าหล่อนหรือ
โจนินหนุ่มเองก็ไม่อาจที่จะเอ่ยสิ่งใดได้เช่นกัน แม้กระทั่งหญิงที่ชื่อว่าเป็นถึงโฮคาเงะเองยังพยายามอย่างที่สุดที่จะกลั้นน้ำตา

สภาพจิตใจที่ถูกกดดันส่งผลกระทบต่อร่างกายและเด็กในท้องซึนาเดะเอ่ย ขอบตาแดงช้ำเนื่องจากเธอเองก็ไม่ได้พักผ่อนเลยเช่นกัน เป็นครั้งแรกที่คาคาชิเองก็รู้สึกถึงความอ่อนแรงในน้ำเสียงที่เคยดุดันแฝงอำนาจของหญิงสาว

ด้วยรักและผูกพันนั่นล่ะที่ทำให้เจ็บปวด ไม่ต้องบอกคาคาชิก็รู้ดีว่าท่านซึนาเดะคนนี้รักเจ้าหนูมากเพียงใด
แม้ไม่ใช่ผู้ให้กำเนิดแต่ก็รักดั่งลูก และเมื่อลูกกำลังเผชิญสิ่งที่เลวร้ายมีหรือที่แม่จะไม่เสียใจทุกข์ทรมาน


ซึนาเดะหลังจากรักษาจนสุดความสามารถแล้วก็ได้ย้ายเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าหม่นมาพักห้องแยกพิเศษ ที่สามารถมองเห็นสวนและวิวของต้นไม้ใบหญ้าได้ชัด เพราะเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะมีส่วนช่วยฟื้นฟูร่างกายจิตใจ ชายหนุ่มนั่งเฝ้าร่างที่นอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงใหญ่ ผ้าห่มสีขาวห่มมิดอกสักครู่จนแน่ใจว่าปลอดภัยจึงผละออกมา เหลือแค่โฮคาเงะสาวที่ยังคงยืนเช็คอาการอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ ทั้งที่ดวงตาใบหน้านั้นอิดโรยเต็มที

พอเดินมาถึงหน้าประตูทางเข้าบ้านก็สังเกตเห็นร่างหนึ่งนั่งพิงอยู่ท่าทางคล้ายคนหลับ คาคาชิสะกิดดูจึงได้รู้ว่าเด็กหนุ่มร่างสูงรอเขามาตั้งแต่เมื่อคืน เพราะใบหน้านั้นเย็นเฉียบอีกทั้งบนเส้นผมยังมีเกล็ดน้ำค้างที่แข็งตัวเกาะอยู่เต็ม

อ๊ะ!!! ครู นารุโตะ!!! นารุโตะมาที่นี่รึเปล่า!!!!

ร่างที่ถูกสะกิดเมื่อเห็นอีกฝ่ายก็ร้อนรนถาม ชายหนุ่มมองพยักหน้าแล้วไขกุญแจเปิดประตูก่อนจะเดินเข้าไปด้านใน

เข้ามาสิ ซาสึเกะ ครูมีเรื่องจะคุย
ผมก็เหมือนกัน

ผ้าขนหนูและผ้าห่มถูกยื่นให้เด็กหนุ่มที่นั่งมองคนยื่นด้วยสายตามากมายด้วยคำถาม เขามาหาครูโจนินตั้งแต่เมื่อคืนตอนประมาณสี่ทุ่มเศษหลังจากที่วิ่งรอบหมู่บ้านเพื่อตามหาคนที่เขาเคยได้ไว้ในอ้อมแขน หากก็ไม่พบร่องรอยใดๆ ไม่ว่าจะที่บ้านนารุโตะเอง บ้านซากุระ หรือบ้านใครๆที่เขาคิดว่านารุโตะจะไปแม้กระทั่งโรงเรียนนินจาจนที่สุดท้ายที่เขานึกขึ้นได้ก็คือบ้านของครูโจนิน แต่พอมาถึงประตูกลับล็อกเอาไว้ และที่ทำให้เขาเป็นห่วงยิ่งกว่านั้นคือ ทำไมหน้าประตูถึงมีรอยหยดเลือดเปื้อนอยู่

เขาตัดสินใจรอแต่เพราะความเหนื่อยล้าจากการค้นหาทำให้เขาเผลอหลับมาตื่นอีกทีก็คือตอนที่ชายหนุ่มสะกิด พอมองรอบๆจึงรู้ว่าเป็นเวลาเช้ามืด

ครูว่านารุโตะมาหาครูแล้วตอนนี้อยู่ไหนล่ะซาสึเกะเอ่ยหลังจากที่รับผ้าห่มมาพันรอบตัวเพิ่มความอบอุ่น คาคาชิเอาแก้วช็อกโกแล็ตร้อนมาวางไว้ตรงหน้าเด็กหนุ่มแล้วนั่งลงบ้าง
ก่อนที่เธอจะถามครู ครูขอให้เธอตอบมาก่อนซาสึเกะพยักหน้า พยายามเก็บความร้อนใจเอาไว้ให้มากที่สุด
เธอคุยอะไรกับนารุโตะเมื่อวานคำถามที่ทำเอาอีกฝ่ายกระตุก สีหน้าสำนึกผิด

ผมมันแย่จริงๆ ผมทำนารุโตะร้องไห้ ผมบอกว่าผมไม่อยากเห็นหน้าเขา......
นารุโตะเขาว่าอะไร เธอถึงไปว่าเขาแบบนั้น

เขาชวนผมไปกินราเม็ง แต่ผมปฏิเสธ เขาบอกอีกว่าครูก็ไป แล้วก็จะชวนซากุระไปด้วย ผมก็เลย..
โกรธงั้นสิ เธอคิดว่าครูกับนารุโตะมีความสัมพันธ์ที่เกินเลยใช่ไหมล่ะ

ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าไม่ใช่มือของซาสึเกะเริ่มกำแน่น ใบหน้าที่นองน้ำตาทำให้เขารู้สึกเหมือนฟ้าฟาดลงมากลางใจ
ครูผมอยากเจอนารุโตะ!!!! เมื่อวานเขาตะโกนร้องไห้ใส่หน้าผมว่าจะไม่มาให้เห็นอีก รวมถึงลูกด้วย!!!!!

โจนินหนุ่มเอามือกุมขมับ นี่ซาสึเกะยอมรับแล้วสินะ ไม่สิความจริงอาจจะพอรู้และเริ่มยอมรับมาตั้งนานแล้วก็ได้แต่พอเห็นนารุโตะทำท่าทางปกติเลยไม่กล้าพูด จนเมื่อนารุโตะทนไม่ไหวระเบิดออกมาเองเลยมั่นใจสิท่า
ไม่เข้าใจทั้งที่ใจก็ตรงกันทั้งคู่แต่ทำไมเรื่องมันถึงบานปลายมาได้ขนาดนี้ คาคาชิคิดพลางนึกเห็นร่างที่นอนนิ่งอยู่ที่โรงพยาบาล

อีกสักสองสามวันครูจะพาเธอไปหานารุโตะแล้วกันคาคาชิตัดสินใจไม่บอกอะไรมากกว่านั้นและเลี่ยงที่จะไม่ให้ซาสึเกะไปเจอเด็กสาวก่อนที่จะพ้นกำหนดสามวัน ตอนนี้นารุโตะเปราะบางเกินไปที่จะเผชิญหน้า ดั่งแก้วร้าวที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อหากไปสัมผัสอย่างไม่ระวัง

ขอให้นารุโตะและเด็กในท้องอย่าเป็นอะไรไปเลย

โจนินหนุ่มรู้ดีลูกเป็นสิ่งสุดท้ายที่ค้ำชูเด็กสาวให้ยืนหยัดขึ้นได้ เป็นหวังเดียว...และหากเสียไป....เขาเองก็ไม่อยากจะนึกว่านารุโตะจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร

คนที่สูญเสีย.............เขาเห็นมามากมาย ไม่จบด้วยการฆ่าตัวตายก็จมอยู่กับความเศร้าหมองไปทั้งชีวิต น้อยคนเหลือเกินที่จะกลับมาร่าเริงเข้มแข็งและมีจุดหมายในชีวิตใหม่ได้ แล้วเรื่องแบบนี้ทำไมต้องเกิดกับลูกศิษย์ของเขา นารุโตะยังเด็ก และเป็นเด็กที่ตลอดชีวิตที่ผ่านมาก็ต้องเจอกับเรื่องหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว แต่ก็จะพยายามฝ่าฟันมาตลอด แต่ครั้งนี้มันเกินที่ไหล่บางๆนั้นจะรับไหวแน่

ถ้าเสียลูกล่ะก็.............
ถ้าเสียไปจริงๆล่ะก็..............................

อาจจะตัดสินใจตายไปเลยก็ได้ ตายทั้งที่ยังไม่รู้ว่าซาสึเกะรัก ทั้งแม่ทั้งลูก

ฉันไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นแน่นารุโตะคุง!!!

คาคาชิหลังจากเอ่ยปากบอกเด็กหนุ่มว่าจะพาไปหานารุโตะ ทำให้ซาสึเกะเบาใจไปบ้างแต่ไอ้สังหรณ์แปลกๆมันก็ยังคงรบกวนจิตใจของเขาอยู่เรื่อยๆ พอกลับมาถึงบ้าน ในสวนที่เขาเคยปลูกไม้หลากหลายไว้ วันนี้กลับดูหมองๆผิดปกติ ดอกไม้ที่เคยสดกลับแห้งเฉาร่วงหล่น ใบไม้ก็ทิ้งใบ

ชักจะแปลกๆแล้วสิเด็กหนุ่มพยายามไม่คิดอะไรทางลบ ขจัดความว้าวุ่นใจไปแล้วตั้งหน้าตั้งตาดูแลสวนให้สวยสด ละอองน้ำจากสายยางถูกสาดไปทั่วเหล่าใบเขียวๆ ซาสึเกะดูแลมันด้วยหวังว่าสักวันนารุโตะอาจจะได้มาเห็นแล้วรู้สึกสบายตา

ถ้าคลอดแล้วฉันจะไม่ปล่อยนายอีกเลย นารุโตะ ทั้งนาย ทั้งลูกของนาย....ลูกของเรา...

ซาสึเกะคิดพลางวาดภาพเจ้าตัวเล็กที่หน้าตาคล้ายๆเขากับนารุโตะวิ่งซนไปมาบนบ้านและเล่นอยู่ในสวน แค่คิดมันก็ทำให้เขาเผลอตัวยิ้มออกมาซะนี่ จะว่าไปน่าจะซักสองคนกำลังดีแต่ว่าคนอุ้มท้องจะยอมรึเปล่าหนอ ตอนนี้คงได้แต่รอวันที่คาคาชิจะพาเขาไปหานารุโตะล่ะนะ ถ้าเจอแล้วจะกอดให้แน่นเชียว ยอมรับตัวเองเลยว่าเป็นพวกหึงแรงเหมือนกันแฮะเด็กหนุ่มนึกพลางหยุดรดน้ำต้นไม้เปลี่ยนไปพรวนดินที่โค่นต้นกุหลาบหินแทน

*************************

ช่วงสายคาคาชิกลับเข้าไปเยี่ยมนารุโตะอีกครั้ง พอเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าเด็กสาวนั่งพิงหมอนหลับตานิ่ง จากอากัปกิริยาเขาพอจะเดาได้ว่าทำสมาธิอยู่ คาคาชิเลยเดินเข้าไปนั่งข้างเตียงเงียบๆ นึกแปลกใจว่าทำไมอยู่ๆร่างบอบบางถึงได้เปลี่ยนแปลงท่าทางไปได้รวดเร็วนัก

เมื่อวานเขาจำได้ว่านารุโตะยังทำหน้าทุกข์ทรมานอยู่แท้ๆแต่วันนี้ใบหน้าที่ดวงตาปิดสนิทนั้นกลับเรียบนิ่งสงบดูไร้ความเจ็บปวดจากวันก่อนก่อนโดยสิ้นเชิง ไม่นานนักร่างที่นั่งตัวตรงอิงหมอนก็เปิดเปลือกตาขึ้น
นึกยังไงถึงได้ทำสมาธิ

ครูอิรุกะเคยสอนว่าสมาธิจะทำให้เกิดพลัง ผมเลยตั้งสมาธิ นึกถึงลูกในท้อง ขอให้ลูกแข็งแรง...... ปลอดภัย.....

ร่างที่นั่งพิงหมอนยิ้มเย็นหากซ่อนความอบอุ่นไว้ คาคาชิเห็นก็เอามือขยี้หัวเด็กสาวเบาๆ
เก่งนักนะเรา
ไอ้เราซะอีกที่กังวลจนเกินเหตุนึกว่าตอนนี้จะนั่งซึมไม่ก็นั่งร้องไห้ที่ไหนได้กลับรู้วิธีฟื้นฟูร่างกายกับจิตใจได้เองเลยแฮะเห็นอีกฝ่ายอาการดีขึ้นเลยอยากจะลองหยั่งเชิงเรื่องที่จะพาซาสึเกะมาเยี่ยมดู

นี่ นารุโตะเรื่องซาสึเกะ เธอจะเอาไง จะคุยให้เคลียร์ไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ

หน้าขาวนวลหลังจากยิ้มให้แล้วก็หันกลับไปมองที่นอกหน้าต่างด้านนอกตั้งใจที่จะไม่ตอบคำถาม ที่ต้นไม้สูงแผ่กิ่งก้านข้างหน้าต่างมีรังนกอยู่ ลูกนกตัวเล็กร้องจิ๊กจั๊กคอยอาหารที่ไม่นานนักก็มีแม่นกบินโฉบมาเกาะที่ขอบรังแล้วป้อนเหยื่อให้ ภาพนั้นทำให้เขาเข้มแข็ง แค่แม่นกตัวเดียวยังเลี้ยงดูลูกได้.................

และฝันเมื่อคืนก่อนยิ่งเพิ่มความแข็งแกร่งและความมั่นใจให้เขา...............................................
ครูฮะ เห็นนกนั่นไหมน่ะนารุโตะเอ่ยพลางชี้มือให้อีกฝ่ายมองตาม

อือ นกบลูทิสต์นี่นา

ผมว่ามันเก่งดีนะเด็กสาวไม่พูดอะไรอีกแต่ไหลตัวลงนอน คาคาชิจัดหมอนให้และดึงผ้าห่มมาห่มจนมิด นึกถึงคำที่โฮคาเงะสาวบอก สามวัน กำหนดคือสามวัน ถ้าบอกรังแต่จะเพิ่มความเครียดและกดดันร่างที่นอนอยู่นี่เปล่าๆ
ครู ไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงผมก็ไม่แท้งแน่ล่ะนารุโตะพูดราวกับรู้ว่าเขากังวลอยู่ทำเอาเขาเองก็ตกใจ
รู้เรื่องกำหนดสามวันแล้วรึ!!! แต่ว่าไปเอาความมั่นใจนั่นมาจากไหนขนาดท่านซึนาเดะยังหนักใจ

ลูกสาวผมน่ะแข็งแรงมากนะครั้งนี้นารุโตะยิ้มมุ่งมั่นยิ่งทำให้โจนินหนุ่มอึ้งหนักไปอีก เริ่มสงสัยว่าเด็กสาวรู้ได้ยังไง

หรือว่าท่านซึนาเดะบอกไม่ทันได้ถามหาคำตอบร่างที่พูดเมื่อสักครู่ก็หลับผล็อย คาคาชิจึงเลี่ยงออกจากห้องไปเบาๆแบบขามา พอเสียงประตูปิดลงร่างที่นอนหลับก็ลืมตาโพลง
ครูฮะ ผมขอโทษเรื่องที่ผมตัดสินใจไปแล้วอย่างหนึ่งแต่ไม่ได้บอก

ผมรู้ดีถ้าผมบอกครู ครูคงต้องบอกซาสึเกะต่อแน่ เพราะฉะนั้นอย่ารู้เลยนะฮะเด็กสาวพลิกตัวนอนตะแคงมองนกที่กางปีกบินอิสระ ลูกนกน้อยๆในรังรอคอยแม่นกที่ออกไปหาเหยื่อ ไม่ว่าจะมองซักเท่าไหร่ก็เห็นแค่แม่นกเท่านั้นที่บินออกไปและกลับเข้ามาที่รัง.....

หน่วยแพทย์และตัวซึนาเดะเองเฝ้าดูอาการของเด็กสาวอย่างใกล้ชิดอีกแค่วันเดียวเท่านั้นก็จะพ้นสามวัน ความห่วงและกังวลว่าเด็กจะแท้งลดน้อยลงไป หญิงสาวจึงคลายใจพักผ่อนได้บ้าง ตอนเช้าก็เดินเข้ามาตรวจอาการนารุโตะเช่นเคย และก็เป็นเช่นเดิมร่างที่อยู่ในห้องจะตื่นอยู่ก่อนเสมอและหน้าต่างที่เคยถูกปิดถูกเปิดออกให้ห้องรับอากาศยามเช้าตรู่ แดดอ่อนๆสาดส่องพาให้ภาพที่เห็นนั้นละมุนละไม เด็กสาวนั่งหลับตานิ่งที่โซฟานุ่มสีส้มข้างหน้าต่างดวงหน้านั้นยิ้มบางเป็นสุข สักครู่ก็ลืมตาขึ้นมองโฮคาเงะสาวที่มองอยู่นิ่งงัน

นั่งสมาธิอีกแล้วล่ะสิ

เปล่าฮะ แค่นั่งหลับตาแล้วปล่อยใจให้รับพลังอุ่นๆของแสงแดดได้เต็มที่เท่านั้นเองฮะ

หึ รู้ด้วยเหรอว่าแสงอาทิตย์จะช่วยเติมพลังกายพลังวิญญาณ
เจ้าหนูเขาสอนน่ะ แหะ แหะว่าจบก็ลูบท้องอย่างรักใคร่ จดอีกฝ่ายอดถามไม่ได้
เจ้าหนูในท้องน่ะรึ

ผมเล่าให้ป้าฟังยัง เรื่องฝันน่ะ แต่ดูท่าจะยังแฮะ

ฝันที่เห็นคืนก่อนคือตัวเองที่นั่งซุกตัวอยู่ที่โพรงไม้ใหญ่ ร้องไห้คร่ำครวญแต่ไม่นานนักก็มีเด็กสาวคนหนึ่งโผล่มาชวนเขาไปเล่นที่ริมบึง บึงน้ำยามค่ำสะท้อนแสงจันทร์จนทั้งบึงแทบจะเป็นสีเงิน ทั้งคู่ลงไปว่ายน้ำที่บึงใส บรรยากาศนั้นสลัวลางหากอบอุ่นใจ สนิทใจยิ่ง คงจะเพราะแสงจันทร์ที่ทอลงมานั้นราวกับจะเป็นแสงตะวัน เดือนเพ็ญสวยจับตาดั่งต้องมนต์

เด็กสาวว่ายน้ำเข้ามาใกล้ๆเขาแล้วกอดเอวเขาไว้แน่นเพิ่งจะได้สังเกตเต็มตาว่าเด็กสาวคนนี้ผมเป็นสีดำสนิทยาวสลวย ดวงตานั้นสุกสกาวดั่งว่าจับดวงจันทร์มาขังไว้ในตาคู่นั้นหากแต่ลองเพ่งพิศให้ดีจะเห็นเหลือบฟ้าใสของฟ้าคราม

หนูจะอยู่กับคุณ คุณจะแข็งแรงขึ้นแน่ แต่ต้องนั่งรับไอแดดตอนเช้าบ่อยๆ

ทำไมถึงจะอยู่กับฉันแล้วพ่อแม่หนูล่ะ แล้วทำไมถึงรู้ว่าฉันไม่ค่อยสบาย

เด็กสาวไม่ตอบแต่ยิ้มให้อย่างน่ารัก มือเล็กเลื่อนขึ้นจับใบหน้าของเขา สัมผัสที่ช่างคุ้นเคยเหมือนกับสัมผัสรักที่เขาลูบท้องขณะเจ้าตัวเล็กอยู่ในนั้น

แม่คะ หนูรักแม่ รอดูหนูลืมตานะ

ทันใดนั้นเขาก็ตื่นจากฝัน ที่ข้างแก้มมีน้ำตาไหลอาบ หากเป็นน้ำตาแห่งความปิติ มือกุมรอบท้องแน่น
ลูกของฉันความเข้มแข็งฟื้นคืนสู่ใจฉับพลัน


ซึนาเดะมองคนที่นั่งเล่าสีหน้ามีความสุขก็อดจะดีใจไม่ได้

ถ้าอย่างงี้ ไงก็ไม่แท้งแล้ว ดีจริงๆ
ป้าซึนาเดะ อย่าลืมที่สัญญานะ เรื่องนั้นน่ะหญิงสาวหุบยิ้มทันที ใจเริ่มห่วงขึ้นมาอีกระลอก แต่ก็ไม่อาจเอ่ยทักท้วง แววตามุ่งมั่นของคนตรงหน้าทำให้เธอต้องยอมแม้ว่าจะห่วงสักปานใดก็ตาม
ตกลงจะไม่บอกคาคาชิจริงๆใช่ไหม ถึงยังไงเขาก็ครูเธอ เป็นคนที่ห่วงเธอพอๆกับฉัน
ไม่ล่ะ เพราะห่วงนั่นแหละที่จะทำให้ซาสึเกะรู้ ดังนั้นผมจะไม่บอกเด็ดขาด

แล้วตัดสินใจว่าเมื่อไหร่ล่ะ

คืนนี้
เดี๋ยว ทำไมถึงไม่เป็นตอนเช้าพรุ่งนี้ล่ะ
ครูจะมาทันน่ะสิ เผลอๆได้ลากเจ้านั่นมาจะยิ่งยุ่งยากหนักเขาไปอีก ผมจิตใจอุตส่าห์ดีขึ้นแล้ว ร่างกายก็มีแรงแล้ว ไม่อยากจะดิ่งวูบตอนเจอหมอนั่นอีกหรอกนะ
ในเมื่อเด็กสาวพูดถึงขนาดนี้โฮคาเงะอย่างเธอก็คงจะขัดไม่ได้
แต่ทำไมถึงคิดว่าซาสึเกะจะมาล่ะ
แค่สังหรณ์เท่านั้น แต่ความเป็นไปได้ก็สูงมาก

ถ้าอย่างนั้น........หญิงสาวก้มลงจูบหน้าผากนารุโตะแผ่วเบา
รักษาตัวเองด้วยล่ะ แล้วฉันจะไปหาบ่อยๆ

แหม ป้า ให้พี่ชิซุเนะไปอยู่เป็นเพื่อนแล้วไง แล้วก็อีกอย่างมันก็บ้านป้าเองไม่ใช่เร๊อะ~”
แต่ไม่ใช่บ้านที่อยู่ประจำนี่ แถมไม่ได้อยู่ในแคว้นโคโนะฮะอีกตังหาก แต่อยู่ตั้งฮิโนะคุนิ ยังไงฉันก็ห่วง
ขอบคุณฮะ

นารุโตะกอดหญิงสาวกลับ ก่อนที่ซึนาเดะจะตรวจร่างกายให้แล้วช่วยเก็บของและเตรียมสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเดินทาง หญิงสาวไปติดต่อเรือจ้างที่เดินทางระหว่างแคว้นเอาไว้ให้เรียบร้อยในตอนบ่ายก่อนที่ส่งชิซุเนะมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าหนู

ตอนค่ำคาคาชิมาเยี่ยมครั้งหนึ่งแต่เพราะของที่เก็บใส่ประเป๋ามีไม่มากนักทำให้โจนินหนุ่มไม่ได้เอะใจ ด้วยคิดว่าคงเป็นของเด็กสาวชิซุเนะ

นารุโตะ ครูกลับล่ะนะ แล้วพรุ่งนี้เจอกัน
ฮะ พรุ่งนี้………”

คงไม่เจอแล้วล่ะฮะ

มองเห็นครูที่เคยดูแลเดินไกลออกไปจากเขตโรงพยาบาลทางหน้าต่าง ความรู้สึกเหงาเศร้าเริ่มก่อตัวขึ้นอยู่ภายในอีกครา เด็กสาวอายุมากกว่าเดินเข้าปลอบใจแล้วก้มมองนาฬิกา
ได้เวลาแล้วค่ะ ท่านซึนาเดะป่านนี้คงรออยู่ที่ท่าเรือแล้วนารุโตะมองหญิงสาวพยักหน้ารับรู้

ไปกันเถอะพี่ชิซุเนะ

******************************

อ้าว ซาสึเกะ ลงทุนมารอแต่เช้าเชียวรึโจนินหนุ่มเอ่ยเมื่อเห็นลูกศิษย์ของตนมายืนรออยู่หน้าบ้าน
วันนี้ครบสามวันแล้ว ยังไงผมต้องเจอนารุโตะให้ได้
เออ รู้น่าว่าคนหนุ่มเลือดร้อน เอาไปกันเถอะ นารุโตะป่านนี้คงยังหลับอยู่ก็ได้

ซาสึเกะตามคาคาชิจนมาถึงที่โรงพยาบาล สายตาเริ่มปริวิตก เป็นห่วงนารุโตะขื้นมา โจนินหนุ่มเห็นสีหน้านั้นเลยเอามือตบหลัง ไม่ให้ลูกศิษย์คิดมาก ใจยังนึกถึงโฮคาเงะสาวอยู่เนืองๆ นี่ถ้ารู้ว่าเขาพาเจ้าหนูอุจิวะมาจะว่ายังไงกันนะ มีหวังเขาคงโดนสวดยับล่ะงานนี้
ครู นารุโตะเป็นอะไร
เด็กหนุ่มตัดสินใจถามหลังจากเงียบเดินตามมานาน คาคาชิถอนใจยังไงเดี๋ยวก็ต้องรู้ รู้มันตอนนี้เลยจะดีกว่า
แต่คำตอบที่ได้ยินทำเอาซาสึเกะแทบจะลงไปกองอยู่กับพื้นให้ได้

ตกเลือด ตอนนี้อยู่ระหว่างรอดูอาการว่าจะแท้งรึเปล่าเด็กหนุ่มอุจิวะจ้องครูของตนเขม็ง หน้าเริ่มซีด ทำให้คาคาชิต้องพูดต่อ
แต่ท่าทางคงไม่เป็นไรหรอก ก็เห็นแข็งแรงขึ้นด้วยนี่นา อยู่นี่ท่านซึนาเดะประคบประหงมยิ่งกว่าไข่ในหินซะอีก

พอมาถึงหน้าห้องกำลังจะเปิดประตูหน่วยแพทย์ที่อยู่ในทีมดูแลเด็กสาวก็เดินมา มองโจนินหนุ่มแล้วเลื่อนมามองเด็กหนุ่มอีกคน

อ้าว คราวนี้เจ้าหนูมาเยี่ยมเพื่อนด้วยเหรอซาสึเกะมองสายตาเย็นชาที่อีกฝ่ายพูดไม่สบอารมณ์อย่างแรง จนคาคาชิต้องห้ามเอาไว้ไม่งั้นหน่วยแพทย์คนนั้นได้โดนลูกบอลเพลิงไม่ก็พันปักษาแน่อย่างไม่ต้องสงสัย
เออ คาคาชิซังมาคงเสียเที่ยวแล้วล่ะครับ เจ้าหนูไม่ได้อยู่นี่แล้ว
แล้วย้ายไปอยู่ห้องไหนหรือครับ
ไม่ได้ย้ายไปห้องไหนหรอกครับ แต่ อ้าว ท่านซึนาเดะไม่ได้บอกคาคาชิซังหรอกหรือครับสีหน้าหน่วยแพทย์งุนงงเพราะปกติเห็นรู้อะไรกันแค่ไม่กี่คนเรื่องเจ้าหนูนารุโตะท้องและคนนั้นก็คือคาคาชิเอง

แล้วนารุโตะย้ายไปไหน!!!!!

ซาสึเกะขึ้นเสียงทันที เริ่มหงุดหงิด เอาแต่พล่ามกันอยู่ได้ เขาอยากจะเจอนารุโตะจะตายอยู่แล้วนะ
ไม่เอาน่า ซาสึเกะ เขาก็กำลังจะบอกอยู่นี่ไงล่ะ

นารุโตะ ออกจากโรงพยาบาลไปแล้วล่ะครับ ตั้งแต่เมื่อคืนหลังคาคาชิซังออกไปแป๊บเดียวเอง
แล้วไปที่ไหน!!!ทั้งคู่ที่รู้ข่าวตกใจ ช็อกไม่คิดว่านารุโตะจะตัดสินใจเร็วแบบนี้
ไม่รู้สิครับ บอกแค่ว่าไปท่าเรือ ท่านซึนาเดะไม่ได้บอกอะไรมากกว่านั้น แต่เห็นให้เด็กสาวชิซุเนะมารับนารุโตะไป แบกกระเป๋าไปด้วย เมื่อคืนเขายังบอกขอบคุณผมอยู่เลย แล้วก็ลาไป เพราะเห็นว่าท่านซึนาเดะดูแลเองผมก็เลยไม่ห้าม

เด็กหนุ่มพูดไม่ออกได้แต่ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น จนหน่วยแพทย์คนนั้นเดินเลี่ยงไปดูคนไข้รายอื่นต่อไป ราวกับว่าจะตอกย้ำความโง่เขลาของตัวเอง หน้าของนารุโตะที่นองน้ำตาลอยเด่นชัดเจน
แค่ชั่วข้ามคืน.........................................................
แต่ก็สายเกินไป..............................

ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า!! ฮ่า!!! ฮ่า!!!!!!เด็กหนุ่มเริ่มหัวเราะราวคนบ้า จนคาคาชิต้องพาออกจากที่นั่น

คาดหวังไว้มากมายว่าถ้าเจอจะกอดเอาไว้ จะขอโทษ จะทำทุกอย่างที่อีกฝ่ายต้องการ จะไม่ขัดใจ จะไม่ปล่อยไปอีก และที่สำคัญ จะบอกความรู้สึกที่เก็บมานานให้ได้รับรู้ แต่ทว่า.....

สาย.....สายไป.......คนที่เขาต้องการจะบอกไม่ได้อยู่รับฟังอีกแล้ว..........................

ซาสึเกะ ซาสึเกะ ใจเย็นไว้ ซาสึเกะไม่ว่าจะพูดยังไงก็ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มจะไม่ได้ยิน หลังจากหัวเราะลั่นเหมือนคนสติแตกก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา ไม่โต้ตอบอะไรมาเลยสักอย่าง คาคาชิยิ่งหนักใจเข้าไปอีก ทำได้แค่นั่งอยู่เป็นเพื่อนเท่านั้น แต่อยู่ๆเด็กหนุ่มก็ลุกพรวด

เดี๋ยว!!! ซาสึเกะจะไปไหน!!!

นารุโตะ จะไปตามนารุโตะ จะไปท่าเรือ

คาคาชิรีบตามร่างที่วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว รู้ว่าถ้าให้ไปคงหายไปอีกคนแน่ เพราะรู้ดีตราบใดที่ไม่เจอคนที่หา ซาสึเกะก็จะหาไปเรื่อยๆ

เรื่อยๆจนกว่าจนกว่าจะเจอ และจะไม่หยุด ไม่พัก ไม่คอยใคร และท่าเรือก็อยู่ไกลจากที่นี่มากแถมไม่ได้มีแค่ท่าเรือเดียว
เดี๋ยวครูถามท่านซึนาเดะให้ เธอรออยู่ที่บ้านเถอะแต่ยิ่งเป็นการจุดชนวนให้อีกฝ่าย
ใช่ ต้องถาม ต้องถามท่านซึนาเดะซาสึเกะพูดย้ำก่อนเบนเส้นทาง พอมาถึงที่ห้องทำงานของโฮคาเงะกลับเจอจิไรยะแทน ตอนนั้นเด็กหนุ่มแทบจะปีนขึ้นโต๊ะคว้าคอชายร่างสูงถามแต่โดนหลังมือเสียก่อนเลยสลบคาโต๊ะ

มันอะไรกัน คาคาชิคุง เจ้าหนูอุจิวะนี่มันเป็นอะไรของมัน ตางี้ขวางเชียว

แต่แววตามันเหมือนจะตายให้ได้ยังไงชอบกลจิไรยะคิด

ท่านคงรู้เรื่องนารุโตะจากท่านซึนาเดะแล้วสินะครับ
เออ รู้แล้ว ถึงไม่ละเอียดก็เหอะ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าหนูนี่ต้องกระหืดกระหอบตามตัวนารุโตะขนาดนั้นด้วยว่าพลางชี้ไปที่ร่างที่นอนสลบอยู่ที่โซฟา

รักไงครับ

จิไรยะมองไปที่เด็กหนุ่มนิ่ง ก่อนจะถอนใจบ้าง
ถ้าจะถามฉัน ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่ายัยนั่นมีบ้านอยู่ที่ไหนบ้าง แต่บอกแค่ว่าจะอยู่ดูแลเจ้านารุโตะสักอาทิตย์ให้ฉันทำหน้าที่แทนไปก่อน
อาทิตย์นึงหรือครับโจนินหนุ่มทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะเดินไปซาสึเกะแล้วโค้งตัวเคารพ
ผมคงไม่รบกวนแล้วล่ะ ครับ ส่วนซาสึเกะคุงผมจะจัดการเอง แล้วก็ขอโทษแทนที่เสียมารยาทครับจิไรยะไม่ว่าอะไรโบกมือให้ไปได้เท่านั้น

ทำไมมันถึงได้ยุ่งขนาดนี้กันนะ เจ้าหนูเสียงรำพึงอ่อนใจเล็ดลอดออกมาจากปากของหนึ่งในสามนินจา

An accident or not ?? 6

posted on 17 Nov 2008 22:39 by crazy-naruto

 

Part 6

เจ้าของเรือนผมสีทองที่เปียกลู่เพราะละอองน้ำจากฝักบัวเมื่อครู่ยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในห้องน้ำ มือลูบเงาสะท้อนร่างกายของเด็กผู้หญิง
บอบบางลง จากแต่ก่อนที่เคยรู้จัก ในท้องมีอีกหนึ่งชีวิตที่รอวันลืมตาดูโลก
นารุโตะยิ้มแล้วถอนใจเฮือกใหญ่ น้ำตาหยุดไหล.....หรือไม่มีจะให้ไหลแล้วกันแน่ ...ไม่รู้....

แต่งตัวเรียบร้อยเดินออกมาจากห้องน้ำเห็นซาสึเกะและคนอื่นนั่งรออยู่ ภารกิจเฝ้าบ้านนี่ก็ดีอยู่เหมือนกัน สบายดี ไม่ต้องทำอะไรมาก นารุโตะคิดพลางเดินมา แล้วนั่งลงกับพื้นที่ปูด้วยเสื่อตาตามิ

ช้าจัง นายนี่ซากุระบ่นตามประสา แต่นารุโตะก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะรู้เด็กสาวถามด้วยความห่วงใย ตาเหลือบมองเด็กหนุ่มที่ท่าทางไม่เดือดเนื้อร้อนใจ นั่งอ่านม้วนคัมภีร์เงียบๆ

นั่นคัมภีร์อะไรน่ะ ซาสึเกะ

ร่างที่เพิ่งนั่งลงเอ่ยถาม พยายามหาเรื่องคุยพร้อมทำสีหน้าน้ำเสียงให้เป็นปกติ แต่อีกฝ่ายม้วนคัมภีร์เก็บ แล้วลุกจากโต๊ะไป คัมภีร์ในมือถูกยัดลงกระเป๋า พอเก็บเรียบร้อยเด็กหนุ่มก็เดินออกจากห้องนั้น

ซากุระมองนารุโตะทีซาสึเกะทีรู้สึกอึดอัดใจ เห็นหน้าคนข้างๆแสดงอาการกระอักกระอ่วนมองคนที่ออกไปหมาดๆแบบไม่เคยเป็นมาก่อนเลยพูดปลอบใจ
เอ่อ นารุโตะคุงจ๊ะ ซาสึเกะเค้าอ่านทบทวนวิชาน่ะ ไม่มีอะไรหรอก

อ๊ะ เอ่อ ซากุระจัง ฉันไม่ได้คิดอะไรหรอก แหม แต่หมอนั่นน่าเตะชะมัด ดูทำเข้าพอเห็นอีกฝ่ายพูดแบบนั้นเด็กสาวก็รู้สึกดีขึ้นหน่อยคนปลอบกลายเป็นคนถูกปลอบไปซะได้ แต่คนที่รู้ความรู้สึกจริงๆของร่างบอบบางคงจะเป็นโจนินหนุ่มคนเดียว
งั้นฉันขอตัวไปดูซาสึเกะหน่อยนะเด็กสาวเอ่ยขึ้นในท้ายที่สุด นารุโตะพยักหน้า แล้วทำทีไปสนใจขนมตรงหน้าแทน คล้อยหลังซากุระไป คาคาชิหลังจากที่นั่งมองทั้งสามอยู่นานจึงลุกเดินมานั่งอยู่ข้างๆร่างที่เริ่มลงนอนเอกเขนกกับพื้นที่มีหมอนวางรองเพื่อความสบาย มือใหญ่วางลงบนหัวแล้วลูบช้าๆ

ฝืนอยู่ล่ะสิ
รู้ด้วยเหรอ ครูนารุโตะเขยิบหัวที่อิงหมอนมาอิงตักครูหนุ่มแทน เหมือนกำลังขอความเข้มแข็งจากร่างสูงแม้สักนิดก็ยังดี เพื่อที่จะได้มีแรงที่จะยิ้มต่อไปได้อีกสักนิดก็พอ.....หลังจากนั้นก็ถอนใจหนักๆ
ไม่รู้ว่าซาสึเกะ เป็นอะไรเนอะ ครูโจนินหนุ่มรู้สึกถึงน้ำตาที่เปียกชื้นของคนที่นอนหนุนตัก หากเสียงที่พูดพยายามดัดให้เริงร่าสุดชีวิต

ผมงี้ งงเต็กเลย ตอนหมอนั่นเมินใส่น่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ..ไปทำอะไรให้เมื่อไหร่น้า......
อยากร้องก็ร้องเถอะ ตอนนี้ไม่มีใครแล้ว แต่ถ้าไม่อยากให้ใครเห็นจริงๆ ครูจะบังมันไว้เอง....คาคาชิเอ่ยขณะที่มืออุ่น เลื่อนมาปิดรอบสองตาของเด็กสาวที่สะอื้นหนักขึ้น
ขอบคุณ...ฮึก...ฮะ....

Pain d’amour…………..(
ความเจ็บปวดของรัก)

*********************

แอ๊ด แกร๊ก~~
หลังจากที่ซาสึเกะกลับมาพร้อมซากุระ ก็เห็นครูโจนินเดินออกมาจากห้องที่นารุโตะใช้นอนระหว่างที่อยู่ที่นี่ เนื่องจากที่พักของผู้ว่าจ้างเป็นบ้านใหญ่เลยสามารถพักกันได้คนละห้องไม่ต้องนอนรวมกัน ก่อนหน้าที่ทั้งสองจะมานารุโตะร้องไห้อย่างหนักบวกกับตากฝนเข้าไปจนไข้ขึ้นหลับไม่รู้เรื่อง คาคาชิเลยอุ้มเข้าไปนอนในห้องเอาผ้าเย็นปิดหน้าผากลดไข้ ให้ทานยาแล้วเดินออกมาเจอทั้งคู่พอดีเช่นกัน

เข้าไปทำอะไรน่ะครูเด็กหนุ่มอุจิวะเอ่ยถามสงสัย สายตาที่มองจ้องครูของตนบ่งบอกชัดว่าขุ่นเคือง
เปล่า ว่าแต่เธอสองคนเถอะออกไปทำอะไร กลับเข้ามาซะดึกดื่นพูดแค่นั้นเด็กสาวก็วิ่งหน้าแดงเข้าห้องตัวเองไป ปล่อยให้สองคนยืนกันอยู่ลำพัง ซาสึเกะทำท่าจะเดินเข้าห้องบ้าง แต่คาคาชิก็เอ่ยขึ้นก่อน

จะทำอะไรก็เห็นหัวเพื่อนร่วมทีมอีกคนบ้างล่ะ

คนฟังหันควับมองไม่สบอารมณ์

ครูกับหมอนั่นเองก็เหมือนกันทำอะไรเห็นหัวคนอื่นซะบ้าง

ปัง~ แกร็ก~~


คาคาชิทวนคำถึงนึกขึ้นได้
สงสัยจะเห็นตอนที่เราปลอบนารุโตะพอดี...แย่ล่ะสิ เข้าใจผิดกันใหญ่แล้ว ไอ้เราจะพูดก็ไม่ได้ซะด้วย สัญญาไว้แล้ว ทำไงล่ะทีนี้คาคาชิเริ่มหนักใจ เจ้าลูกศิษย์สองคนนี้ทำไมมันต้องทำเรื่องให้ยุ่งยากด้วยนะ

ถ้ามันยังเป็นแบบนี้ฉันคงต้องทำอะไรซักอย่างแล้วล่ะ นารุโตะ

ถึงวันสุดท้ายของกำหนดการ ทุกคนต่างจัดแจงเก็บสัมภาระให้เรียบร้อยเตรียมตัวกลับหมู่บ้าน ตลอดที่อยู่ที่นี่เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าสดพยายามชวนซาสึเกะคุยให้ได้แต่มันก็ไม่ต่างจากเดิม เด็กหนุ่มร่างสูงเดินหนี ไม่ก็ทำเป็นไม่ได้ยินที่อีกฝ่ายพูดทุกครั้งจนตอนนี้นารุโตะไม่กล้าที่จะเข้าไปคุยอีก พอเห็นซาสึเกะเดินมา ร่างบอบบางจะเลี่ยงตลอด จนซากุระเองยังเอ่ยปาก

นายสองคนเล่นซ่อนหากันรึไง พอคนนึงอยู่อีกคนหาย พอคนนี้หายคนนึงดันอยู่

ผลที่ได้คือนารุโตะบ่นล้งเล้งสารพัดสาระพัน แต่นั่นล่ะ คาคาชิรู้อยู่คนเดียวเช่นเดิมว่าพอพูดแบบนี้แล้วเจ้าตัวดีนั่นแหละที่ต้องขอตัวเข้าห้องไปทุกที ไม่ใช่อะไรเลย แต่แอบไปซุกตัวร้องไห้อยู่ข้างเตียงจนเขาเองก็เริ่มจนปัญญา เขาก็ลองพูดกับซาสึเกะดูแล้วแต่ผลก็ไม่ตางจากเดิม ลูกศิษย์คนนี้ลงยากมาก พาลจะไม่พูดอะไรกับเขาไปด้วยอีกคน

ต้องให้มันสูญเสียไปก่อนถึงจะรู้สึกรึไงนะโจนินหนุ่มบ่นพึมพำขณะจัดเก็บข้าวของของตนลงกระเป๋า

ครูครับเรือมารับแล้วนารุโตะเป็นคนวิ่งมาบอกเขาเองถึงในห้อง จนเขาเองอดห่วงไม่ได้

นี่เราน่ะ เลิกนิสัยวิ่งโครมๆได้แล้ว เดี๋ยวลูกก็แย่หรอก

แหม ก็ผมติดแล้วนี่ จะให้เลิกไงอ่ะ

เฮ้อ เอาเถอะ คนอื่นล่ะ พร้อมรึยัง

ซากุระลงไปรอในเรือแล้วฮะ ส่วนซาสึเกะเก็บของอยู่

แล้วเราล่ะ นารุโตะเก็บของแล้วยัง

เรียบร้อยครับผม!!!เด็กสาวตอบพลางทำท่าตะเบ๊ะ ทำเอาโจนินหนุ่มขำตัวงอ เวลาอยู่กับครูแล้วอารมณ์ดีขึ้นเยอะ เพราะรู้ เวลานี้ครูห่วงเขายิ่งกว่าใคร ยิ่งกว่าซาสึเกะหรือซากุระ มันทำให้เขาอ่อนแอไม่ได้แล้วเวลาอยู่ต่อหน้าครู


งั้นก็ขนของขึ้นเรือกลับหมู่บ้านกันได้เลยโจนินหนุ่มเอ่ยขณะเดินออกจากห้องพร้อมกับนารุโตะ ร่างเล็กสะพายกระเป๋าใบใหญ่กว่าตัวขึ้นหลังแต่โดนคาคาชิห้าม ชายหนุ่มมองซาสึเกะที่นั่งเฉยไม่มีท่าทีจะเข้ามาช่วย

ซาสึเกะมาช่วยนารุโตะแบกของหน่อยสิ

หมอนั่นก็ผู้ชายเหมือนผมให้แบกเองแหละดีแล้วคาคาชิทำท่าจะว่าแต่โดนมือของเด็กสาวที่แต่งตัวเป็นเด็กชายดึงห้ามไว้

อย่างที่ซาสึเกะบอกนั่นแหละผมเป็นผู้ชายแบกเองได้ ไม่ต้องให้คนที่ไม่เต็มใจมาช่วยหรอก

นารุโตะแกล้งตะโกนบอกคาคาชิดังๆให้อีกฝ่ายได้ยิน เด็กหนุ่มร่างสูงเลยแบกเป้ของตัวเองเดินตึงๆออกไป
ครูหนุ่มคิดอะไรบางอย่างได้เลยอยากจะลองแกล้งเจ้าลูกศิษย์จอมเก๊กดู

วะ เหวอ ครู ไม่ต้องขนาดนี้ก็ได้ได้ผลเด็กหนุ่มที่เดินออกไปเหลียวมามองสายตาเคืองไม่พอใจอย่างแรง ดวงตาสีนิลดำจ้องเป๋งราวกับอยากจะชกเขาสักหมัด

แต่คาคาชิก็ทำไม่รู้ไม่ชี้เดินนำหน้าขึ้นเรือไปขณะที่มือข้างหนึ่งแบกทั้งกระเป๋าตัวเองและของนารุโตะไว้ ส่วนอีกข้างก็อุ้มนารุโตะเอาไว้เลย ร่างที่ถูกอุ้มมองคาคาชิเลิ่กลั่กสลับกับซาสึเกะที่เดินตามหลังมา
ครูคิดจะทำอะไรเนี่ยเด็กสาวก้มลงกระซิบ
.
ก้อ....ทำโทษใครแถวนี้หน่อย
นารุโตะรู้ว่าใครก็หัวเราะพรืด ยิ่งทำให้คนที่เดินตามาหงุดหงิดหนักเข้าไปอีก แล้วก็เป็นอย่างที่คาคาชิคาดการณ์ซาสึเกะเดินมาดึงกระเป๋าของนารุโตะไปถือเองแล้วลงเรือนั่งเงียบ
เฮ่อออ มันต้องให้ยั่วกันก่อนนะกว่าจะยอมได้โจนินหนุ่มคิดพลางวางนารุโตะลงบนเรือท่ามกลางสายตาสงสัยของสาวซากุระที่ถึงสงสัยก็ไม่ได้ถามเพราะเบนความสนใจไปที่เด็กหนุ่มอุจิวะแทน

เรือที่มารับเป็นเรือของผู้ว่าจ้างที่ตอนนี้คงถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว แต่ค่าภารกิจจะต้องไปเบิกเองที่ส่วนกลางไม่ได้รับในทันทีเป็นธรรมดา ลมทะเลทำให้รู้สึกสบายร่างที่แยกออกมานั่งอยู่ด้านท้ายของเรือเริ่มตาปรือ

เมื่อกี้จำได้ว่าซาสึเกะเดินผ่านมาแวบๆแต่ท่าจะไม่เห็นเขา เพราะกองเชือกเบ้อเริ่มบังอยู่ แต่ช่างเหอะเขาเริ่มง่วงแล้วขี้เกียจคิดมากไม่นานก็รู้สึกว่าหัวตัวเองชนเข้ากับกองเชือกเบาๆเป็นที่พิงนอน ปากไม่ลืมที่จะร้องเพลงกล่อมเจ้าตัวเล็กในท้อง ความสุขเล็กๆที่ขอวิงวอนอย่าให้ใครมาพรากไป..................

พอคลอดแล้วหน้าตาจะเป็นไงน้า แล้วจะเป็นชายหรือหญิงหว่า แต่ไม่ว่าจะยังไงก็รักอยู่แล้ว เจ้าตัวเล็กเอ๋ยว่าพลางลูบท้องเบาๆ
ถ้าหน้าเหมือนซาสึเกะขึ้นมาจะทำไงนะ........

ลองคุยกับหมอนั่นอีกสักรอบดีไหมเนี่ย ไอ้เราก็ไม่ชอบบรรยากาศตึงๆแบบนี้ซะด้วย
แล้วนี่ก็เป็นภารกิจสุดท้าย หลังจากนี้อาจจะไม่ได้เจอกันอีกเลย.....ก็ได้....
รอให้ขึ้นฝั่งก่อนดีกว่าแฮะ จริงมะเจ้าหนู

ขอโทษที่ทำให้เกิดมาแล้วไม่มีพ่อคอยดูแล ฉันขอโทษ..................

นารุโตะมาหลับอะไรตรงนี้ ฮึ ไม่นานก็จะขึ้นฝั่งแล้วนะ คนที่ถูกเรียกสะลึมสะลือมองอีกฝ่ายหน้ายังงงๆ
อือ ครูคาคาชิ มันง่วงมากเลยหาที่หลับน่ะฮะ..แล้วลมก็เย็น..ด้วย..ฮ้าวววว...หงึก...คร่อก..ร่างสูงเห็นท่าทางอีกฝ่ายแล้วไม่รู้จะพูดยังไงเลยอุ้มขึ้นมากะว่าจะพาเข้าไปด้านในให้ซากุระเฝ้าไปในตัว แต่นารุโตะก็พูดขึ้นทั้งที่สะลึมสะลือไม่หาย

“...
ซากุระ.....เหมาะกับซาสึเกะดี...นะฮะ...

พูดอะไรแบบนั้น เด็กบ้า คนที่ซาสึเกะคุงเขารัก เขาห่วงแทบเป็นแทบตาย มันเธอนะแต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินเสียแล้ว

เฮ้อออ พอพูดดันหลับซะอีกแหนะ แล้วแบบนี้มันจะเข้าใจกันได้เมื่อไหร่เนี่ย ต่างฝ่ายต่างคิดเอาเองไปเรื่อย แย่จริงๆ

เรือเข้าเทียบฝั่งพอดีกับที่เด็กสาวหลับไม่รู้เรื่อง คาคาชิเลยรับหน้าที่แบกไปตามระเบียบ โดยมีซาสึเกะขนกระเป๋าให้นารุโตะพร้อมส่งสายตาเย็นชามาให้คาคาชิ ไม่นานนักร่างที่คาคาชิอุ้มก็ตื่นเลยขอลงเดินเอง

ครูฮะ ผมจะลองคุยกับหมอนั่นดูอีกทีนะ ยังไงก็ภารกิจสุดท้ายแล้วด้วย...

อือ โชคดีแล้วกัน

หลังจากรับเงินค่าภารกิจนารุโตะก็เอ่ยขึ้น คาคาชิพูดให้กำลังใจแล้วตบไหล่เบาๆ

ด้านนอกมีฝนตกพรำ ทำให้นารุโตะต้องรอก่อน ทางที่ไปบ้านซึนาเดะค่อนข้างไกลพอควร ครูคาคาชิจะไปส่งแต่เขายืนกรานไม่ต้องไป ไม่นานนักฝนก็หยุดลง
หลังจากที่คนอื่นแยกย้ายกันกลับ นารุโตะตัดสินใจเรียกซาสึเกะเอาไว้
ที่เรียก มีอะไร

เอ่อ...คือ ฉันจะชวนนายไปกินราเม็งน่ะ….ไป.ไหม...นารุโตะเอามือไขว้หลังเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นมือสั่นๆนั้น


ไม่ว่าง


ทำไมล่ะ ครูคาคาชิก็ไปด้วย แล้วก็ซากุระจังเดี๋ยวฉันก็จะชวนเหมือนกันหารู้ไม่ว่าประโยคนั้นยิ่งเพิ่มความไม่พอใจให้กับอีกฝ่าย

เด็กหนุ่มทำท่าจะเดินหนี แต่เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าแก้วใสลองพยายามชวนคุยอีกครั้ง หากอีกฝ่ายเงียบ ปั้นปึ่งใส่ ถึงกระนั้นเด็กสาวก็ไม่หมดความพยายามทั้งที่ใจเริ่มเจ็บ
ใบหน้าที่เฉยเมยก็ว่าเจ็บปวดแล้ว แต่พออีกฝ่ายทำหน้าอารมณ์เสียใส่ ทำหน้าเบื่อหน่ายไม่พอใจใส่....
ทั้งใจก็แตกเป็นเสี่ยงๆ.........

ไปให้พ้นหน้าฉัน ไป

ฮึ ไรนะ

ไม่ใช่ไม่ได้ยินแต่เสียงที่ผ่านเข้าหูมา เสียดแทงหัวใจจนไม่อยากจะยอมรับ อยากจะร้องไห้กู่ตะโกนให้สาสมกับความทรมาน แต่ร้องไม่ออก มันจุกแน่นอยู่ที่ข้างในอกนี้ แหลกสลายคาอยู่ในอกนี้......
หมายความว่ายังไง
ก็หมายความอย่างที่พูดเด็กหนุ่มเอ่ยแต่ไม่หันมามอง ไม่ใส่ใจ....

ฉันรำคาญนายเต็มทีแล้ว ไปให้พ้นซักทีสิ ภารกิจก็เสร็จแล้วด้วย

เรา?ทำให้รำคาญ...งั้นรึ...
บอกตามตรงฉันเซ็งหน้านายจะแย่อยู่แล้ว
เบื่อ หน้าเรา.......
ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้าง คิ้วขมวดเข้าหากัน ใบหน้านั้นแสดงอย่างชัดแจ้งว่าเจ็บปวดทรมานกับสิ่งที่ซาสึเกะพูด ก่อนจะก้มหน้ากำมือแน่น

ได้!!!! ฉันจะไม่มาให้นายเห็นหน้าอีกต่อไป!!!! แล้วลูกของนายก็อย่าหวังว่าจะได้เห็นเลย!!!!!!

ร่างบอบบางเงยหน้าขึ้นตะโกนสุดเสียง สุดแรงที่มี น้ำตาที่เคยแห้งกลับไหลนองหน้า มันสุดจะทนแล้วจริงๆ
เสียงวิ่งย่ำไปบนทางที่มีแอ่งน้ำเป็นหลุมบ่อเล็กใหญ่ ฝนหยุดแล้วหากฟ้ายังคงมัวหม่น ไม่อาจสลัดเมฆดำให้จางหาย....
มือที่ยกขึ้นมาปิดดวงหน้าหวังจะกั้นความเจ็บปวดที่เอ่อล้นจากสองดวงตา เร่งฝีเท้าให้เร็วเท่าที่ขานี้จะไปไหว ....แต่ก็ไม่เร็วได้ดั่งใจต้องการ..... เด็กหนุ่มร่างสูงวิ่งตามไปจะถามให้แน่ชัดแต่พอเลี้ยวหัวมุม ร่างที่วิ่งนำหน้าก็หายไปแล้ว
ไวจริงๆใจบัดนี้ร้อนรนยิ่งกว่าเพลิงผลาญ ดวงหน้าที่อาบน้ำตานั้นกรีดใจเขาช้าๆ จะใครเล่าที่ทำให้นัยน์ตาสีฟ้านั้นหม่นหมอง เขาเองนี่แหละ!!!!!! รู้สึกผิดก็สายเสียแล้ว ลางสังหรณ์มันบอกมาตั้งแต่ที่อีกฝ่ายเรียกชวนไปทานราเม็ง ถ้านายปล่อยมือนั้นอีกครั้งเดียว นายจะต้องสูญเสียไปแน่!!!!!!

ลูก หรือว่านารุโตะจะ...!!!!!!


************ **********

ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ครับ มาแล้วครับชายหนุ่มร่างสูงลุกจากหน้าจอทีวีเดินไปที่ประตูห้องด้านหน้า พอเปิดออกก็ต้องตกใจกับสภาพของคนที่ยืนรออยู่

นารุโตะ!!!! ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ!!! เข้ามาก่อนเร็ว!!!

คาคาชิเอ่ยเสียงร้อนรน ลูกศิษย์เขายืนเนื้อตัวมอมแมม น้ำตานอง เท่านั้นไม่พอดวงหน้านั้นซีดขาวจัด แต่ไม่ทันที่จะเดินเข้ามา ร่างบอบบางก็เข่าทรุด มือคว้าดึงเสื้อครูโจนินเพื่อพยุงตัวไม่ให้ล้ม หอบหายใจอย่างยากลำบาก ดวงตาปิดแน่น.

แล้วซาสึเกะล่ะ ทำไมถึง..!!!

ไม่ต้องพูดถึงหมอนั่น!!! แฮ่ก แฮ่ก…..อ๊ะ..โอ๊ย!!!!

มือข้างที่เหลือกุมรอบท้อง นั่งกับพื้นตัวงอจนคาคาชิต้องโอบพยุงให้ลุกขึ้นแต่พอลุก โจนินหนุ่มถึงกับตาโพลง
เลือดนี่!!!คาคาชิรีบอุ้มเด็กสาวขึ้น วิ่งเข้าไปเอามาผ้ามาห่อตัวจนมิดก่อนที่มุ่งหน้าไปโรงพยาบาล ผ้าสีขาวเปื้อนเป็นรอยแดง จากเลือดที่ไหลซึมลงตามหน้าขาขาวของร่างในอ้อมแขน

เจ้าซาสึเกะทำอะไรของมัน!!!!!!

ครู ฮะ.....ผม..ปวดท้อง...อุ๊ก!! ลูก ลูกผม...ครูช่วยด้วย!!!!

ทั้งที่แรงจะลืมตายังแทบจะไม่มีแต่ยังพยายามที่จะพูด พูดเพราะห่วงชีวิตที่อยู่ในท้องยิ่งกว่าตัวเอง
ใจเย็นๆครูกำลังพาเธอไปโรงพยาบาลน้ำเสียงของโจนินหนุ่มร้อนรน

พอมาถึงโรงพยาบาลหน่วยแพทย์ก็เข้ามาทันที
เรียกท่านซึนาเดะมาด่วนเลย !!!พอแพทย์ที่อยู่ประจำดูอาการให้ก่อนระหว่างรอโฮคาเงะสาวก็ตกใจพอเห็นคนไข้ที่เข้ามา
อ๊ะ!!! เจ้าหนูนี่เขา...
อย่าได้พูดออกไปเชียว ถ้าไม่อยากมีเรื่องกับฉันและท่านโฮคาเงะ!!!!คาคาชิสั่งเสียงเหี้ยมเกรียม อีกฝ่ายพยักหน้าหวาดๆก่อนที่จะให้โจนินหนุ่มออกไปรอด้านนอก

เจ้าหนูอยู่ข้างใน ใช่ไหม!!!!ซึนาเดะวิ่งมากระหืดกระหอบ สีหน้าเป็นห่วงนารุโตะจนระงับไว้ไม่อยู่ คาคาชิชี้เขาไปในห้อง หญิงสาวเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวอย่างรีบเร่งแล้วผลักประตูเข้าไป โจนินหนุ่มเมื่อเห็นหญิงสาวมาก็ค่อยคลายกังวลลงบ้าง คาคาชิลุกขึ้นเรื่องมาถึงขนาดนี้เขาคงอยู่เฉยไม่ได้อีกแล้ว ขณะที่เข้ากำลังจะออกไปเพื่อตามตัวเด็กหนุ่ม แพทย์คนนึงก็เปิดประตูผ่างออกมา

คาคาชิซังครับ!! เจ้าหนูมีเรื่องจะให้ช่วยไม่ว่ายังไงก็จะพูดให้ได้ครับ!!!

คาคาชิรีบตามแพทย์คนนั้นเข้าไปในห้อง ร่างของลูกศิษย์นอนมีผ้าคลุมตัวอยู่ เหงื่อเม็ดโตเกาะพราวทั่วใบหน้าซีดขาว ซึนาเดะใช้จักระหน่วงอังไว้ที่ท้องของเด็กสาวที่ขยับปากพูด แต่เสียงนั้นเบายิ่งกว่าเบาอีกยังขาดห้วง
ครู...ฮะ.....ผม...ผม...ช่วย..หา...

อะไร นารุโตะบอกมาเลยถ้าฉันทำได้ฉันก็จะทำทุกอย่างร่างบางกลืนน้ำลายเหนียวลงคอฝืนสุดแรงที่จะพูดต่อไป
ช่วย..หาที่ให้ผม.....อยู่...อึ๊ก!!....อย่างสงบ....กับลูกที..
ได้สิ ได้ ฉันกับท่านซึนาเดะจะจัดหาให้แน่
เดี๋ยว....ครู...แล้วก็...อย่าว่า...ซาสึเกะ...
นารุโตะเลิกพูดได้แล้วหญิงสาวที่หน้าเครียดเอ่ยออกคำสั่ง คาคาชิลูบหัวร่างบอบบางก่อนที่พยักหน้าดั่งให้คำมั่นแล้วเดินออกไปรีบๆเพราะรู้ที่เข้ามามันจะเกะกะการช่วยเหลือของหน่วยแพทย์

ซาสึเกะ ทำไมเธอถึงได้ใจร้ายนักนะ

An accident or not ?? 5

posted on 17 Nov 2008 22:36 by crazy-naruto

 

Part 5

พอซาสึเกะลับหลังโฮคาเงะสาวก็จัดแจงถอดเสื้อนอกของร่างที่นอนหอบหนักๆ ปลายนิ้วกดลงที่ซอกคอวัดชีพจรอีกหนเพราะจับที่ข้อมือแล้วเต้นอ่อนไปไม่รู้อาการ
อึ๊ก!!! ปวด ปวดท้อง.....นารุโตะแสดงสีหน้าทรมาน มือกุมที่ท้องตัวงอ ซึนาเดะเห็นอาการของอีกฝ่ายก็เริ่มร้อนใจ ผลจากความเครียด คนท้องอารมณ์ยิ่งไม่คงที่อยู่ด้วย ถ้าปล่อยให้อยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ได้แท้งแน่!!!

นารุโตะคุง เอามือออก!!คนที่ถูกสั่งทำตาม ซึนาเดะหน่วงจักระไว้ที่มือแล้วนาบลงที่ท้องของอีกฝ่าย ไม่นานสีหน้าของนารุโตะก็ดีขึ้นเห็นได้ชัด ลมหายใจกลับสู่ภาวะปกติ


ไปทำอะไรในครัวถึงล้มหมดสติไม่รู้เรื่องแบบนั้น

มองส้มที่ซาสึเกะเอามา

หญิงสาวทำหน้าอึ้งไม่นานก็เข้าใจความหวังดีที่ทำให้เจ็บปวดสินะ

อย่าคิดมากนักสิ ฮึ เดี๋ยวก็ส่งผลถึงลูกในท้องหรอก แล้วซาสึเกะน่ะ...ไม่ทันพูดจบประโยคเด็กหนุ่มก็เดินเข้ามาหลังจากเคาะประตูแล้วไม่มีใครได้ยิน ร่างที่นอนอยู่ยันตัวลุกขึ้นนั่ง มือรวบเสื้อแล้วรูดซิบปิดไม่ทันให้เด็กหนุ่มสังเกตถึงหน้าอกที่นูนดันเสื้อออกมา ซึนาเดะเห็นท่าทางเด็กหนุ่มอุจิวะแล้วก็แอบยิ้มในใจก่อนที่จะกระซิบบอกเจ้าของนัยน์ตาสีไลท์ บลูจนจบประโยค

ซาสึเกะน่ะ......เขาเป็นห่วงแทบตายแล้วนะร่างบอบบางสะดุ้งถอยสุดตัวหลังจากได้ยินโฮคาเงะสาวพูด

อย่าพูดแบบนั้นสิ ป้า!!!นารุโตะตะโกนแก้เขิน หน้าเป็นสีแดงเข้ม เด็กหนุ่มร่างสูงมองทั้งคู่งงๆ แต่พอเห็นนารุโตะตะโกนได้แบบนั้นก็เบาใจเลยไม่ซักถามอะไร


อาวล่ะ ฉันไปล่ะนะ นารุโตะ พ่อหนุ่มดูแลนารุโตะดีๆนะ ถ้าดูไม่ดี....หญิงสาวเดินผละจากเตียงไปตบบ่าเด็กหนุ่มอุจิวะเบาๆ ปากยิ้มแต่แววตาจริงจัง
แม่เอาตายจบประโยคหญิงสาวก็เดินผิวปากคล้ายจะอารมณ์ดีออกไป ก่อนจะปิดประตูก็เอ่ยเสียงแจ่มใส
เจ้าหนูเรื่องภารกิจกับเรื่องเสื้อผ้าน่ะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง อย่าคิดมากล่ะ

นารุโตะได้แต่นั่งฟังพูดไม่ออกป้าซึนาเด๊----------- ทำกันได้นะ!!!แล้วหันไปมองเด็กหนุ่มร่างสูงสายตาหวาดๆ อีกฝ่ายมองตอบ

เดี๋ยวฉันไปเอาส้มมาให้ไหม
มะ ไม่ต้อง ไม่เป็นไร ฉันยังไม่ค่อยอยากกินอะไรตอนนี้น่ะ
แล้วท่านโฮคาเงะว่าไงบ้าง อาการนายน่ะซาสึเกะเอ่ยหน้านิ่ง ทำเอานารุโตะเบือนหน้าไม่อยากเห็นขึ้นมาดื้อๆ
ถามตามมารยาทล่ะสิ ท่าทางจะไม่ได้ห่วงอะไรจริงจังเลยนี่นา ป้าก็พูดซะ....

อุตส่าห์ตั้งความหวัง....ว่าเขาจะห่วงเราจากใจ....
ท้ายที่สุดก็ต้องหยุดหวังนั้นไว้......
อย่าเครียด อย่าคิดมาก เดี๋ยวส่งผลถึงลูกในท้องร่างที่นั่งอยู่บนเตียงฝืนยิ้มตอบ

ไม่เป็นไรมากหรอกแค่หน้ามืดธรรมดาน่ะแววตาสีนิลดำลึกล้ำมองไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก
ถ้านายห่วงฉันอย่างที่ป้าซึนาเดะบอก ก็ถามฉันสิ!! ซักฉันสิ!! คำตอบแค่นี้มันไม่สมกับอาการเลยนะ ถ้านายห่วงจริง ถามซะ!!!หากสิ่งที่ได้กลับเป็นประโยคเรียบง่าย

งั้นรึ

ว่าแล้วเชียว ถามตามมารยาท

ซาสึเกะ ฉันว่านายกลับไปก่อนก็ได้นะ ฉันจะได้นอนพักต่ออีกหน่อย
อือ ตามใจนายนารุโตะลุกจากเตียงเดินไปส่งซาสึเกะที่หน้าบ้าน บานประตูถูกเปิดออก เด็กหนุ่มยืนอยู่ด้านนอก ร่างบอบบางยืนอยู่ด้านใน
ใกล้.......แต่อยู่คนละฝั่ง


มือเรียวขาวยื่นไปเกาะกุมมือของเด็กหนุ่ม ภายในใจกล้าๆกลัวๆ หากใบหน้ายังคงแย้มยิ้ม ร่างสูงไม่ได้สะบัดมือออกแต่ทำท่าประหลาดใจ
ขอบใจที่มาหา
แม้จะไม่ได้ห่วงฉันอย่างจริงจังก็ตาม

เออ เจ้าติงต๊อง แล้วส้มอย่าลืมกินล่ะ

เด็กหนุ่มเดินลับตาไป เหลือไว้แค่ร่างที่ปิดประตูแล้วไถลตัวเองลงช้าๆ มือสองข้างกุมศีรษะแน่น ยังนึกถึงมือของอีกฝ่ายที่ขยี้เบาๆลงบนผมอย่างอ่อนโยน
อย่าใจดีกับฉันนักเลย ซาสึเกะ…..”

หลังจากนั้นไม่นานซึนาเดะก็มีคำสั่งงดภารกิจนารุโตะ หากหน่วยที่ 7 ยังรับภารกิจได้ตามปรกติยกเว้นกรณีที่เป็นภารกิจที่หนักเกินไปสำหรับนารุโตะจะถูกถ่ายโอนไปให้เกะนินที่ว่างอยู่คนอื่นทำแทน ส่วนเจ้าตัวให้ย้ายมาอยู่กับตนชั่วคราว ซึ่งแน่นอนคาคาชิรู้เรื่องนารุโตะแล้วในตอนแรกเพียงแค่ตกใจเล็กน้อยแต่หลังจากนั้นน่ะสิยิ่งกว่าซึนาเดะเสียอีก ไม่ว่าเจ้าลูกศิษย์จะขยับตัวทำอะไรทีก็ออกอาการเป็นห่วงซะเว่อร์ จนโดนซึนาเดะปรามเข้าให้

นี่ คาคาชิ นารุโตะคุงไม่ได้ขาหักนะ ไม่ต้องถึงขนาดให้อุ้มหรอกเสียงใสหากเข้มเปี่ยมอำนาจเอ่ยขณะที่โจนินหนุ่มตั้งท่าจะอุ้มเจ้าหนูในความดูแลไปปฏิบัติภารกิจกันเลยทีเดียว

ทุกอย่างในช่วง 2 เดือนแรกดำเนินไปด้วยดี แม้ซาสึเกะสังเกตเห็นความผิดปกติคือรู้สึกว่านารุโตะไม่ค่อยได้มาคุยกับเขาสักเท่าไหร่ หลังจากวันที่เขาไปที่บ้านแล้วหมอนั่นเป็นลม

แต่พอเขาเข้าไปคุยก็ไม่เห็นมีอะไรนารุโตะก็ยังยียวนเหมือนเดิม แต่ยิ่งกว่านั้นเวลามีภารกิจระดับ B หรือ C ที่ต้องใช้แรงกำลังมากนารุโตะเป็นหายหัวทุกที ก็รู้แหละนะว่าหมอนั่นน่ะคนโปรดท่านโฮคาเงะ แต่แบบนี้มันชักจะแปลกๆ
ครั้งก่อนภารกิจคุ้มกันคนก็ได้คิบะมาทำแทนนารุโตะ ถามหมอนั่นก็บอกไม่รู้ ท่านโฮคาเงะสั่งมาเท่านั้น มันยิ่งทำให้ไม่ได้เจอกันนานเข้าไปอีก และพอไปที่บ้านห้องก็ว่างเปล่าทุกครั้ง เหมือนกับว่าไม่มีใครอยู่ ลองถามครูคาคาชิก็ไม่ได้คำตอบอะไรที่ช่วยทำให้มันดีขึ้น


***************************

ท่านโฮคาเงะคะ ดิฉันขอถามเหตุผลที่ให้เด็กในกลุ่มดิฉันไปปฏิบัติภารกิจแทนนารุโตะคุงหน่อยค่ะคุเรไนเอ่ยถามโฮคาเงะหญิงในวันหนึ่ง
ไม่เพียงแค่คิบะ แต่ครั้งก่อน ชิกามารุคุงก็โดนคุโนะอิจิหญิงผู้นำหมู่บ้านเอ่ยใจเย็น
เหตุผลฉันบอกได้แค่ว่านารุโตะไม่ค่อยสบายเลยปฏิบัติภารกิจหนักๆไม่ได้
มันจะไม่ลำเอียงไปหรือคะ ดิฉันรู้ว่านารุโตะน่ะเป็นเด็กคนสนิทของท่าน แต่ท่านกรุณาอย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับหน้าที่สิคะ แบบนี้ท่านอาจจะถูกมองไม่ดีเอาได้นะคะ

ปึ้ง!!!! เสียงโต๊ะถูกทุบอย่างแรงดังขึ้นทำเอาโจนินสาวสะดุ้ง

ใครหน้าไหนมีปัญหาก็ให้มาหาฉันนี่!!! แต่บอกไว้คำเดียวถ้าใครไปว่าเจ้าหนูนั่น มันเจอฉันแน่!!!!!สิ้นคำประกาศิต คุเรไนจึงเงียบเสียงลง ซึนาเดะก็รู้ว่าตนเองคงจะพูดแรงไป จึงพยายามทำใจเย็น

เอาล่ะ ถ้าอยากรู้ว่าทำไมก็ตามฉันมา แต่บอกไว้ก่อนอย่าได้แพร่งพรายเป็นอันขาด รู้ได้แค่โจนินที่เด็กในการดูแลต้องแลกตัวกับนารุโตะเท่านั้น ตราบใดที่นารุโตะยังไม่พร้อม ลองได้พูดสิ ฉันได้เฉือนปากแน่

หญิงสาวลุกขึ้นจากเก้าอี้นวมตัวใหญ่ เดินออกจากห้องที่ใช้ทำงานโดยมีโจนินสาวเดินตามอยู่ข้างหลัง ด้านนอกเป็นเวลาเย็นมากแล้ว ใช้เวลานานพอควรกว่าจะเดินถึงที่พักที่โฮคาเงะสาวอาศัยพำนักอยู่ พอก้าวเท้าเขาไป ภายในถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ดูภูมิฐานสมกับเป็นที่อยู่ของโฮคาเงะ พลันสายตาของคุเรไนก็สะดุดกับร่างๆหนึ่งซึ่งนั่งหันหลังดูโทรทัศน์อยู่ เรือนผมสีเหลืองบลอนด์ที่เคยสั้นกุดเริ่มยาวแล้ว

นารุโตะคุง

อ๊ะ ครูคุเรไนนี่ มาได้ยังไงฮะขณะที่กำลังจะหยิบเสื้อแจ็คเก็ตนอกมาสวม ซึนาเดะก็ห้ามไว้
ไม่ต้องสวมหรอกนารุโตะ ไม่จำเป็น หวังว่าจะไม่โกรธนะถ้าฉันจะให้โจนินบางส่วนรู้เรื่องเธอเพื่อง่ายในการแทนตัวตอนปฏิบัติภารกิจ แล้วก็จะได้ไม่มีใครว่าเอาด้วยว่าฉันลำเอียงอีกฝ่ายพยักหน้าแล้วถอดเสื้อที่สวมเข้าไปกว่าครึ่งตัวออก

เดินมานี่ซินารุโตะทำตาม ร่างบอบบางยืนนิ่ง ขณะที่สายตาของโจนินสาวกวาดมองอย่างตกใจ ตอนแรกคิดว่าเป็นคาถาแปลง แต่ลองมองอีกที ไม่น่าจะใช่
นี่เหรอคะที่ว่านารุโตะคุงไม่สบาย แต่ดูยังไงก็น่าจะไม่เป็นไรเวลาปฏิบัติภารกิจนี่คะคุเรไนหันไปมองโฮคาเงะสาว
เธอเป็นถึงโจนินน่าจะพอรู้วิชาแพทย์บ้างนะ ลองใช้จักระตรวจดูที่ท้องของนารุโตะสิ….นารุโตะถ้าเธอไม่พอใจไม่ต้องก็ได้นะ

ไม่เป็นไร ผมเองก็ไม่อยากจะมีปัญหานักหรอกถึงยังไงก็ตัดสินใจไปแล้วว่าจะทำแบบนี้
การที่ไม่ได้ไปรับภารกิจเช่นแต่ก่อนทำให้ไม่ต้องเจอซาสึเกะบ่อยนัก ทำให้รู้สึกทำใจได้เร็วขึ้น มือของโจนินสาวอังอยู่ที่ท้องรู้สึกถึงจักระอุ่นแบบที่ซึนาเดะเคยใช้ตรวจครั้งนั้น

อ๊ะ!!!! โกหกน่า!!!

เรื่องจริงฮะ 2 เดือนแล้วด้วย
เกิดได้ยังไง กับใคร!!!คำถามหลังร่างที่ยืนนิ่งไม่ยอมตอบเอาแต่ก้มหน้าเงียบ โจนินสาวจึงเอ่ยปากขอโทษ ก่อนที่จะลูบหัวเด็กสาวเบาๆ แล้วเปลี่ยนเรื่องคุย ไม่นานนักก็ขอตัวกลับ

ป้าซึนาเดะ ดูท่าว่าผมคงต้องออกไปทำภารกิจเองบ้างแล้วล่ะ

**************************

อ้าว นารุโตะ ไม่เจอตั้งนาน ปกติเห็นใสแจ็คเก็ตสีส้มนี่แล้วทำไมวันนี้...

ซากุระเอ่ยขึ้นคนแรกเมื่อเห็นเด็กหนุ่มเดินมา ชุดที่ใส่เป็นเนื้อผ้าฝ้ายโปร่งๆทิ้งชายสีเทาอ่อนสลับฟ้าดูแปลกตาไป ร่ำๆว่าจะพูดแต่ก็กลัวนารุโตะจะคิดมาก เพราะพอใส่ชุดนี่แทนที่จะรู้สึกว่าเท่ห์

ซากุระกลับคิดว่าน่ารัก เหมือนเด็กผู้หญิงซะนี่ ซาสึเกะเองก็มองไม่วางตาจนนารุโตะต้องเดินเลี่ยงไปอยู่หลังคาคาชิ ซากุระยังคงทำอี๋อ๋อกับซาสึเกะเช่นปรกติ นารุโตะได้แต่มองเฉยๆ ไม่ได้พูดอะไรมาก ภารกิจวันนี้ต้องไปดูแลหญิงชราคนหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนัก ช่วงบ่ายขณะที่นารุโตะเลี่ยงออกมานั่งกินกลางวันคนเดียว ซากุระก็เดินตามมา

นารุโตะ นายไม่คลื่นไส้แล้วใช่ไหมเด็กสาวถามเสียงอ่อน แล้วนั่งลงข้างๆท่าทางเป็นห่วง นารุโตะเขยิบให้ซากุระนั่งได้สบายขึ้น

ฉันไม่เห็นนายตั้งหลายวันแน่ะ เป็นอะไรมากรึเปล่า

ไม่หรอก ไม่สบายธรรมดาน่ะ

งั้นอีกไม่นานก็กลับมารวมกลุ่มเหมือนเดิมได้น่ะสิ

อาจจะนะ แต่ก็ต้องแล้วแต่ป้าซึนาเดะล่ะ

เขารู้เขาโกหก ถ้าย่างเขาเดือนที่ 3 เขาก็คงจะมาให้ซากุระเห็นหน้าไม่ได้อีกจนกว่าจะคลอด และ .....หากคลอดแล้วใช่ว่าเขาจะอยู่ที่โคะโนะฮะต่อไป แต่เขาบอกเด็กสาวไม่ได้หรอก เพราะสีหน้าเด็กสาวดีใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อรู้ว่าเขาจะกลับมารับภารกิจปรกติอีกครั้ง

แต่มันทำให้นารุโตะเจ็บปวด เขาจะทำลายมันได้ยังไง เขาเจ็บเพราะอีกฝ่ายหวังดีกับเขาด้วยใจแท้จริง มันยิ่งทำให้เขาไม่อาจที่จะเอ่ยปากบอกเรื่องซาสึเกะได้อีก ไม่อาจที่จะหักหลังซากุระได้ ซากุระรักซาสึเกะมานาน นานเหลือเกิน......... และไม่คิดจะมีใครอีก
พูดได้ว่าทั้งชีวิตในสายตามีเพียงซาสึเกะคนเดียวเท่านั้น!!! แล้วคนอย่างเขาจะทำอะไรได้ ซาสึเกะเองก็เหมาะสมกับซากุระเอามากๆด้วย ยิ่งเห็นสองคนยืนคู่กันยิ่งตระหนัก


พอถึงเย็นเหล่าลูกๆหลานๆของคุณยายกลับมาก็เป็นอันสิ้นสุดภารกิจแต่ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินออกจากบ้าน หญิงชราก็เรียกไว้

แม่หนูๆ มานี่ซิยายมีอะไรจะให้หน่อยแนะหญิงชรากวักมือเรียก ซากุระเดินเข้าไปแต่หญิงชรากลับบอกว่าไม่ใช่แม่หนูอีกคนต่างหากแล้วชี้ไปที่นารุโตะ คนถูกเรียกทำหน้าปั้นยากแต่ก็เดินเข้าไปหา ทั้งสามคนที่เหลือมองตามร่างที่ค่อยๆเดินเข้าไปคุกเข่าลงข้างหญิงชรา

อะไรเหรอครับ ยาย

โอย เป็นเด็กผู้หญิง ทำไมพูด ครับ ไม่เอาๆหญิงชรายกมือส่ายไปมา นารุโตะมองเลิ่กลั่กด้วยความกลัวว่าซาสึเกะจะได้ยินแต่ท่าทางจะไม่ เพราะอยู่ห่างพอสมควร เจ้าตัวเลยหันกลับมาที่หญิงชราต่อ

แหม อะไรกัน แม่หนู เด็กผู้ชายแล้วมันจะท้องได้ยังไงกันล่ะ อย่าดูถูกสายตาหมอตำแยเก่านา
นารุโตะยิ้มบางๆ หญิงชราหยิบห่อกระดาษออกมาแล้วยื่นให้ ดวงตาสีฟ้าสดฉงนด้วยคำถาม
ยาบำรุงครรภ์ เอ้า รับสิ ยิ่งท้องสาวแบบนี้ คงคนแรกสิท่า ถ้าอย่างนั้นยิ่งต้องบำรุงใหญ่เลย
เอ่อ ขอบคุณ ฮะ

อูย ฮะ ก็ไม่เอา ครับก็ไม่เอา ไหนพูด ค่ะ หน่อยซิ พูดเป็นไหม ค่ะ น่ะหญิงชราเอ่ยยิ้มกว้างอย่างใจดี ทำเอานารุโตะขัดไม่ลง
ขอบคุณ ค่ะ..
หญิงชราลูบหัวอย่างเอ็นดู แล้วยื่นแผ่นกระดาษให้อีกแผ่น ในนั้นเป็นลายมือเขียนอย่างบรรจง
เพลงกล่อมเด็ก เอาไว้คลอดแล้วกล่อมให้ลูกฟังซะนะ มา เดี๋ยวยายร้องให้ฟังเที่ยวนึง


เสียงเพลงหวานกล่อม เจ้านอนหลับฝัน เรียวไผ่ ไหวพลันดั่งท่วงทำนอง ลมหนาวมาแล้วเสียงแผ่วหวานกล่อม ร้อยทุกคำทำนองด้วยรักจากใจ
พ่อเจ้าอยู่นี่ แม่ก็อยู่นี่ ไม่อาจจากไกล ขอเจ้าฝันหวานผ่านพบวันใหม่ ละอองดาวสุกใสอยู่ในดวงตา


เพลงอะไรน่ะ นารุโตะ เห็นร้องบ่อยๆนะหมู่นี้

เด็กสาวเอ่ย พอได้ยินเสียงร้องแจ้วๆของอีกฝ่ายเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ระหว่างเดินทางก็ร้อง ถึงที่พักของผู้ว่าจ้างก็ร้องอีก ดีนะที่บ้านของผู้ว่าจ้างติดทะเล เสียงคลื่นลมเลยกลบไปบ้าง ตอนแรกที่ฟังก็ว่าเพราะดี แต่ฟังไปเรื่อยๆชักรู้สึกแปลก ดันรู้สึกเหมือนกับว่านารุโตะร้องให้ใครก็ไม่รู้ฟัง
แถมบางทีเห็นเอามือแนบท้องแล้วยิ้มอีกต่างหาก นี่ถ้าไม่ติดว่านารุโตะเป็นผู้ชายคงได้คิดว่ากำลังท้องอยู่แหง!!

ตอนนี้เริ่มย่างเข้าเดือนที่สามแล้วภารกิจมีต้องออกไปที่ต่างเมืองแต่เพราะว่าเป็นระดับ D ซึนาเดะจึงไม่ขัดเพราะนารุโตะเองก็ไม่อยากทำตัวอ่อนแอด้วย แต่หญิงสาวก็ไม่วายห่วงยังดีที่คาคาชิเดินทางไปด้วยเลยฝากดูแลกันเสียนานสองนาน

นี่เป็นภารกิจสุดท้ายของนารุโตะ บ้านผู้ว่าจ้างคราวนี้ติดทะเล ฉันจะถือว่าพานารุโตะไปพักผ่อน แต่นายต้องดูแลนารุโตะดีๆ เข้าใจไหม

คุโนะอิจิหญิงสั่งเสียงโหดใส่คาคาชิก่อนหันมาลูบหัวนารุโตะ
ครั้งนี้ไปต้องค้างคืนก็ระวังตัวนะ ไม่ใช่เด็กผู้ชายแล้วเด็กสาวที่แต่งตัวเหมือนเด็กชายรับคำ ก่อนที่จะเดินทาง

.....................................................

นารุโตะ วันนี้เป็นไงบ้างล่ะนารุโตะหันกลับไปมองคาคาชิหยุดความคิดของเมื่อก่อนเดินทางลงแต่ใบหน้ายังคงยิ้มอยู่ก็ไม่ให้ยิ้มได้ไง ป้าซึนาเดะทำเหมือนกับเป็นแม่ห่วงลูกสาวงั้นแหละ
ยังดีอยู่ฮะไม่ต้องห่วง
แต่นี่ก็เริ่มย่างเดือนที่ 3 แล้ว ระวังนะยังไงก็ไม่ใช่ตัวคนเดียว แล้วท้องก็รู้สึกว่าจะโตขึ้ดนิดหน่อยด้วยโจนินหนุ่มเอ่ยอย่างเป็นกังวล
ไม่รู้สิฮะ ผมก็กลัวๆอยู่ แถมตอนนี้ก็รู้สึกอยากกินพวกบ๊วยดอง ไม่ก็ส้มเปรี้ยวๆอีกแล้วด้วย แต่ดีที่ป้าซึนาเดะให้ยามากินเลยคลายอาการพะอืดพะอมไปได้บ้าง
บทสนทนาหยุดลงเมื่อบุคคลที่สามเดินเข้ามา

เฮ้ นารุโตะไปฝึกวิชากันเหอะ ดีกว่าอยู่เปล่าๆ ภารกิจให้เฝ้าบ้านนี่มันเซ็งชะมัดซาสึเกะเอ่ย นารุโตะมองคาคาชิก่อนคล้ายขอคำปรึกษาว่าจะไปดีไหม
ไปสิ ออกกำลังบ้างก็ดีต่อสุขภาพนะ แต่ระวังอย่าหักโหมก็แล้วกัน

ซาสึเกะ นารุโตะเดินออกไปทางด้านชายป่าเพื่อหาที่สงบฝึกวิชา คาคาชิมองตามทั้งคู่ไปจนลับ
ซาสึเกะออกจะตรงไปตรงมา เจ้านารุโตะไม่รู้สึกเลยรึไงกันโจนินหนุ่มคิดแล้วก็ได้แต่ถอนใจ

.............................................


เร็วหน่อยฝนจะตกแล้วเด็กหนุ่มอุจิวะเร่งคนที่เดินอยู่ข้างหลัง วันนี้ฝึกวิชาอะไรได้ไม่เท่าไหร่ฝนก็ทำท่าจะเทเสียแล้ว นารุโตะนึกพลางมองซาสึเกะโกรธๆ

ขืนเขากระโดดพรวดๆไปแบบหมอนั่นมีหวัง แท้ง กันพอดี แถมทางเป็นทางเดินขึ้นเขาอีก

ไอ้เจ้าบ้า ลูกนายอยู่ในท้องฉัน แล้วจะให้ฉันไปอย่างงั้นได้ไง ได้ยินไหมลูกนายน่ะ ลูกนาย!!!!

นารุโตะตะโกนในใจอย่างฉุนเฉียว คนท้องมักอารมณ์แปรปรวนง่าย เป็นธรรมดา นึกได้ก็แข็งใจเดินต่อ อีกฝ่ายไม่ได้รู้เลยว่าช่วงเวลาสองเดือนกว่าที่ผ่านมาเขาพยายามมากแค่ไหนที่จะดูแลตัวเองให้ดีเพื่อเด็กที่จะเกิดมา เพื่อเด็กที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกของซาสึเกะกับเขา

นึกถึงเพลงที่คุณยายให้มาก็ปวดอยู่ในใจ พ่อจะร้องได้ยังไงพอคลอดออกมาแล้ว ในเมื่อพ่อของลูกยังไม่รู้เลยว่ามีลูกอยู่ ดวงตาสีฟ้าสดเริ่มหม่นหมองลงอีกครา แต่ก็ต้องรีบกลบมันไว้เมื่อเด็กหนุ่มเดินเข้าใกล้
นายเป็นอะไร หมู่นี้แปลกๆนะตั้งแต่วัน.....เอ่อ ช่างเหอะนารุโตะตกใจซาสึเกะจำได้งั้นหรือ!!! แล้วจะรู้ด้วยไหมนะว่าตอนนั้นเขาอยู่ในร่างนารุโกะ


วะ วันไหนร่างที่เริ่มจะสั่นเทาเสี่ยงถามดู
นายก็น่าจะรู้ ถึงไงมันก็เป็นอุบัติเหตุเท่านั้น อย่าคิดมากเลยซาสึเกะตัดบทแล้วเปลี่ยนมาเดินข้างๆนารุโตะแทน
อุบัติเหตุ......... อย่าคิดมาก...........สรุปคือให้ลืมซะ…………ใช่มั้ย?........... มือกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อแต่ทว่าไร้ซึ่งความเจ็บ จนตัวเองยังนึกสงสัย นารุโตะสูดลมหายใจช้าๆก่อนตัดสินใจ อีกฝ่ายจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ชะตากรรม


ตอนนั้นฉันอยู่ในร่างนารุโกะ ตอนนี้ก็ยังอยู่แล้วก็มีลูกนายอยู่ในท้องด้วยซาสึเกะหยุดกึกมองนารุโตะตาเบิกกว้าง ทุกอย่างอยู่ในความนิ่งงัน มีแค่เสียงฟ้าที่คำรามเป็นระยะๆเท่านั้น ท้องฟ้ามืดครึ้มมัวหม่น

ล้อเล่นแรงนะ เจ้าเบ๊อะเซอะ

ใจกระตุกวูบ...........เหมือนโดนจับเหวี่ยงลงไปจากหน้าผาสู่เวิ้งทะเลสีดำมืดมิด
ไร้ซึ่งหนทาง ทุกข์ทรมานอยู่ที่ก้นบึ้งนั่น..........
ใบหน้าของซึนาเดะและคำพูดลอยวนอยู่ในหัวทนหน่อยนะใช่ทน ต้องทนให้ได้!!!!

อุ๊ก คิก ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่าซาสึเกะมองนารุโตะที่หัวเราะดังลั่น
โอย หัวเราะจนปวดท้องเลย ซาสึเกะหน้านายซีดชะมัด ฉันล้อเล่นเองแหละ ไหน ปากบอก ล้อเล่นแรงนะ เจ้าเบ๊อะเซอะ แต่หน้านายงี้ซีดเป็นไก้ต้มเลยนา ฮ่า ฮ่า ฮ่า เอาเหอะไงๆนายกลับไปก่อนแล้วกันเดี๋ยวตามไป ก๊ากกกกก ขำอ่ะ

ติงต๊อง ล้อเล่นไม่เข้าท่าว่าจบซาสึเกะก็เดินฉับๆไม่รออีกฝ่ายที่ยังหัวเราะไม่เลิก จนเมื่อเห็นซาสึเกะเดินออกไปไกลจนแน่ใจแล้วจึงหยุดหัวเราะ

ฝนเม็ดโตเริ่มร่วงและหนักขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับน้ำตาที่หลั่งริน นารุโตะเร่งฝีเท้าท่ามกลางเสียงฝนกระหน่ำใครบ้างจะได้ยินเสียงสะอื้น และน้ำตาก็ถูกฝนชะล้างไปอยู่ดี ดูยังไงก็ไม่รู้ว่าร้องไห้ ร่างที่เปียกปอนเริ่มวิ่งสะเปะสะปะ แต่ไม่ทันจะถึงที่พักเขาก็เห็นครูของเขาออกมาตาม

กำลังท้องอยู่แท้ๆทำไมไม่ห่วงตัวเองบ้าง ฮึ!!!ไม่ทันได้ว่าอะไรมากไปกว่านั้นร่างเล็กก็โผเข้ากอดแน่นร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงดัง

ครูฮะ.....ฮึก ฮึก...ผม ผม...บอกซาสึเกะ...แล้ว ฮึก..แต่เขาไม่เชื่อ...ฮึก ผม...จะไม่บอก...ฮึก เขา..อีกแล้ว...

ชายร่างสูงเห็นท่าทางไม่ดีเลยพาหลบฝนเข้าข้างทางก่อนดีกว่าจะกลับไปถึงบ้านแล้วให้นารุโตะเจอหน้าซาสึเกะ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นโจนินหนุ่มรู้สึกว่าเจ้าตัวยุ่งนี่ต้องแตกสลายแน่
ตัวก็เล็กแค่นี้ ทำไมต้องเจอเรื่องที่จะต้องแบกรับอะไรมากมายด้วยนะคาคาชิคิดพลางลูบหลังปลอบขวัญ

ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าซาสึเกะกำลังมองอยู่ ภาพที่เห็นบาดลึกลงไปในใจของเด็กหนุ่ม
ผมสีดำเปียกลู่เพราะเม็ดฝนเย็นเยียบ หากใจไม่อาจเย็นลงได้ อุตส่าห์หวนกลับมาตามแต่คนที่ตนหาดันไปซุกอกคนอื่นซะนี่!!
เสียงฝีเท้าวิ่งย่ำน้ำฝนห่างออกไปจากคนทั้งสองที่ไม่รู้เลยว่าทำให้คนคนหนึ่งเข้าใจผิดอย่างรุนแรง และมันเป็นก้าวแรกที่ทำให้นารุโตะต้องแบกรับความเจ็บร้าวมากยิ่งขึ้นจากการกระทำของคนที่รักหมดใจ